Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7996/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิรับมรดกของ ส. หนึ่งในสามส่วนของที่ดินมรดก 13 ไร่เศษ ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินมรดกดังกล่าวเป็นมรดกตกทอดมายังโจทก์หนึ่งในสามส่วน และขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ไปทำนิติกรรมจดทะเบียนแบ่งแยกให้แก่โจทก์โดยมิได้ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงินหรือชดใช้ราคาแทนที่ดิน ข้อเท็จจริงในการพิจารณาได้ความเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินมรดกบางส่วนให้จำเลยที่ 3 ไปแล้วและจำเลยที่ 3 รับโอนโดยสุจริต เสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต ดังนี้กรณีจึงไม่อาจเพิกถอนการโอนได้ แต่เงินที่จำเลยที่ 1 รับมาจากการขายที่ดินมรดกเป็นเงินเข้าแทนที่ที่ดินมรดก ถือได้ว่าเงินดังกล่าวเป็นมรดกในฐานะนิตินัยอย่างเดียวกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 226 วรรคสองโดยมีส่วนที่โจทก์มีสิทธิได้รับรวมอยู่ด้วย ฉะนั้น การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษา ให้จำเลยที่ 1ใช้ราคาที่ดินแก่โจทก์จึงไม่นอกเหนือหรือเกินไปจากคำขอ การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาไม่ตรงตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ มิใช่เป็นเรื่องผิดพลาดเล็กน้อยหรือผิดหลง แต่เป็นเรื่องทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป โจทก์ไม่อาจยื่นคำร้องขอให้แก้ไขตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 ได้ และการที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเลขที่ น.ส.3 ก. จากเลขที่ 3706 และ 3707 ในคำพิพากษาซึ่งพิมพ์ผิดพลาดเป็นเลขที่ 3906 และ 3907 นั้น เมื่อคำพิพากษาไม่มีกรณีจะต้องบังคับเกี่ยวกับที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าว จึงไม่จำเป็นต้องแก้ไข การที่โจทก์ไม่เห็นด้วยในผลตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โจทก์จะต้องฎีกาคัดค้านเพื่อให้ได้รับผลตามที่ประสงค์ โจทก์ไม่มีสิทธิขอมาในคำร้องหรือคำแก้ฎีกา

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้พิพากษาว่าที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 2956, 2955, 3704, 3759, 3906 และ 3907 ตำบลกระนวน อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่นและบ้านเลขที่ 130 หมู่ 3 เป็นของพันตำรวจโทสมาน ทองบ่อ กึ่งหนึ่งซึ่งตกทอดแก่โจทก์หนึ่งในสาม ให้เพิกถอนนิติกรรมขายฝากและขายที่ดิน น.ส.3 ก.เลขที่ 2956 ตำบลกระนวน อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 นิติกรรมขายฝาก ขายและแบ่งขายที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 2955 ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 ระหว่างจำเลยที่ 3 กับจำเลยที่ 1 นิติกรรมขายและแบ่งขายที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 3759 ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 ระหว่างจำเลยที่ 3 กับจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวให้โจทก์

มิฉะนั้นให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา และให้จำเลยที่ 1 ใช้ราคาบ้านจำนวน 5,000 บาท แก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 3 ให้การ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 117,500 บาท ให้แก่โจทก์ คำขออื่นให้ยกและให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ 1 เพียงว่าที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้ราคาที่ดินมรดกแก่โจทก์ เป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องหรือไม่เห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่า

โจทก์มีสิทธิรับมรดกของพันตำรวจโทสมาน ทองบ่อหนึ่งในสามส่วนเฉพาะที่ดินมรดกตามฟ้องคิดเป็นที่ดิน 13 ไร่ 3 งาน 88 ตารางวาราคา 195,580 บาท แม้คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ขอให้พิพากษาว่าที่ดินมรดกตามฟ้องเป็นมรดกตกทอดมายังโจทก์หนึ่งในสามส่วน และขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ไปทำนิติกรรมจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ยอมไปทำนิติกรรมจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ ขอถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 โดยมิได้ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงินหรือชดใช้ราคาแทนที่ดินดังกล่าวก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินมรดกบางส่วนให้จำเลยที่ 3 แล้ว และจำเลยที่ 3 รับโอนโดยสุจริต

เสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตจึงไม่อาจเพิกถอนการโอนได้ ดังนั้นเงินที่จำเลยที่ 1 รับมาจากการขายที่ดินมรดกจึงเข้าแทนที่ที่ดินมรดก ซึ่งถือได้ว่าเงินดังกล่าวเป็นมรดกในฐานะนิตินัยอย่างเดียวกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 226 วรรคสอง โดยมีส่วนที่โจทก์มีสิทธิที่จะได้รับรวมอยู่ด้วย การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้ราคาที่ดินแก่โจทก์จึงไม่นอกเหนือหรือเกินคำขอ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้นอนึ่ง ที่โจทก์ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 21 เมษายน 2542 ขอให้แก้ไขคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง โดยอ้างว่าศาลชั้นต้นพิพากษาผิดพลาดคลาดเคลื่อนเล็กน้อยกล่าวคือพิพากษาว่า

สำหรับที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 3704, 3706 และ 3707เป็นทรัพย์มรดก แต่โจทก์มิได้มีคำขอมาในคำฟ้องจึงไม่อาจบังคับให้ได้ ความจริงโจทก์ได้ขอมาในคำขอท้ายฟ้องข้อ 1 ของโจทก์แล้ว จึงขอให้ศาลฎีกาแก้ไขคำพิพากษาให้บังคับตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์นั้น เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาไม่ตรงตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ กรณีมิใช่เป็นเรื่องผิดพลาดเล็กน้อยหรือผิดหลง แต่เป็นเรื่องทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป โจทก์จึงไม่อาจยื่นคำร้องขอให้แก้ไขตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 ได้ ส่วนการแก้ไขเลขที่ น.ส.3 ก. จากเลขที่ 3706และ 3707 เป็นเลขที่ 3906 และ 3907 ซึ่งเป็นการพิมพ์ผิดพลาดเล็กน้อยนั้น เห็นว่า เมื่อตามคำพิพากษาศาลฎีกาไม่มีกรณีจะต้องบังคับเกี่ยวกับที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าว

การแก้ไขตามที่ขอจึงไม่จำเป็นเพราะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แต่ประการใด ส่วนที่คำร้องดังกล่าวกับคำแก้ฎีกาของโจทก์ ขอให้พิพากษาให้จำเลยที่ 1 แบ่งที่ดินตามคำขอท้ายฟ้อง ข้อ 1 ในส่วนที่เป็นมรดกของพันตำรวจโทสมานให้แก่โจทก์หนึ่งในสามส่วนคิดเป็นเนื้อที่ 13 ไร่ 2 งาน 88 ตารางวา หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามก็ให้บังคับตามคำขอท้ายฟ้อง ข้อ 5 คือให้จำเลยที่ 1 ไปทำนิติกรรมจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินให้โจทก์ ณ สำนักงานที่ดินขอนแก่น สาขากระนวน หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1 และพิพากษาให้จำเลยที่ 1ใช้ราคาบ้านให้โจทก์หนึ่งในสามส่วนเป็นเงิน 5,000 บาทนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์ไม่เห็นด้วยในผลตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 โจทก์จะต้องฎีกาคัดค้านเพื่อให้ได้รับผลตามที่ประสงค์ หามีสิทธิขอมาในคำร้องหรือคำแก้ฎีกาไม่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยปัญหาตามคำร้องและตามคำแก้ฎีกาของโจทก์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประชา ประสงค์จรรยา · อรพินท์ เศรษฐมานิต · สุรพล เจียมจูไร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้