Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2482 (เลขอ้างอิง 80699)

พ.ศ. 2482 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การจำนองที่ทำขึ้นก่อนใช้ประมวลแพ่งฯ ต้องนำประกาศเรื่องจำนำและขายฝากที่ดิน ร.ศ.118 มาใช้บังคับ กรณีเช่นนี้ ผู้รับจำนองหาจำต้องมีหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองตาม ม.728 แห่งประมวลแพ่ง ฯไม่ การที่ผู้รับจำนองฟ้องเรียกหนี้รายจำนองพ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้เรียกได้ว่าเป็นการฟ้องบังคับจำนอง อ้างฎีกาที่ 201/2479, 1282/2462 ตามประกาศปี ร.ศ.118 แม้ถึงว่าผู้จำนองจะขาดส่งดอกเบี้ยเกิน 3 ปีแล้วก็ตามผู้รับจำนองจะฟ้องเรียกต้นเงินและดอกเบี้ยโดยไม่ฟ้องขอให้ที่ดินหลุดเป็นสิทธิก็ได้ และการฟ้องเช่นนี้เรียกได้ว่าเป็นการฟ้องบังคับจำนองคดีไม่มีอายุความ อ้างฎีกาที่ 753/2457 จำนองที่ดินกันก่อนใช้ประมวลแพ่งฯ และค้างดอกเบี้ยคาบเกี่ยวระหว่างกฎหมายเก่าและใหม่ อายุความเรียกดอกเบี้ยในระหว่างกฎหมายเก่าก็ต้องใช้กฎหมายเก่าบังคับ คือเรียกดอกเบี้ยได้ถึงต้นชนดอก ส่วนแต่วันใช้กฎหมายแพ่งฯ ก็ต้องใช้ประมวลแพ่งฯ บังคับแต่เมื่อรวมดอกเบี้ยเข้าด้วยกันแล้วต้องไม่เกินต้นชนดอก อ้างฎีกาที่ 948/2474 ลูกหนี้จำนองขาดส่งดอกเบี้ยมากกว่า 10 ปีแล้ว ผู้รับจำนองมีสิทธิบังคับเอาดอกเบี้ยตอนใช้ประมวลแพ่งฯ แล้วเพียง 5 ปี ไม่มีสิทธิจะได้ดอกเบี้ยจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จด้วย เมื่อหนี้ขาดอายุความแล้วเจ้าหนี้มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้ชำระหนี้ได้ ถ้าหากลูกหนี้ได้รับสภาพความรับผิดโดดยสัญญาหรือให้ประกันแก่หนี้นั้น ตามประมวลแพ่งฯ ม.188 ม.172 แห่งประมวลแพ่งฯ เป็นเรื่องหนี้ยังไม่ขาดอายุความ ส่วน ม.188 เป็นเรื่องขาดอายุความแล้ว ประมวลวิธีพิจารณาแพ่ง ม.86,93(3),100,122,142,183,185 พะยานเอกสารที่นำยื่นต่อศาล เมื่ออีกฝ่าย 1 ปฏิเสธ หากไม่มีพะยานบุคคลสืบประกอบศาลไม่รับฟัง โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ไปกว่า 10 ปีแล้ว แต่จำเลยทำเอกสารรับสารภาพหนี้ให้ไว้รวม 3 ฉะบับ ซึ่งจำเลยปฏิเสธ ไม่รับรองเอกสาร 3 ฉะบับ นั้น ประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยก็แต่ฉะเพาะเอกสาร 3 ฉะบับนี้เท่านั้นโจทก์จะนำหลักฐานการรับสภาพหนี้อย่างอื่นมาพิสูจน์ต่อศาลในภายหลังมิได้เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็น ศาลไม่รับฟัง, ค่าธรรมเนียม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 142 ป.พ.พ. มาตรา 163 ป.พ.พ. มาตรา 164 ป.พ.พ. มาตรา 172 ป.พ.พ. มาตรา 188 ป.พ.พ. มาตรา 189 ป.พ.พ. มาตรา 224 ป.พ.พ. มาตรา 728 ป.พ.พ. มาตรา 745 ประกาศเรื่องจำนำและขายฝาก ร.ศ.118 มาตรา 2 ประกาศเรื่องจำนำและขายฝาก ร.ศ.118 มาตรา 3 ประกาศเรื่องจำนำและขายฝาก ร.ศ.118 มาตรา 4

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องจำเลย ๒ สำนวน สำนวนหนึ่งฟ้องขอบังคับหนี้ตามสัญญาจำนองที่ดิน ๓ แปลง ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ร.ศ. ๑๓๑ เงินต้น ๒๗,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ยค้างมาจนถึงวันฟ้องรวมต้นเงินและดอกเบี้ย ๔๓,๑๓๑ บาท ๒๕ สตางค์ และดอกเบี้ยในต้นเงิน ๒๗,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ สำนวนที่ ๒ ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้หนี้เงินกู้ ๒ ราย รายที่ ๑ จำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท กู้ไปเมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๔๗๕ รายที่ ๒ อีก ๒๐,๐๐๐ บาท เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๔๕๗ รวมทั้งดอกเบี้ยด้วย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าในสำนวนที่ ๑ นั้นให้จำเลยนำต้นเงิน ๒๗,๐๐๐ บาทกับดอกเบี้ยนับจากวันฟ้องถอยหลังขึ้นไป ๕ ปี กับดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้องมาไถ่ถอนการจำนองที่ดิน ๓ แปลงนั้น ถ้าไม่สามารถจะไถ่ได้ก็ให้ขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ ส่วนสำนวนที่ ๒ เรื่องเรียกหนี้สินนั้นให้ยกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนในสำนวนที่ ๑ สำหรับสำนวนที่ ๒ แก้ศาลชั้นต้นให้จำเลยใช้ต้นเงินกู้ ๒ ราย ๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยให้โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาต่อมา ศาลฎีกาตัดสินว่าสำหรับสำนวนที่ ๑ การจำนองรายนี้ทำกันก่อนใช้ประมวลแพ่ง ฯ จึงต้องนำประกาศเรื่องจำนำและขายฝากที่ดิน ร.ศ.๑๑๘ มาใช้บังคับ และเห็นว่าผู้รับจำนองก่อนวันใช้ประมวลแพ่งฯ หาจำต้องมีจดหมายบอกกล่าวบังคับจำนองตามความใน ม.๗๒๘ นั้นไม่ ที่จำเลยค้านว่าคำขอท้ายฟ้องของโจทก์เป็นการฟ้องหนี้สินธรรมดา โจทก์ไม่ได้ฟ้องบังคับจำนอง ฟ้องของโจทก์จึงขาดอายุความแล้วนั้น เห็นว่าตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๐๑/๒๔๗๙ และที่ ๑๒๘๒/๒๔๖๒ ได้วินิจฉัยว่าเพียงแต่ฟ้องขอให้ใช้หนี้รายจำนองที่ขาดส่งดอกเบี้ยพ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ก็เรียกได้ว่าเป็นการฟ้องบังคับจำนองแล้ว ที่จำเลยค้านว่าตามประกาศ ฯลฯ ร.ศ.๑๑๘ ข้อ ๔ บัญญัติให้อำนาจผู้รับจำนองฉะเพาะแต่ฟ้องเรียกที่ดินหลุดเป็นสิทธิ

ถ้าผู้จำนองไม่ไถ่ถอน เห็นว่าประกาศปี ร.ศ.๑๑๘ เมื่ออ่านรวมกันแล้วคงได้ความว่าหนี้สินจำนองถ้าขาดส่งดอกเบี้ยไม่ถึง ๓ ปีก็มีอำนาจเพียงฟ้องเรียกต้นเงินกับดอกเบี้ยและค่าเสียหาย ถ้าพ้น ๓ ปีไปแล้วอาจบังคับขอให้ที่ดินหลุดเป็นสิทธิได้ คือว่าเมื่อขาดส่งดอกเบี้ยเกินกว่า ๓ ปีไปแล้วก็ย่อมจะฟ้องขอให้ที่ดินหลุดเป็นสิทธิได้ หรือจะฟ้องเพียงเรียกต้นเงินและดอกเบี้ยเช่นคดีนี้ได้ ลูกหนี้ไม่เสียเปรียบอย่างใด และการที่ฟ้องเรียกต้นเงินและดอกเบี้ยนั้นถ้าโจทก์ชนะคดีแล้วจะยึดทรัพย์อื่นของจำเลยไม่ได้ตามข้อ ๒ ของประกาศนั้น ก็เมื่อฟ้องของโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องเอากับทรัพย์สินจำนอง คือบังคับจำนองแล้วคดีโจทก์ก็ไม่ขาดอายุความ ตามนัยฎีกาที่ ๗๕๓/๒๔๕๗ ซึ่งวินิจฉัยว่าคดีพิพาทเข้าลักษณจำนองที่ดินมิได้มีอายุความเหมือนกู้หนี้ธรรมดา

ส่วนเมื่อใช้ประมวลแพ่งฯ แล้วก็มี ม.๑๘๙,๗๔๕ บัญญัติไว้ จำเลยค้านอีกว่าแม้โจทก์จะชนะคดีก็ควรได้ดอกเบี้ย ๕ ปีเท่านั้น จะบังคับให้ชำระดอกเบี้ยแต่วันฟ้องต่อไปไม่ได้ เพราะฝ่าฝืน ม.๑๘๙,๗๔๕ ตามกฎหมาย ๒ มาตรานี้ให้สิทธิพิเศษแก่เจ้าหนี้ที่จะฟ้องบังคับเอากับทรัพย์สินจำนอง แต่ห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินกว่า ๕ ปี ฉะนั้นโจทก์จะอาศัยกฎหมายอื่นใดเรียกเอาดอกเบี้ยเกิน ๕ ปีได้ เมื่อกรณีจำนองรายนี้แม้จะเกิดขึ้นก่อนใช้ประมวลแพ่งฯ ก็ขาดส่งดอกเบี้ยคาบเกี่ยวในระหว่างกฎหมายเก่ากันใหม่ อายุความเรียกดอกเบี้ยในตอนแรกจึงต้องใช้กฎหมายเก่าบังคับ คือแต่วันขาดส่งดอกเบี้ยไป-ถึงวันประกาศใช้ประมวลแพ่งฯ ใช้กฎหมายเก่าให้ดอกเบี้ยถึงต้นชนดอก

ส่วนนับแต่วันใช้ประมวลแพ่งฯ ต่อมาใช้ประมวลแพ่งฯ บังคับคดีแต่รวมกันต้องไม่เกินต้นชนดอก ตามนัยฎีกาที่ ๙๔๘/๒๔๗๔ ฉะนั้นที่ศาลล่างให้ดอกเบี้ย ๕ ปีแก่โจทก์จึงชอบด้วย ม.๗๔๕ แล้ว แต่ดอกเบี้ยแต่วันฟ้องถึงวันชำระเสร็จไม่มีกฎหมายใดเป็นพิเศษให้โจทก์ได้รับสิทธิเช่นนั้น มี ม.๒๒๔ ที่อนุญาตให้พิสูจน์ค่าเสียหายนอกจากดอกเบี้ยได้ แต่โจทก์ก็อาศัยกฎหมายบทนี้ไม่ได้ เพราะไม่ได้ฟ้องร้องตั้งประเด็นขอค่าเสียหายเช่นนั้นมาและทั้งมิได้มีการพิสูจน์ค่าเสียหายตามมาตรานั้นเลย

อนึ่งตามประกาศปี ร.ศ.๑๑๘ บัญญัติให้เจ้าหนี้เรียกค่าเสียหายได้ต่างหากจากต้นเงินและดอกเบี้ย แต่เมื่อโจทก์มิได้ร้องขอค่าเสียหายอย่างไรและมิได้นำสืบให้ประจักษ์จึงไม่มีประเด็นดังนั้น ข้อค้านอื่น ๆ ในเรื่องจำนองไม่ต้องวินิจฉัยต่อไป เพราะได้วินิจฉัยมาแล้วว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องบังคับจำนองไม่ขาดอายุความและหาจำต้องบอกกล่าวตามประมวลแพ่งฯ ไม่ ส่วนดอกเบี้ยค้างชำระก่อนประมวลแพ่งฯ เล่า ในชั้นฎีกามิได้มีประเด็นขึ้นมาจึงไม่ต้องวินิจฉัย ในสำนวนที่ ๒ เรื่องกู้ยืมเงิน ๒ รายนั้นโจทก์ฟ้องว่าค้างส่งดอกเบี้ยมาแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๔๖๘ และจำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้ ๓ ฉะบับ เมื่อจำเลยให้การปฎิเสธไม่รับรองเอกสารทั้ง ๓ ฉะบับนี้แล้ว

โจทก์ก็มีหน้าที่นำสืบว่าจำเลยทำหนังสือเช่นนั้นจริง โจทก์ได้ขอหมายเรียกต้นฉะบับเอกสารนั้นมาประกอบคดี แต่ถึงคราวพิจารณาโจทก์หาได้นำพะยานบุคคลมาสืบประกอบเอกสารนั้นไม่และเมื่อจำเลยเข้าเบิกความ โจทก์ก็หาได้ซักถามให้จำเลยรับรองข้อความในเอกสารนั้นไม่ ฉะนั้นเมื่อโจทก์ไม่จัดการกับเอกสารให้ถูกต้องกับวิธีพิจารณาความแล้ว ศาลก็รับฟังเอกสารนี้เป็นพะยานหลักฐานมิได้ โจทก์อ้างเอกสารอีก ๒ ฉะบับว่าจำเลยได้ทำเป็นหนังสือรับสภาพหนี้ให้ แต่เอกสารนี้ได้ทำขึ้นกว่า ๑๐ ปี จากวันที่จำเลยขาดส่งดอกเบี้ย ซึ่งโจทก์จักต้องอาศัย ม.๑๘๘ เพราะเป็นเวลาที่พ้นกำหนดอายุความแล้วจะอาศัย ม.๑๗๒ ไม่ได้ เพราะมาตรานี้ต้องทำในระหว่างอายุความยังเดินอยู่

เอกสารทั้ง ๒ ฉะบับนี้หาเข้าลักษณะหนึ่งลัษณะใดตาม ม.๑๘๘ ไม่ เมื่อข้อความในหนึงสือนั้นปรากฎว่าไม่เป็นการรับสภาพความรับผิดตาม ม.๑๘๘ แล้ว ก็ไม่ต้องวินิจฉัยว่าจะรับฟังเป็นพะยานหลักฐานได้หรือไม่ต่อไป คดีนี้เป็นหนี้สินเกินกำหนดอายุความแต่โจทก์อ้างว่าจำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้ ๓ ฉะบับ ประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยคือหนังสือ ๓ ฉะบับ ที่ยื่นต่อศาลเท่านั้น โจทก์จะอาศัยบัญชีรายละเอียดการรับดอกเบี้ยที่ยื่นในภายหลังมาเป็นหลักฐานมิได้เป็นเรื่องนอกฟ้องและคำให้การ ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.๑๔๒,๑๘๕,๘๖ และ ๑๘๓

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องสำนวนที่ ๒ เรื่องกู้เงินให้โจทก์ชนะคดีเฉพาะสำนวนที่ ๑ แต่ข้อที่ให้ดอกเบี้ยการจำนองแต่วันฟ้องให้งดเสีย ค่าธรรมเนียมให้โจทก์ออก ๒ ใน ๓ จำเลยออก ๑ ใน ๓ เพราะจำเลยชนะในสำนวนทุนทรัพย์มาก ถ้าเอาที่ดินขายทอดตลาดได้เงินเท่าใดใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์แล้วเหลือเท่าใดคืนจำเลย ถ้าไม่พอเป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิติศาสตร์ · พลางกูร · เทฟโนต์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 46/2538

ตามสัญญาทรัสต์รีซีททั้ง4ฉบับข้อ6กำหนดไว้ว่าจำเลยที่1ยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ18ต่อปีในจำนวนเงินที่คำนวณแล้วว่าต้องชำระแก่โจทก์โดยเริ่มนับจากวันทำสัญญานี้จนถึงวันที่โจทก์ได้รับเงินครบถ้วน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 164/2536

หนี้ค่าซื้อสินค้าเชื่อของลูกหนี้ขาดอายุความแล้ว แต่ต่อมาลูกหนี้ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ว่าจะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ไว้จึงเป็นการละเสียซึ่งประโยชน์แห่งอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 192 เดิม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 326/2534

ป.พ.พ. มิได้มีบทบัญญัติว่าผู้ชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนจะต้องชำระบัญชีให้เสร็จภายในกำหนดเวลาใด เมื่อการชำระบัญชียังไม่เสร็จผู้ชำระบัญชีย่อมมีอำนาจตามมาตรา 1259 ระยะเวลาการชำระบัญชีไม่ใช่อายุความจะนำบทบั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 322/2534

จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้เงินกู้ให้โจทก์ภายในอายุความ อายุความฟ้องเรียกเงินกู้สะดุดหยุดลงต้องเริ่มนับอายุความกันใหม่ตั้งแต่วันสิ้นกำหนดเวลาที่จำเลยทำสัญญาว่าจะนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ เมื่อหนี้เงินต้นยัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2823/2528

ภายหลังจากหนี้ขาดอายุความแล้ว จำเลยมีหนังสือรับรองยอดหนี้สิน ที่ค้างชำระส่งไปยังผู้อำนวยการ กองตรวจเงินรัฐวิสาหกิจและเงินทุนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินระบุว่า จำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ และจำเลยได้ชำระหนี้ให้แ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้