Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2499 (เลขอ้างอิง 79153)

พ.ศ. 2499 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยโดยให้วางโทษฐานปาณีตาม ก.ม.อาญา ม.59 และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้เพราะต้องห้ามตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 218 คำขอให้ลงโทษของโจทก์ ๆ มิได้อ้าง พ.ร.บ.ป่ไม้ พ.ศ.2484 ม.69,73 คงอ้างมาแต่ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 ม.16,17 เช่นนี้ถือได้แล้วว่าฟ้องโจทก์ได้อ้างมาตราใน ก.ม.ซึ่งบัญญัติว่าการกระทำของจำเลยนั้นเป็นความผิดและความใน พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.69,73 ได้ถูกยกเลิกตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 ม.16,17 แล้วเมื่อศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์สืบสม ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยได้แม้ศาลจะอ้าง ม.69 และ 73 แห่งพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 เป็นบทลงโทษด้วยก็หาทำให้จำเลยพ้นผิดไปได้ไม่จึงถือว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่สมบูรรณ์ตาม ป.วิ.อาญา ม.158(6) และการที่ศาลลงโทษจำเลยก็ชอบด้วยกระบวนวิธีพิจารณาแล้ว ปัญหาว่าฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วย ก.ม.หรือไม่เพราะไม่มีลายมือชื่อผู้เรียงถือว่าเป็นปัญหาข้อ ก.ม.ที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยจะมิได้หยิบยกขึ้นโต้เถียงในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่จำเลยย่อมหยิบยกขึ้นโต้เถียงในชั้นศาลฎีกาได้เสมอ ปรากฏว่าฟ้องของโจทก์ไม่มีลายมือชื่อผู้เรียงจริง จึงถือว่าไม่เป็นฟ้องตาม ป.วิ.อาญา ม.158(7) ศาลต้องยกฟ้องเสียโดยไม่จำเป็นต้องพิจารณาถึงปัญหาอื่นอีก จำเลยฎีกาว่าจำเลยได้ชำระค่าปรับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นไว้แล้ว แต่จำเลยต้องถูกขังเกินกำหนดเวลาที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุกและปรับมา ศาลควรต้องหักเวลาที่ต้องขังเกินกำหนดโดยคิดเป็นเงินวันละ 1 บาท คืนให้จำเลยนั้น กรณีเป็นเรื่องบังคับตามคำพิพากษา เมื่อยังไม่ปรากฏว่าศาลล่างได้มีคำสั่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างไรย่อมถือว่ายังไม่มีปัญหามาสู่ศาลฎีกา ๆ จึงไม่วินิจฉัยให้.

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีไม้สักหวงห้ามไม่รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๖๙,๗๓ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๔ ม.๑๖,๑๗ ให้จำคุก ๑ เดือน ปรับ ๕๐๐ บาท กับฐานปลอมดวงตราในราชการตาม ก.ม.อาญา ม.๒๑๑๑ ๒๑๓ ให้จำคุก ๑ ปี รวมเป็นโทษจำคุก ๑ ปี ๑ เดือน ปรับ ๕๐๐ บาท เพิ่โทษฐานไม่เข็ดหลาบอีก ๑ ใน ๓ คงจำคุกจำเลย ๑ ปี ๕ เดือน ๑๐ วันและปรับ ๖๖๖.๖๖ บาท ไม้กับดวงตราของกลางริบ

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ในคดีสำนวนแรกว่าจำเลยผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๖๙,๗๓ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๔ ม.๑๖,๑๗ ให้จำคุก ๑ เดือน ปรับ ๕๐๐ บาท และให้ลดโทษ ๑ ใน ๓ หักกลบลบกันไปไม่ต้องเพิ่มไม่ต้องลดส่วนสำนวนหลังให้ยกฟ้อง โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาคดีแล้วจะได้วินิจฉัยฎีกาโจทก์และจำเลยรวมกันไปเห็นว่าคดีสำนวนแรกศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลจังหวัดลำพูนเพียงเล็กน้อยในข้อให้ลดโทษฐานปราณีตาม ก.ม.อาญา ม.๕๙ และให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน ๕ ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงเป็นอันยุติ ฟังว่าจำเลยกระทำผิดตามข้อกล่าวหาของโจทก์ ส่วนปัญหาข้อ ก.ม.ที่จำเลยคัดค้านอันควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยคงมี ๑. เรื่องโจทก์ไม่ได้อ้าง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๖๙,๗๓ มาในฟ้องคดีสำนวนแรกเลขแดงที่ ๔๘๔/๒๔๙๗ ของศาลจังหวัดลำพูน อ้างมาแต่ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๔ ม.๑๖,๑๗ ที่แก้ไขฉบับเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๖๙,๗๓ เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.อาญา ม.๑๕๘(๖) และที่ศาลลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๖๙,๗๓ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๔ ม.๑๖,๑๗ ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ๒. เรื่องฟ้องของโจทก์ในสำนวนคดีหลังเลขแดงที่ ๔๘๕/๒๔๙๗ ของศาลจังหวัดลำพูนไม่เป็นฟ้องที่ชอบด้วย

ก.ม.เพราะไม่มีลายมือชื่อผู้เรียง เกี่ยวกับปัญหาข้อ ๑ นั้น จำเลยได้โต้แย้งคัดค้านมาตั้งแต่ศาลอุทธรณ์แล้ว ปัญหาข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องโจทก์ได้อ้างมาตราใน ก.ม.ซึ่งบัญญัติว่าการกระทำของจำเลยนั้นเป็นความผิดและความใน พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ ม.๖๙,๗๓ ได้ถูกยกเลิกตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๔ ม.๑๖,๑๗ ที่โจทก์อ้างขอให้ลงโทษจำเลย เมื่อศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องนั้นโจทก์สืบสมย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยได้ แม้ศาลจะอ้าง ม.๖๙,๗๓ แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พงศ.๒๔๘๔ เป็นบทลงโทษด้วยก็หาทำให้จำเลยพ้นผิดไปได้ไม่ ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตาม ป.วิ.อาญา ม.๑๕๘(๖) และการที่ศาลลงโทษจำเลยชอบด้วยกระบวนวิธีพิจารณา สำหรับปัญหาข้อ ๒ จำเลยแย้งยกขึ้นโต้เพียงในชั้นฎีกา แต่ก็เป็นข้อ

ก.ม.ที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาได้ตรวจฟ้องของโจทก์ในคดีสำนวนหลังเลขแดงที่ ๔๘๕/๒๔๙๗ ของศาลจังหวัดลำพูน ก็ปรากฏว่าไม่มีรายมือชื่อผู้เรียงจริง ฟ้องของโจทก์ในคดีสำนวนหลังดังกล่าวแล้วจึงไม่เป็นฟ้องตาม ป.วิ.อาญา ม.๑๕๘(๗) ศาลต้องยกฟ้องเสียไม่จำต้องพิจารณาถึงปัญหาอื่นอีก ส่วนข้อที่จำเลยยกขึ้นคัดค้านในชั้นฎีกาว่าจำเลยได้ชำระค่าปรับตามคำพิพากษาศาลจังหวัดลำพูนไว้แล้ว แต่ต้องถูกขังเกินกำหนดเวลาที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุกและปรับมา ศาลควรหักเวลาที่ต้องขังเกินกำหนดคิดเป็นเงินวันละ ๑ บาทคืนเงินให้จำเลยนั้น ศาลฎีกาใคร่จะชี้แจงว่า กรณีนี้เป็นเรื่องบังคับตามคำพิพากษา ยังไม่ปรากฏว่าศาลล่างได้มีคำสั่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร จึงไม่มีปัญหาจะวินิจฉัยให้ ด้วยเหตุดังกล่าวมาแล้ว

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ * คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีไม้สักต้องห้ามไม่รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ มาตรา ๖๙, ๗๓ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๑๖,๑๗ ให้จำคุก ๑ เดือน ปรับ ๕๐๐ บาท และฐานปลอมแปลงตราในราชการตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๒๑๑,๒๑๓ ให้จำคุก ๑ ปี รวมเป็นโทษจำคุก ๑ ปี ๑ เดือน ปรับ ๕๐๐ บาท เพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบอีก ๑ ใน ๓ คงจำคุกจำเลย ๑ ปี ๕ เดือน ๑๐ วัน และปรับ ๖๖๖ บาท ๖๖ สตางค์ ไม้กับดวงตราของกลางให้ริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ในคดีสำนวนจำเลยผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ ๒๔๘๔ มาตรา ๖๙,๗๓ และ พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๔ มาตรา ๑๖,๑๗ ให้จำคุก ๑ เดือน ปรับ ๕๐๐ บาท เพิ่มโทษ ๑ ใน ๓ และให้ลดโทษ ๑ ใน ๓ หักกลบลบกันไปไม่ต้องเพิ่มไม่ต้องลด ส่วนสำนวนหลังให้ยกฟ้อง โจทก์และจำเลยฎีกา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวน สิงหลกะ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดลำพูน - นายเกื้อ ศิร
ศาลอุทธรณ์ - ศาลอุทธรณ์ - นายเจน เวชศิลป
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้