Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7871/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยปฏิบัติฝ่าฝืนบทบัญญัติ พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 78 วรรคหนึ่ง คือขับรถในทาง เกิดเหตุแล้วหลบหนี ซึ่งวรรคสองแห่งมาตราดังกล่าวให้สันนิษฐานว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดจึงเป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าว เมื่อพยานจำเลยไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือและมีเหตุผลควรเชื่อตามพยานโจทก์ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยได้กระทำโดยประมาท

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา ๙๑, ๓๐๐ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓, ๗๘, ๑๕๗, ๑๖๐

จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาขับรถก่อให้เกิดความเสียหายแล้วไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่ปฏิเสธข้อหาอื่น

ระหว่างพิจารณา นาย ท. ผู้เสียหายที่ ๑ ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๓๐๐, ๓๙๑ (ที่ถูก ๓๙๐) พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓, ๑๕๗ เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา ๓๐๐ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. มาตรา ๙๐ ให้ลงโทษจำคุก ๔ เดือน และตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๘, ๑๖๐ อีกกระทงหนึ่ง ลงโทษจำคุก ๔ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เมื่อสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้วเห็นสมควรลดโทษให้หนึ่งในสาม ตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ เดือน รวมจำคุก ๗ เดือน

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๘, ๑๖๐ วรรคหนึ่ง จำคุก ๒ เดือน ปรับ ๔,๐๐๐ บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ เดือน ปรับ ๒,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา ๒๙, ๓๐ สำหรับข้อหาอื่นให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

พิเคราะห์แล้ว คงมีปัญหาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาเฉพาะความผิดฐานขับรถยนต์โดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและบาดเจ็บสาหัส? มีปัญหาวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำโดยประมาทหรือไม่ เห็นว่า จำเลยปฏิบัติฝ่าฝืนบทบัญญัติ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๘ วรรคหนึ่ง คือขับรถในทางเกิดเหตุแล้วหลบหนี ซึ่งวรรคสองแห่งมาตราดังกล่าวให้สันนิษฐานว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด จึงเป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าว ในปัญหาข้อนี้จำเลยนำสืบว่าโจทก์ร่วมขับรถจักรยานยนต์ตามหลังรถยนต์ของจำเลย โจทก์ร่วมขับรถจักรยานยนต์แซงรถยนต์จำเลย แล้วโจทก์ร่วมหักรถจักรยานยนต์ตัดหน้าเข้าขวางหน้ารถยนต์จำเลยในระยะกระชั้นชิดจึงเกิดเหตุขึ้นโดยจำเลยมีตัวจำเลยเป็นพยานเพียงปากเดียว ข้ออ้างของจำเลยเช่นนี้เป็นข้ออ้างที่ผิดปกติวิสัยอันคนปกติธรรมดาเช่นโจทก์ร่วมจะพึงกระทำ โดยปกติแล้วผู้ที่ขับรถแซงรถอื่น

จะต้องแล่นรถให้ผ่านพ้นรถที่ตนแซงไปมากพอสมควรแล้วจึงหักรถเข้าทางของตนเช่นเดิม ไม่ปรากฏว่าขณะนั้นมีรถอื่นสวนทางมา จึงไม่มีเหตุที่โจทก์ร่วมจะต้องรีบหักรถเข้ามาขวางหน้ารถจำเลยในระยะกระชั้นชิด ข้ออ้างของจำเลยไม่น่าเชื่อถือ ในทางตรงกันข้าม โจทก์มีโจทก์ร่วม ผู้เสียหายที่ ๒ นาย บ. และนาย ช. เป็นพยานเบิกความสอดคล้องต้องกันว่า จำเลยขับรถยนต์ตามหลังรถจักรยานยนต์ที่โจทก์ร่วมขับ แล้วรถยนต์จำเลยชนท้ายรถจักรยานยนต์โจทก์ร่วม ในชั้นสอบสวนจำเลยเองก็ให้การในชั้นแรกรับสารภาพตรงตามคำพยานโจทก์ พยานจำเลยไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือมีเหตุผลควรเชื่อตามพยานโจทก์ ข้อเท็จจริงรับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่า จำเลยกระทำโดยประมาท คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค ๑ ในส่วนนี้ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ (๔), ๑๕๗ ป.อ. มาตรา ๓๐๐ อีกกระทงหนึ่ง เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา ๓๐๐ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ. มาตรา ๙๐ จำคุก ๔ เดือน โดยไม่รอการลงโทษ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๑.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประดิษฐ์ สิงหทัศน์ · กมล เพียรพิทักษ์ · สมชาย พงษธา
ศาลล่าง
ศาลแขวงอุบลราชธานี - นางนงนุช ดุษฎีพร
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายองอาจ โรจนสุพจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้