Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 796/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เช่าที่ดินปลูกห้องแถวภายหลังวันที่ประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 แล้ว ที่ดินที่เช่าไม่เป็น'ที่ดินควบคุม' ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว จำเลยจึงไม่ได้รับความคุ้มครองทำสัญญาเช่าในวันเดียวกัน 2 ฉบับ ฉบับแรก 3 ปีฉบับหลัง2 ปี โดยไม่จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และในวันที่ครบกำหนดสัญญาเช่าฉบับแรกผู้ให้เช่าได้ออกใบรับเงินค่าเช่ามีกำหนด 1 ปีสำหรับการเช่าต่อมาให้กับผู้เช่า กรณีเช่นนี้จึงต้องถือว่าสัญญาเช่ามีผลบังคับกันได้เพียง 3 ปี ตามสัญญาเช่าฉบับแรกเท่านั้นสัญญาเช่าฉบับหลังไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย ใบรับเงินค่าเช่าที่ผู้ให้เช่าออกให้แก่ผู้เช่าในเมื่อสัญญาฉบับแรกครบแล้ว ย่อมถือเป็นหลักฐานการเช่ามีกำหนด 1 ปี ตามข้อความในเอกสารนั้นหลักฐานแห่งการเช่ากำหนดเวลาการเช่าไว้ เมื่อครบกำหนดเวลานั้นแล้วสัญญาเช่าย่อมสิ้นสุดลง โดยผู้ให้เช่าไม่จำต้องบอกเลิกการเช่าอีก

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินที่โจทก์อ้างว่าจำเลยเช่าจากเจ้าของเดิม ปลูกห้องแถวเพื่อทำการค้า โจทก์ได้แจ้งกำหนดวันให้จำเลยมาทำสัญญาเช่ากับโจทก์ และถ้าจำเลยไม่ประสงค์จะเช่าต่อไปก็ให้รื้อถอนย้ายออกไปภายในวันที่ที่กำหนดแจ้งไปไว้ จำเลยไม่ไปทำสัญญาเช่าและไม่รื้อถอนย้ายออกไป คงยึดถือครอบครองที่ดินของโจทก์ต่อมา จึงเป็นการละเมิดจำเลยให้การว่า เช่าที่ดินจากสิบตำรวจเอกม้วน นางสาวบุญช่วยมีกำหนด 2 ปี ชำระค่าเช่าล่วงหน้า 1 ปีแล้ว มีสัญญาเช่าและใบเสร็จรับเงินค่าเช่า ที่ดินแปลงนี้เป็นที่ดินควบคุม จำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดินฯ เมื่อทราบจากโจทก์ว่าที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์

จำเลยจึงเช่าจากโจทก์ต่ออีก 1 ปี ชำระค่าเช่าตลอดมาไม่ติดค้าง ต่อมาโจทก์จำเลยตกลงเลิกสัญญาเช่า โดยโจทก์จะจ่ายค่ารื้อถอนให้แล้วไม่จ่าย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายได้ เพราะโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ใบรับเงินค่าเช่าเอกสารหมาย ล.2 เป็นหลักฐานการเช่าระหว่างโจทก์จำเลย เมื่อหมดอายุการเช่าแล้วถือว่าโจทก์จำเลยทำสัญญาเช่ากันโดยไม่มีกำหนดเวลา ไม่ปรากฏหลักฐานพอให้ฟังได้ว่าโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยและเจ้าของที่ดินเดิมทำสัญญาเช่าในวันเดียวกัน 2 ฉบับ รวมระยะเวลาเช่า 5 ปี โดยไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงมีผลบังคับได้เพียง 3 ปีเฉพาะฉบับแรก

ส่วนฉบับหลังระยะเวลา 2 ปี จะถือเป็นหลักฐานการเช่าตามกฎหมายหาได้ไม่ ต้องถือว่าจำเลยเช่าที่ดินพิพาทจากเจ้าของเดิมโดยไม่มีกำหนดเวลาจนที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์จำเลยไม่ได้ให้การปฏิเสธบอกเลิกสัญญาของโจทก์ไว้ในคำให้การโดยชัดแจ้งทั้งศาลไม่ได้กำหนดเป็นประเด็นไว้ จึงต้องฟังว่าโจทก์บอกเลิกการเช่าให้จำเลยทราบแล้ว ทั้งจำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 เพราะจำเลยเช่าที่ดินหลังจากพระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับแล้ว จึงไม่เป็นที่ดินควบคุม พิพากษากลับให้จำเลยรื้อถอนขนย้ายออกจากที่ดินของโจทก์ ห้ามเข้าเกี่ยวข้อง และให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2509 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2509 เดือนละ 125 บาท และค่าเสียหายเดือนละ 200 บาท

ตั้งแต่ 1 มกราคม 2510 จนกว่าจำเลยจะรื้อถอนขนย้ายออกจากที่ดินของโจทก์จำเลยฎีกาว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินควบคุมตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 ใบรับเงินค่าเช่าเอกสาร ล.2เป็นหลักฐานการเช่า โจทก์ไม่มีสิทธิเลิกสัญญา และก่อนฟ้องโจทก์ไม่ได้บอกเลิกการเช่าศาลฎีกาวินิจฉัย คำว่า "ที่ดินควบคุม" ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน มาตรา 4 หมายความถึงที่ดินซึ่งผู้ให้เช่าและผู้เช่าตกอยู่ในบังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา ปรากฏว่าจำเลยเพิ่งเช่าที่ดินรายนี้จากเจ้าของที่ดินเดิมเมื่อปี พ.ศ. 2505 ซึ่งเป็นเวลาหลังจากพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าฯ

ใช้บังคับแล้ว จำเลยจึงไม่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายดังกล่าวโจทก์จำเลยนำสืบฟังได้ว่าในปี 2505 เจ้าของที่ดินเดิมผู้ให้เช่าและจำเลยทำสัญญาเช่าวันเดียวกัน 2 ฉบับ ฉบับแรกมีกำหนด 3 ปี ฉบับหลัง 2 ปีโดยไม่จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และเมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าฉบับแรกในวันที่ 10 ตุลาคม 2508 แล้ว ในวันเดียวกันนั้นเอง ผู้ให้เช่าเดิมก็ได้ออกใบเสร็จรับเงินค่าเช่าเอกสารหมาย ล.2 ให้จำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีเช่นนี้ต้องถือว่าสัญญาเช่ามีผลบังคับได้เพียง 3 ปีตามสัญญาเช่าฉบับแรกเท่านั้น สัญญาเช่าฉบับหลังไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่าเอกสารหมาย ล.2 ออกให้เมื่อสัญญาฉบับแรกครบกำหนดแล้ว ก็ถือได้ว่าเอกสารนี้เป็นหลักฐานการเช่ามีกำหนด 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2508 ตามข้อความในเอกสารนั้น ซึ่งคู่สัญญาย่อมมีสิทธิจะทำได้เมื่อที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2509 ในระหว่างเวลาอายุสัญญาเช่า 1 ปีนั้นโจทก์จึงต้องรับโอนสิทธิและหน้าที่ในฐานะเป็นผู้ให้เช่าทรัพย์จากเจ้าของเดิมต่อมา เมื่อหลักฐานการเช่าได้กำหนดระยะเวลาการเช่าไว้ 1 ปี เมื่อสิ้นสุดแห่งกำหนดเวลาเช่านั้นคือครบ 1 ปี แล้ว โจทก์หาจำต้องบอกกล่าวเลิกสัญญาอีกไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัญ อิศระ · ถาวร หุตะโกวิท · ชลอ บุปผเวส
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้