Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 804/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ทนายความชั้นสองย่อมมีสิทธิเรียงคำฟ้องฎีกาให้คู่ความได้ ไม่จำต้องได้รับอนุญาตจากศาลหรือได้รับการแต่งตั้งมาจากศาลชั้นต้น มิต้องห้ามตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2508มาตรา 36 เดิมนาพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า เมื่อจำเลยจำนอง โจทก์ยังไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ สิทธิในนาพิพาทของจำเลยจึงเป็นสิทธิที่ยังมิได้จดทะเบียน เมื่อมีการแจ้งการครอบครองตามกฎหมาย จำเลยก็ไม่แจ้ง แต่ ย.ซึ่งดูแลแทนจำเลยกลับแจ้งเป็นของตน แล้วออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์และจำนอง ม. ต่อมาได้ไถ่ถอนจำนองและขาย ม. ม.ขายให้ผู้ร้องโดยมีรายการจดทะเบียนไว้ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3) เป็นลำดับ สิทธิในนาพิพาทของผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้ได้มาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว จึงมีสิทธิดีกว่าจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของเดิม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299วรรคท้าย เมื่อจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของเดิมไม่อาจอ้างสิทธิในการเป็นเจ้าของในนาพิพาทเพื่อใช้ยันผู้ร้องได้แล้วสิทธิจำนองของโจทก์ในการที่จะบังคับเอาแก่นาพิพาทก็ย่อมเป็นอันหมดสิ้นไปในตัว โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะบังคับเอาแก่นาพิพาทซึ่งเป็นของผู้ร้องได้ต่อไป เพราะผู้ร้องได้สิทธิในนาพิพาททางทะเบียนตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ซึ่งเป็นหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินที่มีขึ้นใหม่ภายหลัง โดยไม่ใช่เป็นการรับโอนจากจำเลย กรณีจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702 วรรคท้าย เมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะบังคับจำนองนาพิพาทแล้ว โจทก์ก็ไม่มีสิทธิยึดนาพิพาท

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องร้องว่า ที่นาพิพาทที่โจทก์นำพนักงานบังคับคดียึดเป็นของผู้ร้องไม่ใช่ของจำเลย ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์จำเลยให้การต้องกันว่า เดิมนาพิพาทเป็นของนายด้วงนายด้วงขายให้จำเลย ต่อมาจำเลยจำนองโจทก์ นายเยื้อนเอานาพิพาทจากจำเลยไปขายนายม้อย ติดจำนองไป นายม้อยขายให้ผู้ร้องโดยยังไม่ปลดหนี้จำนอง โจทก์เป็นเจ้าหนี้บุริมสิทธิ ฯลฯ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องขัดทรัพย์

ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องทั้งสองฎีกา โดยผู้ร้องทั้งสองพิมพ์มือและลงชื่อเป็นผู้ฎีกา นายไร จิราพงษ์ ทนายความเป็นผู้เรียง ที่โจทก์คัดค้านว่า นายไรไม่มีอำนาจเรียงคำฟ้องฎีกานั้นศาลฎีกาเห็นว่า นายไร จิราพงษ์ เป็นทนายความชั้นสอง และมิได้ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๓๖ ย่อมมีสิทธิเรียงคำฟ้องฎีกาให้ผู้ร้องทั้งสองได้ไม่จำต้องได้รับอนุญาตจากศาลหรือได้รับการแต่งตั้งมาจากศาลชั้นต้น ปัญหาที่ว่า โจทก์มีสิทธิยึดนาพิพาทหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่าเดิมนาพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า เมื่อจำเลยจำนองโจทก์ยังไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินอย่างใดสิทธิในนาพิพาทของจำเลยจึงเป็นสิทธิที่ยังมิได้จดทะเบียน ครั้นเมื่อมีการให้แจ้งการครอบครองตามกฎหมาย จำเลยก็ไม่แจ้ง แต่นายเยื้อน สินเอี่ยม ผู้ปกครองดูแลแทนจำเลยกลับแจ้งเอาว่าเป็นของตน แล้วออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.๓) และจำนองนายม้อย ต่อมาได้ไถ่ถอนจำนองแล้วขายนายม้อยนายม้อยขายต่อให้ผู้ร้องทั้งสอง โดยมีรายการจดแจ้งทางทะเบียนไว้ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓) นั้นเป็นลำดับ สิทธิในนาพิพาทของผู้ร้องทั้งสองซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วจึงมีสิทธิดีกว่าจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของเดิม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ วรรคท้าย

เมื่อจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของเดิมไม่อาจอ้างสิทธิในการเป็นเจ้าของในนาพิพาทเพื่อใช้ยันผู้ร้องทั้งสองได้แล้ว สิทธิจำนองของโจทก์ในการที่จะบังคับเอาแก่ทรัพย์สินคือนาพิพาทนั้น ก็ย่อมเป็นอันหมดสิ้นไปในตัว โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะบังคับเอาแก่นาพิพาทซึ่งเป็นของผู้ร้องทั้งสองได้ต่อไป เพราะผู้ร้องทั้งสองได้สิทธิในนาพิพาททางทะเบียนตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓) ซึ่งเป็นหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินที่มีขึ้นใหม่ภายหลัง โดยไม่ใช่เป็นการรับโอนจากจำเลย กรณีจึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๗๐๒ วรรคท้ายเมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะบังคับจำนองนาพิพาทแล้ว โจทก์ก็ไม่มีสิทธิยึดนาพิพาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ เป็นให้ปล่อยนาพิพาทจากการยึดของเจ้าพนักงานบังคับคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กิตติ สีหนนทน์ · พันธ์ นัยวิฑิต · อาจิต ไชยาคำ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพิจิตร - นายสมริด นิลกำแหง
ศาลอุทธรณ์ - นายสุข หงสไกร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้