Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7986/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จะได้ความว่าจำเลยพาผู้เสียหายที่ 2 ไปกระทำชำเราและอยู่กินกับจำเลยเป็นเวลา 5 เดือน แล้วจำเลยได้สู่ขอและแต่งงานกับผู้เสียหายที่ 2 แต่ภายหลังจากนั้น 3 - 4 วัน ผู้เสียหายที่ 2 กลับไปอยู่กับผู้เสียหายที่ 1 และแท้งบุตร จำเลยไม่เคยไปเยี่ยมและไปมาหาสู่อีกเลย พฤติการณ์ดังกล่าวของจำเลยเป็นการพรากผู้เสียหายที่ 2 เพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, ๒๗๗, ๓๑๗

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ วรรคสอง, ๓๑๗ วรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร จำคุก ๕ ปี ความผิดฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบสามปี จำคุก ๗ ปี รวมจำคุก ๑๒ ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๖ ปี

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ วรรคสอง ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๖ แล้ว จำคุก ๓ ปี ๖ เดือน และปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๙ เดือน และปรับ ๕,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี?

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในชั้นฎีกาคงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน ๑๕ ปี ไปเสียจากมารดาโดยปราศจากเหตุอันสมควรและเพื่อการอนาจารหรือไม่? เห็นว่า ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายที่ ๒ มีอายุ ๑๒ ปีเศษ เป็นบุตรเพียงคนเดียวของผู้เสียหายที่ ๑ ซึ่งเป็นมารดา ผู้เสียหายที่ ๒ อยู่ในความปกครองดูแลและกินอยู่กับผู้เสียหายที่ ๑ ผู้เสียหายที่ ๒ ไม่เคยออกไปเที่ยวที่ใดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหายที่ ๑ และโดยลำพังเลย ดังนั้น การที่จำเลยนำรถจักรยานยนต์มารับผู้เสียหายที่ ๒ ที่บ้านโดยผู้เสียหายที่ ๑ ไม่อยู่บ้านและไม่ทราบเรื่องตอนเวลาประมาณ ๔ นาฬิกา แล้วพาผู้เสียหายที่ ๒ เดินทางไปจังหวัดนครปฐมและกระทำชำเราผู้เสียหายที่ ๒ จากนั้นจำเลยก็พาผู้เสียหายที่ ๒ เดินทางไปหางานทำที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและอยู่กินกับผู้เสียหายที่ ๒ ตลอดมาเป็นเวลาประมาณ ๕ เดือน โดยที่ผู้เสียหายที่ ๒ ไม่รู้เส้นทางที่จะขึ้นรถกลับไปหาผู้เสียหายที่ ๑ ที่บ้าน

การกระทำของจำเลยลักษณะนี้ย่อมเป็นการไม่ถูกต้องด้วยทำนองคลองธรรมโดยการพาไปหรือแยกผู้เสียหายที่ ๒ ซึ่งยังเยาว์วัยออกจากการปกครองดูแลของผู้เสียหายที่ ๑ ผู้เป็นมารดา ซึ่งผู้เสียหายที่ ๑ มิได้อนุญาตให้ผู้เสียหายที่ ๒ ไปอยู่กินเป็นภริยาจำเลย ถือได้ว่าจำเลยโดยปราศจากเหตุอันสมควรได้พรากผู้เสียหายที่ ๒ อายุไม่เกิน ๑๕ ปี ไปเสียจากผู้เสียหายที่ ๑ ผู้เป็นมารดาแล้ว อีกทั้งในระหว่างที่จำเลยพรากผู้เสียหายที่ ๒ ไปจากอำนาจปกครองดูแลของผู้เสียหายที่ ๑ ผู้เป็นมารดานั้น จำเลยได้กระทำชำเราผู้เสียหายที่ ๒ ตลอดมา โดยไม่ได้ให้บิดามารดาจำเลยซึ่งรู้จักคุ้นเคยกับผู้เสียหายที่ ๑ ไปทำการสู่ขอผู้เสียหายที่ ๒ ให้เป็นภริยาจำเลยให้ถูกต้องตามประเพณีแต่อย่างใด

จนกระทั่งเมื่อทราบว่าผู้เสียหายที่ ๑ แจ้งความดำเนินคดีแล้ว จำเลยจึงให้บิดามารดาของตนติดต่อผู้เสียหายที่ ๑ สู่ขอผู้เสียหายที่ ๒ ให้เป็นภริยาจำเลยและมีการทำพิธีสู่ขอกันตามประเพณีแล้วเมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๔๓ แต่ภายหลังนั้นจำเลยอยู่กินกับผู้เสียหายที่ ๒ ต่อมาอีก ๓ ถึง ๔ วัน ผู้เสียหายที่ ๒ กลับมาอยู่กับผู้เสียหายที่ ๑ ที่บ้านและแท้งบุตร จำเลยก็ไม่เคยมาเยี่ยมหรือไปมาหาสู่ฉันสามีภริยากับผู้เสียหายที่ ๒ อีกเลย ส่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยมิได้ประสงค์ที่จะอยู่กินฉันสามีภริยากับผู้เสียหายที่ ๒ อย่างแท้จริง การทำพิธีสู่ขอผู้เสียหายที่ ๒ นั้นก็เพียงเพื่อจะให้หลุดพ้นจากความผิดตามที่ผู้เสียหายที่ ๑ แจ้งความร้องทุกข์ไว้เท่านั้น

เมื่อเสร็จพิธีสู่ขอแล้วจำเลยก็มิได้มีใจเยื่อไยดีต่อผู้เสียหายที่ ๒ ทั้งที่ตั้งครรภ์กับจำเลย จนผู้เสียหายที่ ๒ แท้งบุตรก็ไม่เคยพบจำเลยอีก พฤติการณ์เช่นนี้ถือว่าเป็นการพรากผู้เสียหายที่ ๒ ผู้เยาว์ไปเสียจากผู้เสียหายที่ ๑ ผู้เป็นมารดาเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๗ วรรคสาม แล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น?

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ วรรคสอง และมาตรา ๓๑๗ วรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ และให้ลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๖ ความผิดฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบสามปี จำคุก ๓ ปี ๖ เดือน และฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร จำคุก ๒ ปี ๖ เดือน รวมจำคุก ๕ ปี ๑๒ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒ ปี ๑๒ เดือน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · วิบูลย์ มีอาสา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายเลิศพงศ์ อินทรหอม
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายบุญส่ง ฤกษ์สมบูรณ์ดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2055/2568

ความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร ตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคหนึ่งและวรรคสามนั้น การพรากตามพจนานุกรมหมายถึง การทำให้จากไป การพาไปเสียจาก การทำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2429/2567

บิดามารดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร ซึ่งอำนาจปกครองเป็นอำนาจที่ผูกติดกับสถานะความเป็นบิดามารดาในความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างบิดามารดาและบุตร การที่บุคคลอื่นกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนอำนาจปกครองของบิดามารดา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2996/2566

แม้ได้ความจาก ส. เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า เมื่อจำเลยมาชวนผู้เสียหายที่ 1 ไปดูโทรทัศน์ ผู้เสียหายที่ 1 ถามพยานว่าให้ผู้เสียหายที่ 1 ไปหรือไม่ ตอนแรกพยานไม่ยอมให้ไป เมื่อผู้เสียหายที่ 1 รบเร้าพยาน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4798/2565

โจทก์ฟ้องจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำพยานหลักฐานมาสืบประกอบคำรับสารภาพเพื่อพิสูจน์ว่าจำเลยได้กระทำความผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 659/2563

ป.วิ.อ. มาตรา 134 บัญญัติให้พนักงานสอบสวนต้องแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหานั้น มีเจตนารมณ์เพียงเพื่อให้ผู้ต้องหาทราบว่าจะถูกสอบสวนในเรื่องใดและทราบว่าการกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิด โดยไม่จำต้องแจ้งทุกข้อหา ท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้