Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7872/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 146 ทรัพย์ซึ่งติดกับที่ดินหรือติดกับโรงเรือนเพียงชั่วคราวไม่ถือว่าเป็นส่วนควบกับที่ดินหรือโรงเรือนนั้น ความข้อนี้ให้ใช้บังคับแก่โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นซึ่งผู้มีสิทธิในที่ดินของผู้อื่นใช้สิทธินั้นปลูกสร้างไว้ในที่ดินนั้นด้วย ป. ซึ่งเป็นผู้เช่าที่ดินราชพัสดุได้ใช้สิทธิในการเช่าปลูกสร้างบ้านพิพาทลงในที่ดินราชพัสดุ บ้านพิพาทจึงไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินราชพัสดุ การจดทะเบียนการโอนสิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุจากบุคคลผู้มีสิทธิไปยังบุคคลอื่นต่อเจ้าหน้าที่ของทางราชการ หาใช่เป็นการจดทะเบียนการให้อสังหาริมทรัพย์ไม่ เพราะการโอนบ้านพิพาทซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์จะต้องปฏิบัติตาม ป.พ.พ. มาตรา 456, 525 ประกอบ ป. ที่ดิน มาตรา 71 คือ ไปจดทะเบียนการได้รับการยกให้บ้านพิพาทต่อเจ้าพนักงานที่ดินตาม ป. ที่ดิน ฉะนั้นการโอนไปซึ่งสิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุยังถือไม่ได้ว่าเป็นการยกให้บ้านพิพาทเพราะยังไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด การยกให้บ้านพิพาทไม่สมบูรณ์ ไม่มีผลให้บ้านพิพาทโอนตกไปยังผู้รับโอน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ ๑ และนายถวิล วัฒนา เป็นบุตรนายประสงค์ วัฒนา เจ้ามรดกและนางคำปัน วัฒนา นายถวิลถึงแก่ความตายไปก่อนเจ้ามรดกและนางคำปัน นายถวิลสมรสกับนางอำพร วัฒนา มีบุตรด้วยกัน ๔ คน คือ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ ซึ่งมีสิทธิรับมรดกแทนที่นายถวิลนางคำปันและเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย โจทก์ทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกตามคำสั่งศาลชั้นต้น ก่อนถึงแก่ความตายเจ้ามรดกไม่ได้ทำพินัยกรรมและมีทรัพย์มรดกเป็นที่ดิน บ้านและทรัพย์สินอื่นรวมราคา ๑,๒๑๑,๐๐๐ บาท ตามบัญชีทรัพย์มรดกท้ายฟ้องหมายเลข ๕ ทรัพย์มรดกจึงตกแก่บุตรทั้งสี่คนละ ๑ ส่วน เนื่องจากจำเลยที่ ๑ อาศัยอยู่กับเจ้ามรดกและนางคำปันตั้งแต่ก่อนถึงแก่ความตาย

เมื่อเจ้ามรดกถึงแก่ความตายแล้วจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกันครอบครองทรัพย์มรดกทั้งหมด โจทก์ทั้งสองขอให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ แบ่งทรัพย์มรดกตามบัญชีทรัพย์ให้แก่โจทก์ทั้งสอง แต่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ไม่ยอม คงแบ่งให้เฉพาะที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๐๒๕๒ ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าแบ่งทรัพย์มรดกตามบัญชีทรัพย์ท้ายฟ้องหมายเลข ๕ ให้โจทก์ทั้งสองคนละ ๑ ส่วน ใน ๔ ส่วน เป็นเงินคนละ ๓๐๒,๗๕๐ บาท ถ้าแบ่งไม่ได้ให้นำทรัพย์มรดกออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกัน จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ อาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ ๒๖ หมู่ที่ ๓ ซึ่งเป็นบ้านของนายประสงค์ วัฒนา เจ้ามรดกปลูกอยู่ในที่ดินราชพัสดุซึ่งเจ้ามรดกเป็นผู้เช่า ต่อมาเจ้ามรดกยกบ้านรวมทั้งสิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุตลอดจนทรัพย์สินต่าง ๆ ในบ้านให้แก่จำเลยที่ ๑ แล้ว จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ครอบครองโฉนดที่ดินเลขที่ ๕๐๔๐ บัญชีเงินฝากของเจ้ามรดก เงินในบัญชีเงินฝากประจำของธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาสารภี ทายาทได้แบ่งปันกันแล้ว ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ส่งมอบทรัพย์อันดับที่ ๒ ที่ ๖ ถึงที่ ๑๔ ที่ ๑๖ และที่ ๑๘ ถึงที่ ๒๐ กับให้จำเลยที่ ๒ ส่งมอบทรัพย์อันดับที่ ๑ ที่ ๒๑ และที่ ๒๒ ตามบัญชีทรัพย์เอกสารหมาย จ. ๑๘ ให้แก่โจทก์ทั้งสองเพื่อแบ่งปันให้แก่ทายาท หากไม่สามารถแบ่งปันกันได้ให้นำทรัพย์มรดกดังกล่าวออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกัน ยกฟ้องจำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๕ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ แบ่งทรัพย์มรดกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้แก่โจทก์ทั้งสองคนละ ๑ ส่วน ใน ๔ ส่วน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๖ บัญญัติหลักเรื่องส่วนควบว่า ทรัพย์ซึ่งติดกับที่ดินหรือติดกับโรงเรือนเพียงชั่วคราวไม่ถือว่าเป็นส่วนควบกับที่ดินหรือโรงเรือนนั้น ความข้อนี้ให้ใช้บังคับแก่โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ซึ่งผู้มีสิทธิในที่ดินของผู้อื่นใช้สิทธินั้นปลูกสร้างไว้ในที่ดินนั้นด้วย ตามข้อเท็จจริงในคดีนี้ นายประสงค์ซึ่งเป็นผู้เช่าที่ดินราชพัสดุได้ใช้สิทธิในการเช่าปลูกสร้างบ้านพิพาทลงในที่ดินราชพัสดุ ดังนั้น บ้านพิพาทจึงไม่ตกเป็นส่วนควบของที่ดินราชพัสดุตามบทกฎหมายดังกล่าว สำหรับการจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่ตามคำเบิกความของพยานจำเลยนั้นเป็นการกระทำตามแบบและวิธีการที่ทางราชการกำหนดไว้ให้ทำเกี่ยวกับเรื่องการโอนสิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุจากบุคคลผู้มีสิทธิไปยังบุคคลอื่น

การจดทะเบียนการโอนสิทธิการเช่าต่อเจ้าหน้าที่ของทางราชการดังกล่าวหาใช่เป็นการจดทะเบียนการให้อสังหาริมทรัพย์ไม่ เพราะการโอนบ้านพิพาทซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์นั้น ผู้ให้หรือผู้รับจะต้องปฏิบัติตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๒๕ ประกอบมาตรา ๔๕๖ ทั้งมีประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๗๑ บัญญัติว่า "ให้เจ้าพนักงานที่ดินเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในเขตท้องที่สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินสาขานั้น" ดังนั้น จำเลยที่ ๑ จะต้องไปจดทะเบียนการได้รับการยกให้บ้านพิพาทต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ตามประมวลกฎหมายที่ดิน

หาใช่ไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายอื่น ฉะนั้น การโอนไปซึ่งสิทธิการเช่าที่ดินราชพัสดุในกรณีนี้ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการยกให้บ้านพิพาทด้วย เพราะยังไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด การยกให้บ้านพิพาทไม่สมบูรณ์จึงไม่มีผลให้บ้านพิพาทโอนตกไปยังจำเลยที่ ๑ ดังที่จำเลยที่ ๑ ฎีกา บ้านพิพาทย่อมเป็นมรดกของนายประสงค์อยู่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีดี รุ่งวิสัย · ปรีดี รุ่งวิสัย · ศุภชัย ภู่งาม
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นางสาวนิตยา วัฒนะชีวะกุล
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายชวลิต ชัยโชดก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้