Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7991/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/27 ประกอบมาตรา 745 บังคับผู้รับจำนองว่าจะใช้สิทธิบังคับให้นำเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองชำระดอกเบี้ยที่ค้างย้อนหลังเกินห้าปีขึ้นไปไม่ได้เท่านั้นแต่มิได้ห้ามผู้รับจำนองให้เรียกดอกเบี้ยเกินห้าปีนับแต่วันฟ้อง ผู้รับจำนองจึงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปได้ ส่วนการเรียกดอกเบี้ยย้อนหลังแม้จำเลยผู้จำนองฎีกายินยอมให้โจทก์ผู้รับจำนองเรียกได้เป็นเวลา 5 ปีตั้งแต่ก่อนวันฟ้องก็ตาม แต่เมื่อโจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยไม่ทบต้นเป็นเวลาเพียงห้าปีนับแต่วันฟ้องย้อนหลังขึ้นไป ศาลจึงไม่อาจพิพากษาให้จำเลยรับผิดเกินกว่าที่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/27 บัญญัติไว้ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระหนี้จำนวน 271,982.59 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 180,861.64 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 151 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ส่วนที่ขาดให้แก่โจทก์จนครบถ้วนจำเลยทั้งสองให้การว่า

โจทก์ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลา 1 ปีนับแต่โจทก์ได้รู้ถึงความตายของนายประหยัด คดีจึงขาดอายุความ ทรัพย์มรดกของนายประหยัดทายาทได้แบ่งปันกันหมดแล้วโดยจำเลยทั้งสองไม่ได้รับส่วนแบ่ง จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดใช้หนี้ตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้จำนวน271,982.59 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากต้นเงินจำนวน180,861.64 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้หรือชำระหนี้ไม่ครบถ้วนให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 151 พร้อมสิ่งปลูกสร้างทรัพย์จำนองของนายประหยัด เพ็ชรตะกั่ว ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินมาชำระหนี้ไม่ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ส่วนที่ขาดให้แก่โจทก์จนครบถ้วน แต่ต้องไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกของนายประหยัดที่ตกได้แก่จำเลยทั้งสอง

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดชำระหนี้ตามฟ้องแก่โจทก์ ให้นำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จำนองชำระหนี้โจทก์จำนวน 105,813.09 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปีโดยไม่ทบต้นนับแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2530 จนกว่าจะชำระเสร็จ หากขายทอดตลาดได้เงินไม่พอชำระหนี้ดังกล่าว จำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดชำระหนี้ส่วนที่ขาดแก่โจทก์นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงยุติว่า นายประหยัด เพ็ชรตะกั่ว ผู้ตาย ถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2530 นายประหยัดได้จดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 151 ไว้กับโจทก์เพื่อประกันหนี้

นายประหยัดเป็นหนี้โจทก์ก่อนถึงแก่ความตาย คำนวณเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2530 เป็นเงิน 105,813.09 บาท และโจทก์คิดดอกเบี้ยจากนายประหยัดขณะนั้นอัตราร้อยละ 14 ต่อปี โจทก์ฟ้องคดีนี้หลังจากที่ทราบการตายของนายประหยัดเกิน 1 ปี สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีจึงขาดอายุความ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองมีว่า โจทก์จะบังคับให้นำเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2530 จนกว่าจะชำระเสร็จเป็นการชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/27 หรือไม่ ปัญหาดังกล่าวจำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ควรจะบังคับให้นำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์จำนองชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยไม่ทบต้นมีกำหนดระยะเวลา 5 ปี

นับแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2530 นั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/27 บัญญัติไว้ว่า ผู้รับจำนอง ผู้รับจำนำ ผู้ทรงสิทธิยึดหน่วง หรือผู้ทรงบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้อันตนได้ยึดถือไว้ยังคงมีสิทธิบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองจำนำ หรือที่ได้ยึดถือไว้ แม้ว่าสิทธิเรียกร้องส่วนที่เป็นประธานจะขาดอายุความแล้วก็ตาม แต่จะใช้สิทธินั้นบังคับให้ชำระดอกเบี้ยที่ค้างย้อนหลังเกินห้าปีขึ้นไปไม่ได้ มาตรา 745 ก็บัญญัติว่า ผู้รับจำนองจะบังคับจำนองแม้เมื่อหนี้ที่ประกันนั้นขาดอายุความแล้วก็ได้แต่จะบังคับเอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระในการจำนองเกินกว่าห้าปีไม่ได้ ตามบทบัญญัติดังกล่าวบังคับโจทก์ในฐานะผู้รับจำนองจะใช้สิทธิบังคับให้นำเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองชำระดอกเบี้ยที่ค้างย้อนหลังเกินห้าปีขึ้นไปไม่ได้เท่านั้น

มิได้ห้ามโจทก์ให้เรียกดอกเบี้ยเกินห้าปีนับแต่วันฟ้อง ดังนั้นโจทก์จึงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปได้ ส่วนการเรียกดอกเบี้ยย้อนหลังนั้น แม้จำเลยทั้งสองฎีกายินยอมให้โจทก์เรียกได้เป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2530 นั้น เห็นว่า ตามบทบัญญัติดังกล่าวโจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยไม่ทบต้นเป็นเวลาห้าปีนับแต่วันฟ้องย้อนหลังขึ้นไป ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้นำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่จำนองชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2530 จนกว่าจะชำระเสร็จนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 14 ต่อปีโดยไม่ทบต้น นับแต่วันฟ้องย้อนหลังขึ้นไปเป็นเวลาห้าปี กับนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชัย ชื่นชมพูนุท · สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์ · พีรพล จันทร์สว่าง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้