Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2500 (เลขอ้างอิง 78851)

พ.ศ. 2500 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในคดีฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความประมาทเลินเล่อในทางแพ่งเมื่อได้บรรยายฟ้องพอให้เข้าใจได้ว่าข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหามีอยู่อย่างไรแล้ว ก็ถือว่าไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม ฟ้องคดีเรียกค่าเสียหายเรื่องเรือชนกัน เมื่อโจทก์กล่าวว่าเรือจำเลยแล่นกินทางเข้ามาแล้วตีวงมาชนเรือโจทก์ โดยความประมาทเลินเล่อของจำเลยดังนี้ ก็พอทำให้เข้าใจได้แล้วว่าข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาของโจทก์มีอยู่อย่างไร

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีดำที่ ๔๑๒/๒๔๙๙

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้ง ๔ ร่วมกันชดใช้ราคาข้าวสารของโจทก์ที่บรรทุกเรือกระแชงซึ่งจ้างเรือศรเอกศิลป ของจำเลยที่ ๓ และ จำเลยที่ ๔ เป็นลูกจ้างควบคุมเรือ ลากจูงมาแล้วถูกเรือบางนาราของจำเลยที่ ๑ ซึ่งจำเลยที่ ๒ ลูกจ้างเป็นกัปตันชนจมด้วยความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ ๒ และ ที่ ๔ เมื่อจ้างคนขนข้าวสารขึ้นมาได้และขายไปและหักค่าใช้จ่ายแล้ว เป็นเงิน ๒๘,๘๑๒.๔๘ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย คดีที่ ๔๑๓/๒๔๙๙

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้ง ๔ ชดใช้ค่าเรือค่าเครื่องใช้ในเรือที่สูญหายกับค่าเสียหายที่โจทก์ต้องขาดรายได้เนื่องจากเรือกระแชงบรรทุกข้าวสารของโจทก์ถูดเรือบางนาราของจำเลยที่ ๑ ซึ่งจำเลยที่ ๒ ลูกจ้าง เป็นกัปต้นเรือชนจมในกรณีละเมิดรายเดียวกันด้วยความประมาณเลินเล่อของจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ คือ ค่าเรือ ๖๓,๐๐๐ บาท ค่าเครื่องใช้ในเรือที่สูญหาย ๑,๕๐๐ บาท ค่าขาดรายได้นับแต่วันเกิดถึงวันฟ้อง ๘,๒๑๖.๕๐ บาท และเป็นรายเดือน ๆ ละ ๒,๙๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การว่าเป็นเจ้าของเรือบางนาราและเป็นนายท้ายเรือ แต่โจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยประมาทเลินเล่ออย่างใดเป็นคำฟ้องเคลือบคลุมไม่ชัดว่าการกระทำอย่างใดที่โจทก์ถือว่เป็นความประมาทเลินเล่อ

อย่างไรก็ดี จำเลยที่ ๒ มิได้ประมาทเลินเล่อ เรือบางนารามิได้ชนเรือบรรทุกข้าว ความเสียหายเกิดจากความประมาทเลิยเล่อของผู้ควบคุมเรือบรรทุกข้าวและเรือที่ลากจูงมาปะทะเรือบางนาราจำเลยไม่ต้องรับผิด ค่าเสียหายไม่เป็นความจริง โจทก์เรียกร้องเกินความจริง และไม่มีสิทธิคิดออกเบี้ย จำเลยที่ ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๔ ให้การว่าที่เรือโจทก์ถูกชนจมเป็นเพราะเรือบางนาราไม่ใช้ความระมัดระวังตามสมควรเป็นเหตุให้ชนเรือโจทก์ เป็นการสุดวิสัยของจำเลยที่ ๔ ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๓ โดยเป็นนายท้ายเรือศรเอกศิลป ของจำเลยที่ ๓ จะหลีกเลี่ยงได้ โจทก์ไม่เสียหายถึงราคาตามที่ฟ้อง()

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณารวมกัน แล้ววิ - 2 ร่วมกันใช้ค่าเสียหาย 28ศาลอุทธรณ์ -

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4997/2548

คำฟ้องโจทก์บรรยายแล้วว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นลูกจ้างและขับรถไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ได้ขับรถโดยประมาทเฉี่ยวชนรถยนต์บรรทุกที่ลูกจ้างโจทก์ขับได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสองชดใช้ค่าเสียหายให้แก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6576/2545

คำฟ้องในส่วนเกี่ยวกับความเสียหายบรรยายว่าจำเลยทั้งสองระเบิดและย่อยหินนอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจำนวนสองครั้ง แต่ละครั้งคิดเป็นพื้นที่เท่าใดและปริมาตรเท่าใด รวมทั้งปริมาตรหินที่จำเลยทั้งสองเอาไปเป็นจำนว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4066/2540

คำฟ้องโจทก์บรรยายว่า วันเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ขับรถไปตามถนนแจ้งวัฒนะจากสี่แยกหลักสี่มุ่งหน้าไปห้าแยกปากเกร็ดเมื่อถึงที่เกิดเหตุจำเลยที่ 1 ขับรถคันเกิดเหตุออกจาก ช่องทางเดินรถไปบนไหล่ทางด้านซ้ายซึ่งเป็นทา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5745/2538

เอกสารท้ายฟ้องย่อมถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง คำฟ้องจะชัดแจ้งหรือไม่ต้องพิจารณาทั้งหมด เมื่อปรากฏตามสำเนาคำสั่งและหนังสือคู่มือรับจดทะเบียนเอกสารท้ายฟ้องว่า โจทก์เป็นทายาทของ พ. ซึ่งเป็นเจ้าของเครื่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2639/2538

คดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาทต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยทั้งแปดฎีกาว่า จำเลยทั้งแปดไม่เคยนำวัวไปเลี้ยงในไร่อ้อยของโจทก์ จึงไม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้