Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นผู้มีส่วนได้เสียจากการเช่าที่ดินของวัด ได้พูดกับโจทก์ว่าไปหลอกลวงพระ โดยพูดต่อหน้าผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ให้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยในเรื่องการปลูกสร้างตึกแถวในที่ดินของวัด ดังนี้ ถือว่าเป็นการกล่าวในฐานะที่ตนมีส่วนได้เสียและเพื่อความเป็นธรรมในฐานะที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้แทนฝ่ายคู่พิพาทกับโจทก์ จึงเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความที่ถูกกล่าวหาโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมป้องกันส่วนได้เสียของตน จำเลยไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกล่าวคำพูดหมิ่นประมาทโจทก์ว่า "ลื้อไปหลอกลวงพระใช่ไหม" ต่อหน้าผู้ว่าราชการจังหวัดและบุคคลอื่น เป็นเหตุให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ขอให้ลงโทษ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแขวงนครราชสีมาไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าคดีมีมูล จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยผิดตามมาตรา ๓๒๖ จึงพิพากษาจำคุก ๑ เดือน และปรับ ๕๐๐ บาท โทษจำคุกให้ยกตามมาตรา ๕๕

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่จำเลยพูดกับโจทก์ว่า ลื้อมีหนังสือไปหลอกลวงพระ เป็นการพูดไปโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมและเพื่อป้องกันส่วนได้เสียของจำเลย ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเป็นผู้มีส่วนได้เสียจากการเช่าที่ดินของวัด เป็นผู้หนึ่งที่เช่าห้องและที่ของวัด ทั้งจำเลยกับพวกอีก ๔ คนเป็นตัวแทนของผู้เช่าเดิม จำเลยพูดไปในฐานะที่ตนมีส่วนได้ส่วนเสีย และเพื่อความเป็นธรรม ในฐานะที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้แทนฝ่ายคู่พิพาทกับโจทก์ พูดต่อหน้าผู้ว่าราชการจังหวัดที่ให้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยในเรื่องการปลูกสร้างตึกแถวในที่ดินให้แก่วัด จำเลย-แสดงความคิดเห็นหรือข้อความที่ถูกกล่าวหาโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรมป้องกันส่วนได้เสียของตน และเกี่ยวกับตนเป็นผู้แทนผู้เช่าทั้งปวงตามทำนองคลองธรรมแล้ว กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙ ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถาวร หุตะโกวิท · จิตติ ติงศภัทิย์ · ใหญ่ ศาลยาชีวิน
ศาลล่าง
ศาลแขวงนครราชสีมา - นายสุนทร วรรณแสง
ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล เชาวน์ดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้