Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7875/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการค้าเครื่องเคหภัณฑ์ เครื่องเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ไฟฟ้า รวมทั้งอะไหล่และอุปกรณ์ของสินค้าดังกล่าว การที่โจทก์จำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องเฟอร์นิเจอร์ให้แก่จำเลยที่ 1 จึงเป็นการประกอบธุรกิจหรือดำเนินกิจการในวัตถุประสงค์ของโจทก์ ส่วนจำเลยที่ 1 นั้น ประกอบกิจการโรงแรม การที่จำเลยที่ 1 ซื้อสินค้าประเภทเครื่องเฟอร์นิเจอร์จากโจทก์ก็เพื่อนำไปใช้ในกิจการโรงแรมของจำเลยที่ 1 อันเป็นกิจการของจำเลยที่ 1 จึงเข้าข้อยกเว้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (1) ฉะนั้นการที่โจทก์ฟ้องเรียกราคาค่าสินค้าประเภทเครื่องเฟอร์นิเจอร์ที่ค้างชำระจากจำเลยที่ 1 จึงต้องใช้อายุความ 5 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (5) การซื้อขายสินค้าระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม่ได้กำหนดเวลาอันพึงชำระหนี้ไว้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ย่อมจะเรียกให้ชำระหนี้ได้โดยพลันและฝ่ายจำเลยที่ 1 ลูกหนี้ก็ย่อมชำระหนี้ของตนได้โดยพลันดุจกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 203 ดังนั้นเมื่อโจทก์ส่งมอบสินค้าให้แก่จำเลยที่ 1 แล้ว สิทธิในการเรียกร้องเอาเงินค่าสินค้าจากจำเลยที่ 1 ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่จำเลยที่ 1 ได้รับมอบสินค้าจากโจทก์แต่ละคราว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่สั่งซื้อสินค้าจากโจทก์ 5 รายการ เป็นเงิน 1,037,044.40 บาท จำเลยทั้งสี่จะต้องชำระค่าสินค้าให้แก่โจทก์ภายในวันที่ 27 กรกฎาคม 2542 แต่ไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 1,402,087.55 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 1,079,894.40 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสี่ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยได้รับสินค้า โจทก์ส่งสินค้าตามที่กล่าวอ้างให้แก่จำเลยที่ 1 ตามใบสั่งซื้อตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2538 หากนับเวลาตั้งแต่จำเลยที่ 1 ได้รับสินค้าตามฟ้องจนถึงวันฟ้องเกินกำหนดเวลา 2 ปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 1,037,044.42 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2542 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า ตามสำเนาหนังสือรับรองเอกสารหมาย จ.3 ข้อ 8 โจทก์มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการค้าเครื่องเคหภัณฑ์ เครื่องเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ไฟฟ้ารวมทั้งอะไหล่และอุปกรณ์ของสินค้าดังกล่าว การที่โจทก์จำหน่ายสินค้าประเภทเครื่องเฟอร์นิเจอร์ให้แก่จำเลยที่ 1 จึงเป็นการประกอบธุรกิจหรือดำเนินกิจการในวัตถุประสงค์ของโจทก์ ส่วนจำเลยที่ 1 นั้น ประกอบกิจการโรงแรม การที่จำเลยที่ 1 ซื้อสินค้าประเภทเครื่องเฟอร์นิเจอร์จากโจทก์ก็เพื่อนำไปใช้ในกิจการโรงแรมของจำเลยที่ 1 อันเป็นกิจการของจำเลยที่ 1 จึงเข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1) ฉะนั้นการที่โจทก์ฟ้องเรียกราคาค่าสินค้าประเภทเครื่องเฟอร์นิเจอร์ที่ค้างชำระจากจำเลยที่ 1 จึงต้องใช้อายุความ 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (5) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่ากรณีเช่นนี้ต้องถืออายุความ 2 ปี นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา

มีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า อายุความ 5 ปี เริ่มนับแต่เมื่อใด เห็นว่าการซื้อขายสินค้าระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม่ได้กำหนดเวลาอันพึงชำระหนี้ไว้ โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ย่อมจะเรียกให้ชำระหนี้ได้โดยพลันและฝ่ายจำเลยที่ 1 ลูกหนี้ก็ย่อมจะชำระหนี้ของตนได้โดยพลันดุจกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 203 ดังนั้น เมื่อโจทก์ส่งมอบสินค้าให้แก่จำเลยที่ 1 แล้ว สิทธิในการเรียกร้องเอาเงินค่าสินค้าจากจำเลยที่ 1 ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่จำเลยที่ 1 ได้รับมอบสินค้าจากโจทก์แต่ละคราว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าสินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์ที่จำเลยที่ 1 สั่งซื้อและค้างชำระราคาแก่โจทก์มี 4 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 988,980 บาท เมื่อคิดส่วนลดที่โจทก์ลดให้ร้อยละ 2 และภาษีมูลค่าเพิ่มอีกร้อยละ 7 แล้ว

ที่โจทก์ฎีกาว่า การสั่งซื้อสินค้ามีเงื่อนไขการชำระราคาตามใบสั่งซื้อเอกสารหมาย จ.6 อันมีเงื่อนไขว่าการจ่ายเงินจะกระทำต่อเมื่อแผนกบัญชีได้รับใบเสร็จและใบอินวอยซ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายและผ่านการตรวจสอบแล้ว เมื่อโจทก์ได้ส่งใบกำกับภาษี/ใบส่งของและใบส่งของชั่วคราวของสินค้าที่จำเลยที่ 1 สั่งซื้อทั้งสี่ครั้ง ให้แก่จำเลยที่ 1 ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2542 จึงต้องเริ่มนับอายุความตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2542 นั้น เห็นว่า เงื่อนไขตามใบสั่งซื้อเอกสารหมาย จ.6 เป็นเพียงเงื่อนไขที่ว่าผู้ซื้อจะชำระเงินแก่ผู้ขายต่อเมื่อผู้ขายได้ส่งใบเสร็จรับเงินและใบส่งของใบแจ้งหรือแสดงรายการสินค้าที่ขายให้แก่ผู้ซื้อเท่านั้น หาใช่กำหนดเวลาชำระค่าสินค้าไม่

ทั้งการที่โจทก์จำหน่ายสินค้าแก่จำเลยตามใบส่งของชั่วคราวเอกสารหมาย จ.9 แผ่นที่ 2 ถึง 5 ก็มิได้เป็นการจำหน่ายตามใบสั่งซื้อเอกสารหมาย จ.6 ฎีกาของโจทก์ในส่วนนี้ไม่อาจรับฟังได้ ปัญหาที่วินิจฉัยประการสุดท้ายมีว่า จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดชำระราคาค่าสินค้าแก่โจทก์เพียงใด ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า สินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์ที่จำเลยที่ 1 ซื้อจากโจทก์และค้างชำระราคามี 4 ครั้ง ตามใบสั่งของชั่วคราวเอกสารหมาย จ.9 แผ่นที่ 2 ถึง 5 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 988,980 บาท เมื่อคิดส่วนลดที่โจทก์ลดให้ร้อยละ 2 และภาษีมูลค่าเพิ่มอีกร้อยละ 7 แล้วเป็นเงินทั้งสิ้น 1,037,044.40 บาท แต่ตามใบส่งของชั่วคราวเอกสารหมาย จ.9 แผ่นที่ 2 พนักงานของจำเลยที่ 1 ได้รับสินค้าวันที่ 26 มิถุนายน 2539 เมื่อพิจารณาเวลาดังกล่าววันที่ 23 กรกฎาคม 2544 ซึ่งเป็นวันฟ้องได้พ้นกำหนด 5 ปีแล้ว

โจทก์จึงไม่อาจเรียกให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ค่าสินค้าตามใบส่งของชั่วคราวดังกล่าวได้ ส่วนค่าสินค้าที่จำเลยที่ 1 ยังค้างชำระอีก 3 ครั้ง ตามใบส่งของชั่วคราวเอกสารหมาย จ.9 แผ่นที่ 3 ถึง 5 พนักงานของจำเลยที่ 1 รับสินค้าจากโจทก์แทนจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2539 วันที่ 28 ตุลาคม 2539 และวันที่ 12 พฤศจิกายน 2539 เมื่อนับระยะเวลาดังกล่าวถึงวันฟ้องยังไม่พ้นกำหนด 5 ปี ฟ้องโจทก์ตามใบส่งของชั่วคราวใน 3 ครั้งหลังจึงไม่ขาดอายุความ จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดตามใบส่งของชั่วคราวใน 3 ครั้งหลังดังกล่าว โดยคิดหักส่วนลดให้โจทก์ลดให้ร้อยละ 2 ของราคาสินค้าและรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วเป็นเงิน 830,386.34 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันผิดนัดแต่ละคราว แต่โจทก์ขอดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2542 จึงให้จำเลยที่ 1 รับผิดชำระดอกเบี้ยนับแต่วันที่โจทก์ขอ ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 830,386.34 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2542 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชัชลิต ละเอียด · บุญรอด ตันประเสริฐ · เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้