Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 795/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เหตุเกิดเพียงเพราะ จ. กล่าวหา ส. ว่าไปร่วมหลับนอนกับผู้เสียหาย แต่บุคคลทั้งสองก็ปฏิเสธ แม้อาจทำให้จำเลยซึ่งเป็นสามี ส.โกรธเคืองบ้างจึงได้ทำร้ายส. แต่ก็ไม่พอจะถือว่าถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมการที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายขณะจะเข้าไปห้ามมิให้ จำเลยทำร้าย ส. จึงไม่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ แต่จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 และริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 จำคุก 10 ปี ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงจ่าเอกบำรุง เมษสุวรรณ ผู้เสียหายหลายนัดกระสุนปืนถูกบริเวณขาขวา เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายถึงสาหัสปัญหาที่จะวินิจฉัยมีว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีนางจรวยพร เมษสุวรรณ เบิกความว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย โดยเมื่อจำเลยทำร้ายนางสุรีย์ อินทรแพทย์หรือสุกใส ภริยาจำเลย ผู้เสียหายจะเข้าไปห้าม จำเลยก็ชักอาวุธปืนออกมายิงผู้เสียหาย เห็นว่าบริเวณที่เกิดเหตุมีแสงไฟฟ้าส่องสว่างมองเห็นกันได้ มีผู้อยู่ตรงที่เกิดเหตุเพียงผู้เสียหายนางจรวยพร นางสุรีย์ และคนร้ายที่ยิงผู้เสียหายเท่านั้น

เหตุเกิดต่อหน้านางจรวยพรเมื่อคนร้ายยิงนัดแรกแล้วนางจรวยพรเข้าไปกอดตัวคนร้ายไว้แต่คนร้ายสะบัดหลุดแล้วเข้าไปยิงผู้เสียหายอีกหลายนัดนางจรวยพรย่อมเห็นชัดเจน แม้เมื่อจับกุมจำเลยได้ นางจรวยพรจะไม่ชี้ตัวจำเลยว่าเป็นคนร้ายเนื่องจากไม่แน่ใจเพราะเป็นเวลาหลังเกิดเหตุนานถึง 2 ปี แต่นางจรวยพรก็ยืนยันว่าคนร้ายเป็นสามีนางสุรีย์คือจำเลยนั่นเอง นอกจากนี้โจทก์ยังมีคำให้การชั้นสอบสวนของนางสุรีย์และนายสมหมาย ทองศรีตามเอกสารหมาย จ.4 และ จ.5 เป็นพยาน ซึ่งในขณะเกิดเหตุนายสมหมายอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ บุคคลทั้งสองให้การต่อพนักงานสอบสวนระบุว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย นางสุรีย์เป็นภริยาจำเลย นายสมหมายเป็นสามีของพี่สาวนางสุรีย์

เชื่อว่าให้การตามที่รู้เห็นจริงหลังเกิดเหตุจำเลยหลบหนีเป็นพฤติการณ์ของผู้กระทำผิดชั้นจับกุมก็ให้การรับสารภาพเมื่อฟังพยานโจทก์ประกอบกันทั้งหมดแล้วมีน้ำหนักมั่นคง ที่จำเลยนำสืบอ้างฐานที่อยู่โดยมีนายสอาด สุกใส มาเบิกความสนับสนุนนั้น เห็นว่า นายสอาดเป็นบิดาจำเลยคำเบิกความมีน้ำหนักน้อย ทั้งการกล่าวอ้างเช่นนี้กระทำได้โดยง่าย จำเลยไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสืบสนับสนุนให้ชัดเจน พยานจำเลยเลื่อนลอยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ที่จำเลยฎีกาว่า ผู้เสียหายเบิกความแตกต่างกับที่ให้การชั้นสอบสวนโดยชั้นสอบสวนผู้เสียหายให้การยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้าย ตามเอกสารหมาย ป.จ.1 แต่เบิกความว่าไม่เห็นคนที่ใช้อาวุธปืนยิงตน ไม่ทราบว่าใครเป็นคนร้ายนั้นเห็นว่าผู้เสียหายเบิกความเป็นผลดีแก่จำเลย

น่าจะเนื่องจากเห็นว่าเหตุเกิดเพราะนางจรรยพรภริยาตนไปกล่าวหานางสุรีย์ว่าไปร่วมหลับนอนกับผู้เสียหาย ไม่ทำให้น้ำหนักพยานหลักฐานอื่นของโจทก์เสียไป เชื่อว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย อาวุธปืนเป็นอาวุธร้ายแรง จำเลยยิงผู้เสียหายหลายนัด แสดงว่ายิงโดยมีเจตนาฆ่า เมื่อผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตายจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย

ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่มีเจตนาฆ่าเพราะมีโอกาสเลือกยิงแต่ไม่ยิงให้ถึงแก่ความตายนั้น เห็นว่า ผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตายเพราะผู้เสียหายหลบหนีและมีรถยนต์ขวางกั้น ทำให้จำเลยยิงไม่ถูกอวัยวะสำคัญที่จะทำให้ถึงแก่ความตายหาใช่จำเลยมีโอกาสเลือกยิงดังจำเลยฎีกาไม่ และที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยกระทำโดยบันดาลโทสะนั้น เห็นว่า เหตุเกิดเพียงเพราะนางจรรยาพรกล่าวหานางสุรีย์ว่าไปร่วมหลับนอนกับผู้เสียหาย แต่บุคคลทั้งสองก็ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้แม้อาจทำให้จำเลยโกรธเคืองบ้างจึงได้ทำร้ายนางสุรีย์แต่ก็ไม่พอจะถือว่าถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมการที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายขณะผู้เสียหายจะเข้าไปห้ามไม่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นแต่คำให้การของจำเลยชั้นจับกุมที่รับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาสมควรลดโทษให้จำเลยด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุก 7 ปี 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองหล่อ โฉมงาม · สกนธ์ กฤติยาวงศ์ · กมล เพียรพิทักษ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้