Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2500 (เลขอ้างอิง 78800)

พ.ศ. 2500 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นเวยยยาวัจจกรของวัด ได้บอกกล่าวให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งต้นไม้ที่ปลูกล้ำที่เข่าวัดออกมา เพื่อทางวัดจะได้ขุดคูไปให้ทะลุคลอง ตามที่ได้ตกลงจ้างเขาไว้ โจทก์รับทราบและว่าจะจัดการ แล้วต่อมาไม่จัดการ ประวิงเวลาไว้จนสัญญาที่ทางวัดจ้างผู้ขุดจะหมด จำเลยจึงได้เข้าจัดการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและตัดต้นไม้ที่ล้ำนอกเขตเช่า โดยระมัดระวังพยายามให้เกิดการเสียหายน้อยที่สุด เพื่อขุดคลองแล้วนำไปกองไว้ให้โจทก์ เช่นนี้จำเลยยังไม่มีผิดฐานทำให้เสียทรัพย์เพราะมิได้มีเจตนาทำให้เสียทรัพย์ แต่จำเลยต้องรับผิดในการละเมิดที่ทำแก่ทรัพย์ของโจทก์ ไม่ได้รับการยกเว้นตามประมวลแพ่ง มาตรา 451 นอกจากค่าเสียหายธรรมดาแล้วศาลยังคิดค่าเสียหายให้ตามประมวลแพ่งฯ มาตรา 446 อีกโสดหนึ่งด้วย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 324 ป.พ.พ. มาตรา 438 ป.พ.พ. มาตรา 446 ป.พ.พ. มาตรา 451

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ศาลสั่งพิจารณารวมกัน

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าที่ดินวัดไทรอยู่โดยปลูกบ้านมานานปี ครั้นวันที่ ๑๒,๑๔,๑๗,๑๘ พ.ศ. ๒๔๙๖ เวลากลางวันจำเลยกับพวก โดยไม่มีอำนาจจะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ได้สมรู้ร่วมมือกันบังอาจทำแก่ทรัพย์ของโจทก์ให้เป็นอันตราย ชำรุด เสียหาย ฯลฯ จึงขอให้ศาลลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๓๒๔,๖๓,๗๑ พร้อมกับขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่นายยกหลงโจทก์ ๗,๑๑๕ บาท และแก่นางเง็กโจทก์ ๕,๓๐๐ บาท จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยมิได้มีเจตนาร้ายอันควรแก่เป็นความผิดอาญา เพราะจำเลยกระทำโดยความจำเป็นและโดยหน้าที่อันชอบธรรมตามกฎหมายเพื่อป้องกันบรรเทาความเสียหายของฝ่ายจำเลยที่กำลังเป็นอยู่ จำเลยกระทำเท่าที่จำเป็นและโดยความระมัดระวัง ทั้งนี้ตามความปรองดองระหว่างโจทก์จำเลยและผู้ว่าราชการจังหวัดธนบุรีอนุมัติคูที่จำเลยขุดและต้นไม้ที่จำเลยตัด จำเลยผู้เป็นเวยยาวัจจกรของวัดไทรย่อมทำได้ เพราะทำในที่ของวัด ซึ่งมิได้ให้โจทก์เช่า โจทก์มิได้เสียหายตามฟ้อง ค่าขาดความสุขโจทก์เรียกไม่ได้ จึงขอให้ศาลยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๓๒๔,๖๓ ปรับรวม ๒๐๐ บาท กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้นายยกหลง ๙๘๗.๕๐ บาท ให้นางเง็ก ๖๑๐ บาท โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยไม่ผิดฐานทำให้เสียทรัพย์แต่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายในการละเมิด แต่แก้ให้จำเลยใช้แก่นายยกหลง ๕๐๐ บาท ให้นางเง็ก ๒๐๐ บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ เป็นกรรมการบูรณะวัดและเป็นเวยยาวัจจกรของวัด จำเลยที่ ๒ ผู้รับจ้างเก็บผลประโยชน์ส่งวัดได้พาผู้รับเหมากับลูกจ้างไปรื้อรั้วไม้ขัดแตะหลังบ้านนางเง็ก ซึ่งเป็นรั้วที่พวกผู้อพยพหลบภัยสงครามทำไว้ และตัดต้นไม้บางต้นที่กีดขวางทางที่จะขุดคู กับรื้อที่ทำครัวของนายยกหลง และที่ซักผ้าแล้วขุดดินต่อจากคูที่ขุดไว้ในตอนในเฉียดข้างเรือนโจทก์ทั้งสองจนถึงคลองสนามชัย จนน้ำในคลองไหลเข้าออกในคูได้ ส่วนสิ่งที่รื้อออกของโจทก์คนใดก็เอากองไว้ให้ที่หลังบ้านของโจทก์คนนั้น ซึ่งศาลเชื่อว่าเขตที่จำเลยรื้อถอนตัดฟันไม่ได้อยู่ในเขตที่วัดได้ตกลงให้โจทก์เช่า เป็นการส่อแสดงว่าจำเลยหาได้มีเจตนาแกล้งทำลายทรัพย์ของโจทก์ให้ชำรุดเสียหายไปโดยปราศจากเหตุผล

จำเลยจึงไม่มีเจตนาชั่วร้าย จึงไม่ผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๓๒๔ แต่สำหรับการรับผิดในเรื่องละเมิดนั้นจำเลยต้องรับผิดตามประมวลแพ่งฯ มาตรา ๔๓๘ จำเลยไม่ได้รับนิรโทษกรรมตามประมวลแพ่งฯ มาตรา ๔๕๑ ดั่งจำเลยเถียง ทั้งศาลฎีกายังเห็นว่าสำหรับค่าสินไหมทดแทนนั้น นอกจากการคืนทรัพย์สินที่ผู้กระทำทำให้เสียหายไป หรือใช้ราคาทรัพย์สินแทนแล้ว กฎหมายยังให้ผู้เสียหายเรียกเอาค่าเสียหายได้อีกตามประมวลแพ่งฯ มาตรา ๔๔๖

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามที่ศาลต้นพิพากษาไว้ กับให้จำเลยชดใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์อีกรายละ ๒๐๐ บาทด้วย.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นนทประชา · นนทปัญญา · ดุลยการณ์โกวิท
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายสันติ์ ภู่ประเสร -
ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ว. วงษ์ศ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2500 (เลขอ้างอิง 38244)

จำเลยเป็นไวยาวัจกรของวัด ได้บอกกล่าวให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งต้นไม้ที่ปลูกล้ำที่เช่าวัดออกมา เพื่อทางวัดจะได้ขุดคูไปให้ทะลุคลอง ตามที่ได้ตกลงจ้างเขาไว้ โจทก์รับทราบและว่าจะจัดการแล้วต่อมาไม่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3945/2558

ผลของการทำละเมิดของจำเลยที่ 3 ทำให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บกระดูกขาขวาท่อนล่าง ซึ่งมี 2 ท่อนคู่กันกระดูกแต่ละท่อนได้หัก 2 แห่ง และมีแผลฉีกขาดที่ปลายขาขวา ยาว 20 เซนติเมตร แพทย์ต้องตัดเนื้อเยื่อจากส่วนอื่นขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6502/2558

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน ผท 6565 ชลบุรีไว้กับจำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัย ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ขับรถคันดังกล่าวไปตามถนนสายอ่างศิลามุ่งหน้าไปตลาดอ่างศิลาซึ่งเป็นถนนมีช่องเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1351/2543

รถยนต์บรรทุกสิบล้อคันเกิดเหตุมีชื่อจำเลยที่ 3 เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ประกอบการขนส่ง แม้จำเลยที่ 3 จะให้จำเลยที่ 2 เช่าซื้อรถยนต์บรรทุกสิบล้อดังกล่าวไป แต่จำเลยที่ 3 ก็เป็นผู้เสียภาษีในการใช้รถยนต์ป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2416/2534

การ ขาย อสังหาริมทรัพย์ ของ ผู้เยาว์ ผู้เยาว์ เอง หรือ ผู้ใช้ อำนาจ ปกครอง จะ กระทำ มิได้ เว้นแต่ ศาล จะ อนุญาต ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1574 เมื่อ ผู้แทนโดยชอบธรรม ต้องห้าม โดย กฎหมาย มิใ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้