Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 795/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บ.โจทก์ในคดีหนึ่งนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยโจทก์ร้องขัดทรัพย์แล้วได้มีการประนีประนอมยอมความกัน โดยโจทก์ยอมให้เงิน บ. 5,000 บาท บ. ยอมถอนการยึดทรัพย์และจำเลยยอมยกที่ดินพิพาทให้โจทก์ สัญญาที่จำเลยยกที่ดินพิพาทให้โจทก์จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทน เพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างบุคคลสามฝ่าย มิใช่สัญญาที่จำเลยยกที่ดินพิพาทให้โจทก์โดยเสน่หา แม้มิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็เป็นสัญญาที่สมบูรณ์บังคับได้เมื่อสัญญายกที่ดินพิพาทให้โจทก์เป็นสัญญาต่างตอบแทนจำเลยย่อมไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา นอกจากโจทก์ยินยอมด้วยหรือโจทก์ผิดสัญญาหรือมีเหตุอื่นที่กฎหมายให้อำนาจจำเลยบอกเลิกได้ แม้โจทก์จะเกี่ยงให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมในการโอนที่ดินทั้งหมด ก็ไม่ทำให้จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญา เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาโจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาต่างตอบแทนนั้น อันมีอายุความฟ้องร้อง 10 ปี แม้ที่ดินพิพาทจะเป็นที่ดินมือเปล่า ก็ไม่ทำให้กำหนดอายุความในกรณีนี้เปลี่ยนแปลงไป เพราะมิใช่กรณีแย่งการครอบครอง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายบุญคง บุญสม โจทก์ในคดีแดงที่ 178/2505ได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลย แต่ยึดที่ดินของโจทก์ไปด้วย โจทก์ร้องขัดทรัพย์แล้วตกลงยอมความกัน โดยโจทก์จะให้เงินนายบุญคง 5,000 บาท นายบุญคงจะถอนการยึดทรัพย์ ในการตกลงยอมความดังกล่าว จำเลยยอมยกที่ดินตาม น.ส.3 ให้โจทก์แต่แล้วไม่ยอมโอน ขอให้บังคับ จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยทำสัญญาจริง แต่โจทก์เกี่ยงให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมโอน จำเลยไม่ยอม จำเลยบอกเลิกสัญญาแล้ว และเข้าครอบครองที่พิพาท ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ได้ 1 ปาก แล้วสั่งงดสืบพยานวินิจฉัยว่า สัญญายกให้ไม่จดทะเบียน ตกเป็นโมฆะ พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยโอนที่พิพาทให้โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ที่จำเลยฎีกาว่า แม้จำเลยจะได้ลงนามในสัญญายกที่พิพาทให้โจทก์ (เอกสาร จ.1) ก็ตาม สัญญาฉบับนี้หาใช่สัญญาประนีประนอมยอมความไม่ หากแต่เป็นสัญญายกที่พิพาทให้โจทก์โดยเสน่หา เมื่อมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 115 ประกอบกับมาตรา 525

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อพิจารณาตัวสัญญา (เอกสาร จ.1) ประกอบกับคำฟ้องโจทก์และคำให้การจำเลยแล้ว เห็นได้เด่นชัดว่าสัญญาดังกล่าวได้ทำขึ้น เนื่องจากได้มีการประนีประนอมยอมความระหว่างบุคคลสามฝ่าย คือ นายบุญคง บุญสม ซึ่งเป็นโจทก์ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 178/2505 ยอมความกับโจทก์ในคดีนี้ ซึ่งเป็นผู้ร้องขัดทรัพย์ที่นายบุญคง บุญสม ยึดจากจำเลยในคดีดังกล่าวนั้นโจทก์ในคดีนี้ยอมให้เงินนายบุญคง บุญสม 5,000 บาท นายบุญคงยอมถอนการยึดทรัพย์ และจำเลยในคดีนี้ยอมยกที่ดินพิพาทให้โจทก์ สัญญาที่จำเลยยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ (เอกสาร จ.1) จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทน เพื่อระงับข้อพิพาทระหว่างบุคคลสามฝ่าย และมิใช่เป็นสัญญาที่จำเลยยกที่ดินพิพาทให้โจทก์โดยเสน่หา เมื่อสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาต่างตอบแทน แม้มิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็เป็นสัญญาที่สมบูรณ์ โจทก์มีสิทธิฟ้องต่อศาลให้บังคับจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญาได้

ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยได้บอกเลิกสัญญากับโจทก์ไปแล้ว ความผูกพันตามสัญญาจึงไม่มี ตามสัญญาพิพาทระบุให้จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ภายใน 3 เดือน เมื่อครบกำหนดโจทก์ไม่ได้เรียกร้อง เมื่อจำเลยบอกเลิกสัญญาโจทก์ก็เพิกเฉยปล่อยให้จำเลยเข้าครอบครองที่พิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่าอย่างเป็นเจ้าของมา 8-9 ปีแล้วคดีโจทก์ขาดอายุความนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าสัญญาพิพาทเป็นสัญญาต่างตอบแทน จำเลยย่อมไม่มีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญา นอกจากฝ่ายโจทก์ยินยอมด้วย หรือฝ่ายโจทก์ผิดสัญญา หรือมีเหตุอื่นที่กฎหมายให้อำนาจจำเลยบอกเลิกได้ตามคำให้การของจำเลยก็กล่าวไว้แต่เพียงว่า โจทก์เกี่ยงให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าธรรมเนียมในการโอน(ที่พิพาท) ทั้งหมดแทนโจทก์ทั้งสอง จำเลยไม่ยินยอม เมื่อครบกำหนด 3 เดือน จำเลยบอกเลิกสัญญาและเข้าครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมา แม้จะฟังข้อเท็จจริงได้ตามคำให้การของจำเลย ก็หาทำให้จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญากับโจทก์ไม่ และเมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาสิทธิของโจทก์ในอันที่จะบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาต่างตอบแทนย่อมเกิดขึ้นสิทธิดังกล่าวมีอายุความฟ้องร้อง 10 ปี เช่นสัญญาทั่วไป การที่ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าหาทำให้กำหนดอายุความเรื่องนี้เปลี่ยนแปลงไปไม่ เพราะมิใช่เป็นกรณีแย่งการครอบครองที่ดินพิพาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธานินทร์ กรัยวิเชียร · ประสาท สุคนธมาน · เฉลิม กรพุกกะณะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้