Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 803/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลมีอำนาจพิเคราะห์ว่า กระบวนพิจารณาใดจำเป็นจะต้องกระทำเพียงใดหรือไม่ ถ้าเห็นว่ากระบวนพิจารณาใดเป็นการฟุ่มเฟือยเกินสมควรหรือประวิงให้ชักช้าหรือไม่เกี่ยวแก่ประเด็น ศาลย่อมมีอำนาจงดดำเนินกระบวนพิจารณาในทำนองนั้นเสียได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 86 วรรคสอง คดีนี้จำเลยขอเลื่อนนัดไต่สวนมาหลายนัดแล้ว ประกอบกับการเดินเผชิญสืบอาคารพิพาทก็ไม่เป็นประโยชน์แก่คดี ทั้งการออกคำสั่งกำหนดเดินเผชิญสืบก็เป็นเรื่องดุลพินิจของศาลโดยเฉพาะตาม ป.วิ.พ. มาตรา 99 วรรคแรก เมื่อศาลชั้นต้นไม่เห็นประโยชน์ที่จะทำการไต่สวนพยานจำเลยต่อไปโดยเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว การเดินเผชิญสืบตามคำขอของจำเลยก็มีแต่จะทำให้เกิดความล่าช้า ประวิง และยุ่งยาก การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดไต่สวนคำร้องและไม่อนุญาตให้เดินเผชิญสืบอาคารพิพาท จึงชอบแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างในที่ดินโฉนดเลขที่ 16781, 16782 ตำบลตลาดน้อย (สัมพันธวงศ์) อำเภอสัมพันธวงศ์ (สามเพ็ง) กรุงเทพมหานคร ส่วนหลังอาคารและพื้นชั้นลอยส่วนที่เกินจากแบบที่ได้รับอนุญาต ถ้าจำเลยไม่รื้อถอนให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนโดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายและให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท ต่อมาศาลชั้นต้นได้ออกคำบังคับและหมายบังคับคดีตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเข้ายึดอาคารพิพาทของจำเลยและจัดการให้โจทก์รื้อถอนอาคารตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยยื่นคำร้องว่าโจทก์ไม่อาจร้องขอให้บังคับคดีแก่จำเลยได้ เนื่องจากโจทก์บังคับคดีแก่จำเลยเกิน 10 ปี นับแต่คดีถึงที่สุด และการรื้อถอนอาคารพิพาทเป็นเหตุสุดวิสัยที่จะกระทำได้ เพราะวิศวกรให้ความเห็นว่า จะทำให้อาคารส่วนที่ถูกต้องตามแบบพังทลายลงมาด้วย เนื่องจากส่วนที่ถูกต้องตามแบบและไม่ถูกต้องตามแบบสร้างขึ้นพร้อมกันโดยมีโครงสร้างร่วมกัน หากอาคารพิพาททั้งหลังต้องพังทลายลงมานอกจากทำให้จำเลยต้องเสียหายเกินกว่าที่ควรจะเป็น ยังอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของเพื่อนบ้านอีกด้วย ขอให้มีคำสั่งยกเลิกการบังคับคดี โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2532 และออกหมายบังคับคดีเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2542 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้กำหนดรื้อถอนในวันที่ 21 กรกฎาคม 2542 จึงเป็นการบังคับคดีภายใน 10 ปี และการที่จำเลยไม่รื้ออาคารตามคำพิพากษาเป็นการที่จำเลยยังละเมิดต่อโจทก์อยู่ตลอดเวลา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานจำเลยไปได้ 1 ปาก แล้ววินิจฉัยว่า คดีพอวินิจฉัยได้ให้งดไต่สวนคำร้อง ส่วนคำขอเดินเผชิญสืบและคำแถลงขอระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยไม่จำเป็นต้องพิจารณาสั่ง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "ศาลมีอำนาจที่จะพิเคราะห์ว่า กระบวนพิจารณาใดจำเป็นจะต้องกระทำเพียงใดหรือไม่ ถ้าเห็นว่ากระบวนพิจารณาใดเป็นการฟุ่มเฟือยเกินสมควรหรือประวิงให้ชักช้าหรือไม่เกี่ยวแก่ประเด็น ศาลย่อมมีอำนาจงดดำเนินกระบวนพิจารณาในทำนองนั้นเสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 86 วรรคสอง ซึ่งคดีนี้จำเลยได้เลื่อนคดีนัดไต่สวนมาหลายนัดแล้ว ประกอบกับการเดินเผชิญสืบอาคารพิพาทก็ไม่เป็นประโยชน์แก่คดี ทั้งการออกคำสั่งกำหนดเดินเผชิญสืบก็เป็นเรื่องดุลพินิจของศาลโดยเฉพาะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 99 วรรคแรก เมื่อศาลชั้นต้นไม่เห็นประโยชน์ที่จะทำการไต่สวนพยานจำเลยต่อไปโดยเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้ว การเดินเผชิญสืบตามคำขอของจำเลยก็มีแต่จะทำให้เกิดความชักช้า ประวิง ยุ่งยาก ศาลชั้นต้นก็สั่งงดไต่สวนคำร้องและไม่อนุญาตให้เดินเผชิญสืบอาคารพิพาทได้ เป็นคำสั่งชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ขวัญชัย ปิ่นรอด · ประพันธ์ ทรัพย์แสง · สุรพล เตชะกำธร
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้