Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 795/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ลูกจ้างขอลากิจไปทำกิจธุระส่วนตัว นายจ้างไม่อนุญาตอ้างว่าอยู่ระหว่างเร่งการผลิต ลูกจ้างจึงหยุดงานไป 1 วันและเมื่อมาทำงานก็ได้ลาป่วยโดยมีใบรับรองแพทย์ประกอบ ดังนี้ แม้จะมิได้ป่วยจริงก็จะถือว่าลูกจ้างมีเจตนากระทำทุจริตต่อนายจ้างยังมิได้ เพราะเป็นเพียงวิธีการอย่างหนึ่งที่จะให้ได้หยุดงานเพื่อไปทำธุรกิจของตนเท่านั้น และเมื่อปรากฏว่าในแผนกที่ลูกจ้างทำงานมีคนงานถึง 80 คน การทำงานล่วงเวลาก็มีลูกจ้างบางคนที่ไม่ทำ ประกอบกับในวันที่ลูกจ้างหยุดงานก็ไม่ปรากฏพฤติการณ์พิเศษใด ๆ ที่เห็นได้ว่าการหยุดงานนั้นนายจ้างจะได้รับความเสียหาย จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างอีกด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 47

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเลิกจ้างโจทก์อ้างว่าโจทก์ลาป่วยแต่ไปทำธุรกิจส่วนตัวอันเป็นความผิดร้ายแรง ซึ่งไม่เป็นความจริงจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ได้จ่ายค่าชดเชย ขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ได้หยุดงานไปโดยยื่นใบลาอ้างว่าป่วย จำเลยสอบสวนแล้วปรากฏว่าโจทก์ไม่ป่วยจริงแต่หยุดไปเพื่อทำกิจธุระส่วนตัว ถือว่าโจทก์ลาป่วยโดยไม่สุจริต เป็นการแสวงหาประโยชน์จากจำเลยโดยมิชอบเพราะโจทก์ได้รับค่าจ้างในวันลาป่วยนั้นด้วย เป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ซึ่งจำเลยมีอำนาจที่จะเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ค่าเสียหาย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม แต่ไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า การที่โจทก์หยุดงานไป ๑ วัน และได้ลาป่วยในวันทำงานต่อมาโดยมีใบรับรองแพทย์ประกอบใบลา แต่ความจริงโจทก์มิได้ป่วย ทางพิจารณาได้ความว่าโจทก์ไปทำธุรกิจส่วนตัว โดยโจทก์ได้ขอลากิจกับจำเลยในวันดังกล่าวแล้ว แต่จำเลยไม่อนุญาตอ้างว่าอยู่ในระหว่างเร่งการผลิตสินค้าให้ทันตามใบสั่งของ ซึ่งก็เป็นธรรมดาอยู่เองที่เมื่อโจทก์มีกิจธุระก็จะต้องขอลากิจ และเมื่อไม่ได้รับอนุญาตและกิจธุระของโจทก์ก็มีความจำเป็นที่จะต้องไปกระทำให้เสร็จ ก็จำเป็นอยู่เองที่โจทก์จะต้องหยุดงานเพื่อไปทำงานของโจทก์ให้เสร็จแล้วจึงมาลาป่วยย้อนหลังแต่เนื่องจากโจทก์ได้ขอลากิจกับจำเลยไว้แล้วจึงกลัวว่าจำเลยจะไม่อนุญาตการลาป่วยของโจทก์

โจทก์จึงได้นำใบรับรองแพทย์มายื่นประกอบใบลาป่วยด้วย ดังนี้ จะถือว่าโจทก์มีเจตนากระทำการทุจริตต่อนายจ้างยังไม่ได้ เพราะเป็นเพียงวิธีการอย่างหนึ่งที่จะหยุดงานไปเพื่อให้ได้ทำกิจธุระของโจทก์เท่านั้น และจะถือว่าเป็นการจงใจทำให้นายจ้างเสียหายก็ยังไม่ได้ เพราะได้ความจากทางพิจารณาว่าในแผนกที่โจทก์ทำงานมีคนงานอยู่ถึง ๘๐ คน และในการทำงานล่วงเวลาก็มีพนักงานบางคนที่ไม่ทำงานล่วงเวลา ดังนั้น การที่โจทก์หยุดงานไปเพียง ๑ วัน และในวันนั้นไม่ปรากฏพฤติการณ์พิเศษใด ๆ ที่จะเห็นได้ว่าถ้าโจทก์หยุดงานไปในวันนั้นแล้วจำเลยจะได้รับความเสียหาย จึงถือได้ว่าการหยุดงานของโจทก์ในกรณีดังกล่าวไม่เป็นการทุจริตต่อจำเลยและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุพจน์ นาถะพินธุ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เพียร สุมิระ
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายเชื้อ เจียมรัตนกูลศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3211/2545

การที่โจทก์ยื่นใบลาป่วยโดยมีใบรับรองแพทย์และได้รับอนุญาตให้ลาจนครบกำหนด และมาทำงานแล้ว ก็ตาม หากจำเลยสงสัยว่าโจทก์ป่วยจริงหรือไม่หรือใช้สิทธิลาป่วยไม่สุจริต ก็ชอบที่จะสั่งให้โจทก์ไปตรวจกับ แพทย์อื่นซึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7038/2544

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ทั้งนี้ ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2417/2544

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 บทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้ลูกจ้างต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2257/2543

ประกาศของจำเลยที่ห้ามพนักงานของโรงแรมซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยไปขับรถจักรยานยนต์รับจ้างนอกเวลาทำงานตามปกติ ได้ระบุถึงเขตพื้นที่ที่ห้ามไว้โดยเฉพาะคือบริเวณโรงแรมของจำเลยเท่านั้น จึงเป็นอำนาจของจำเลยที่จะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1896/2543

โจทก์ทำงานอยู่แผนกจัดส่ง มีหน้าที่รับส่งและบรรจุน้ำมันลงถังการที่ ว. หัวหน้าแผนกซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์สั่งให้โจทก์ไปตักน้ำมัน และไขน้ำมันจากท่อน้ำรวมในโรงงานซึ่งมีน้ำสกปรกไหลผ่าน เป็นการสั่งให…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้