Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 793/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาวางมัดจำจะซื้อจะขายระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ 2 ระบุว่าตกลงวางมัดจำในวันทำสัญญา 100,000 บาท และมีรายการกำหนดเวลาชำระเงินส่วนที่เหลือไว้เป็น 2 งวด เมื่อครบกำหนดชำระงวดแรกผู้ร้องกับจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาเพิ่มเงินมัดจำขึ้นอีก แต่ข้อความในสัญญาดังกล่าวระบุชัดว่าผู้จะขายได้รับเงินเท่ากับจำนวนเงินที่ต้องชำระงวดแรก ตามที่ระบุไว้ในสัญญาวางมัดจำจะซื้อจะขาย แม้ผู้ร้องจะมีพยานมานำสืบอธิบายสัญญาว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินมัดจำก็ขัดกับข้อความในเอกสาร ฟังได้ว่าสัญญาเพิ่มเงินมัดจำคือหลักฐานการชำระเงินค่าซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาวางมัดจำจะซื้อจะขายนั่นเอง ผู้ร้องหามีสิทธิรับเงินจำนวนดังกล่าวไม่เมื่อมีการเลิกสัญญาแล้วผู้ร้องและจำเลยที่ 2 ต่างต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งหกชั่วคราวเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องชำระหนี้ค่าซื้อขายที่ดิน ซึ่งชำระตามสัญญาจะซื้อจะขายจำนวน2,382,261 บาท ซึ่งจำเลยที่ 2 มีสิทธิเรียกร้องให้ผู้ร้องชำระพร้อมดอกเบี้ยผู้ร้องปฏิเสธหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีหนังสือยืนยันหนี้จำนวนดังกล่าวผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องมิได้เป็นหนี้จำเลยที่ 2 ผู้ร้องเป็นเจ้าของที่ดิน 3 แปลง พร้อมอาคารโรงเรียนวิทยานุกรณ์พณิชยการเชียงใหม่และกิจการ จำเลยที่ 2 ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและกิจการโรงเรียนดังกล่าวจากผู้ร้องในราคา 4,500,000 บาท วางมัดจำ 2 คราว ในวันทำสัญญา100,000 บาท และส่วนที่เหลืออีก 2,382,261 บาท

ได้วางมัดจำเพิ่มตามสัญญาลงวันที่ 15 มกราคม 2528 ส่วนที่ค้างทั้งหมดให้ชำระในวันที่ 30 มิถุนายน 2528 แต่จำเลยที่ 2 ผิดสัญญาไม่ชำระเงินที่ค้างผู้ร้องจึงบอกเลิกสัญญาและมีสิทธิรับเงินมัดจำทั้งหมดได้ขอให้จำหน่ายผู้ร้องออกจากบัญชีลูกหนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คัดค้านว่า สัญญาจะซื้อจะขายกำหนดวางมัดจำในวันทำสัญญาเพียง 100,000 บาท ส่วนที่เหลือแบ่งชำระเป็น 2 งวด การชำระเงินงวดแรกจำนวน 2,382,261 บาทจึงเป็นการชำระราคาซื้อขายบางส่วน ไม่ใช่เงินมัดจำ ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ร้องกับจำเลยที่ 2 ทำสัญญาวางมัดจำจะซื้อจะขายเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2527 ต่อมาเมื่อวันที่ 15 มกราคม2528 ผู้ร้องและจำเลยที่ 2 ทำสัญญาเพิ่มเงินมัดจำซึ่งตามสัญญาวางมัดจำจะซื้อจะขายระบุว่า

"ในการจะซื้อขายกันนี้ผู้จะซื้อตกลงวางมัดจำไว้แล้วในวันนี้เป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท โดยผู้จะขายได้รับเงินตามจำนวนดังกล่าวครบถ้วนแล้วในวันทำสัญญาส่วนเงินที่คงค้างอยู่อีก 4,500,000 บาท ผู้จะซื้อตกลงจะชำระเงินจำนวนดังกล่าวดังรายการต่อไปนี้ 2.1..." เห็นว่า สัญญาวางมัดจำจะซื้อจะขายเอกสารหมาย ร.1 เป็นสัญญาจะซื้อจะขาย เพราะมีรายการวางมัดจำเป็นเงิน 100,000 บาท และมีรายการกำหนดวันเวลาชำระเงินไว้ครบถ้วนตามสัญญาข้อ 2.1 และ 2.2 ถึงวันที่ 15 มกราคม 2528 ซึ่งเป็นวันกำหนดชำระเงินงวดแรกตามสัญญาหมาย ร.1 ผู้ร้องกับจำเลยที่ 2 ทำสัญญาเพิ่มเงินมัดจำเอกสารหมาย ร.2 ขึ้นอีก แต่ข้อความในสัญญาดังกล่าวระบุชัดว่าผู้จะขายได้รับเงินจำนวน 2,382,261 บาทไว้จากผู้จะซื้อ

เงินจำนวนดังกล่าวมีจำนวนเงินเท่ากับจำนวนเงินที่ระบุไว้ในสัญญาหมาย ร.1 ข้อ 2.1 แม้ผู้ร้องจะมีพยานมาเบิกความสนับสนุนอธิบายสัญญาเพิ่มเงินมัดจำว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินมัดจำก็ขัดกับข้อความในเอกสารไม่น่าเชื่อ ฟังได้ว่าสัญญาเพิ่มเงินมัดจำคือหลักฐานการชำระเงินค่าซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาวางมัดจำจะซื้อจะขายเอกสารหมาย ร.1 นั่นเอง ผู้ร้องหามีสิทธิริบเงินจำนวนดังกล่าวได้ไม่ เมื่อได้ความว่าจำเลยที่ 2บอกเลิกสัญญาดังกล่าวแล้ว ผู้ร้องและจำเลยที่ 2 ต่างต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข · สุทธิ นิชโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้