คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148,149, 157, 162, 172, 173, 174, 179, 200, 201, 309, 310, 364, 365, 83
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ยืนยันว่า โจทก์มิได้กระทำความผิดฐานเล่นการพนันสลากกินรวบ จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 6 ถึงที่ 9 เข้าไปตรวจค้นจับกุมโจทก์ในบ้านโดยไม่มีหมายจับและหมายค้น เมื่อไปถึงสถานีตำรวจแล้ว จำเลยที่ 1 ทำบันทึกการตรวจค้นในหมายค้นว่าได้เอกสารของกลางอันเป็นความเท็จแล้วกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวนว่าโจทก์เล่นการพนันสลากกินรวบคดีสำหรับจำเลยที่ 1 มีมูลความผิดตามมาตรา 157, 162, 172, 173, 174, 179, 200, 310, 364, 365 คดีสำหรับจำเลยที่ 6 ถึง 9 มีมูลความผิดตามมาตรา 157, 179, 200, 310, 364, 365 ส่วนคดีสำหรับจำเลยอื่นไม่มีมูล ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 6 ถึงที่ 9 ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า
จำเลยดังกล่าวกระทำไปโดยชอบด้วยกฎหมายและหน้าที่ ไม่เป็นความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา แต่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมาย ที่ว่ามีแต่หมายค้นไม่มีหมายจับ การที่จำเลยจับโจทก์ไปจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309, 310 หรือไม่ และการที่จำเลยบันทึกการจับกุมที่สถานีตำรวจจะผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 หรือไม่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309 นั้น ศาลชั้นต้นสั่งว่าไม่มีมูล และคำสั่งดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดตามมาตรานี้หรือไม่ และศาลฎีกาเห็นว่าแม้ศาลชั้นต้นจะสั่งว่าคดีสำหรับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 6 ถึงที่ 9 มีมูลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 ด้วยก็ตาม แต่ตามฎีกาของโจทก์อ้างเพียงว่า
การที่จำเลยจับโจทก์โดยมีแต่หมายค้นไม่มีหมายจับนั้น เป็นการจับโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเท่านั้น โจทก์มิได้อ้างว่าเป็นความผิดต่อเสรีภาพหรือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 แต่อย่างใด ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310 หรือไม่ และโจทก์มิได้อุทธรณ์คำสั่งรับฎีกาของศาลชั้นต้นที่ไม่สั่งรับฎีกาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือไม่ในปัญหาที่ว่า การที่จำเลยทำบันทึกการจับกุมที่สถานีตำรวจแต่ระบุว่าทำบันทึกการจับกุมที่บ้านของบิดามารดาโจทก์ จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 หรือไม่นั้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าแม้บันทึกการจับกุม (บันทึกการตรวจค้น) จะทำที่สถานีตำรวจแต่ระบุว่าทำที่บ้านของบิดามารดาโจทก์ก็ตาม แต่ข้อความอื่นในบันทึกดังกล่าวตรงกับความเป็นจริง เพียงแต่ลงสถานที่ที่ทำบันทึกนั้นจากสถานีตำรวจเป็นบ้านของบิดามารดาโจทก์เท่านั้น ยังไม่ถือว่าจำเลยกรอกข้อความอันเป็นความเท็จลงในเอกสารอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162พิพากษายืน