Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7855/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บริษัทประกันภัยที่โจทก์ที่ 3 เอาประกันภัยไว้จะชดใช้ราคารถยนต์ให้แก่โจทก์ที่ 3 บางส่วน อันเป็นสิทธิของโจทก์ที่ 3 ที่เกิดขึ้นโดยอาศัยสัญญาประกันภัยแล้วแต่ถ้าจำนวนเงินที่โจทก์ที่ 3 ได้รับไปนั้นยังไม่คุ้มกับความเสียหายที่เกิดขึ้น โจทก์ที่ 3 ก็ยังมีสิทธิเรียกเอาค่าเสียหายจากจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนในมูลละเมิดที่ได้กระทำต่อโจทก์ที่ 3 อยู่ได้อีก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 และที่ 3 เป็นบิดามารดาชอบด้วยกฎหมายของนายวิโรจน์ นพประพันธ์ ผู้ตาย โจทก์ที่ 3 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์หมายเลขทะเบียน 9 จ-9921 กรุงเทพมหานครจำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 80-2479 สมุทรสงคราม จำเลยที่ 2 เป็นผู้เช่าซื้อและเป็นผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกสิบล้อดังกล่าว และจำเลยที่ 3 เป็นลูกจ้างขับรถยนต์ดังกล่าว ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 ได้ขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 80-2479 สมุทรสงคราม ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาทเลินเล่อพุ่งเข้าชนท้ายรถยนต์หมายเลขทะเบียน 9 จ-9921 กรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้ตายขับอยู่ข้างหน้าโดยมีโจทก์ที่ 4 โดยสารมาด้วยอย่างแรง

ทำให้รถยนต์หมายเลขทะเบียน 9 จ-9921 กรุงเทพมหานคร ลื่นไถลไปข้างหน้าอัดติดกับท้ายรถยนต์บรรทุกน้ำมันหมายเลขทะเบียน 70-0883กรุงเทพมหานคร ของนายสุรพิช เพ็ชญ์ไพศิษฐ์ เป็นผลให้ผู้ตายถึงแก่ความตายและโจทก์ที่ 4 ได้รับอันตรายสาหัส โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการปลงศพ จัดงานศพผู้ตายเป็นเงินทั้งสิ้น 50,000 บาท ต้องขาดไร้อุปการะเดือนละ 10,000 บาท ซึ่งโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ขอคิดเป็นเวลา 10 ปี เป็นเงิน 1,200,000 บาทรวมเป็นค่าเสียหาย 1,250,000 บาท แต่ขอคิดเพียง 1,200,000 บาทรถยนต์หมายเลขทะเบียน 9 จ-9921 กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ที่ 3ได้รับความเสียหายทั้งคัน คิดเป็นค่าเสียหาย 400,000 บาท แต่มีการประกันภัยไว้ในวงเงิน 280,000 บาท

จำเลยทั้งสามต้องร่วมกันชดใช้ราคาส่วนที่ขาดจำนวน 120,000 บาท ให้โจทก์ที่ 3 โจทก์ที่ 4ได้รับอันตรายสาหัสต้องทนทุกข์เวทนาไม่สามารถประกอบอาชีพการงานได้ตามปกติ ขอคิดค่าเสียหายเป็นเงิน 240,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2เป็นเงิน 1,200,000 บาท ชดใช้ให้โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 120,000 บาทและชดใช้ให้โจทก์ที่ 4 เป็นเงิน 240,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินที่โจทก์แต่ละคนจะได้รับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสามจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 เป็นเงิน 1,200,000 บาท

ชดใช้ให้โจทก์ที่ 3 เป็นเงิน 120,000 บาท และชดใช้ให้โจทก์ที่ 4เป็นเงิน 188,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ที่ 1และโจทก์ที่ 2 เป็นบิดามารดาของนายวิโรจน์ นพประพันธ์ผู้ตายโจทก์ที่ 3 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน9 จ-9921 กรุงเทพมหานคร จำเลยที่ 2 เป็นผู้เช่าซื้อและผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 80-2479สมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2534 จำเลยที่ 3 ได้ขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 80-2479 สมุทรสงคราม ชนท้ายรถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน 9 จ-9921 กรุงเทพมหานคร ที่ผู้ตายเป็นผู้ขับ ทำให้รถคันที่ผู้ตายขับลื่นไถลไปชนท้ายรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 70-0883 กรุงเทพมหานคร ซึ่งแล่นอยู่ข้างหน้าเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย และทำให้โจทก์ที่ 4 ซึ่งโดยสารมากับรถยนต์คันที่ผู้ตายขับได้รับอันตรายสาหัส รถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน 9 จ-9921 กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหายสำหรับที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหายของรถยนต์ของโจทก์ที่ 3 ที่ได้รับความเสียหายเพราะโจทก์ที่ 3 ได้รับชดใช้เป็นบางส่วนจากบริษัทประกันภัยแล้วนั้น เห็นว่า แม้บริษัทประกันภัยที่โจทก์ที่ 3 เอาประกันภัยไว้จะชดใช้ราคารถยนต์ให้แก่โจทก์ที่ 3 บางส่วนแล้วอันเป็นสิทธิของโจทก์ที่ 3 ที่เกิดขึ้นโดยอาศัยสัญญาประกันภัย แต่โจทก์ที่ 3ก็ยังมีสิทธิเรียกเอาค่าเสียหายจากจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้อีกถ้าจำนวนเงินที่โจทก์ที่ 3 ได้รับไปนั้นยังไม่คุ้มกับความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนในมูลละเมิดที่ได้กระทำต่อโจทก์ที่ 3 อยู่พิพากษายืน และให้ยกฎีกาจำเลยที่ 2 ในส่วนที่เกี่ยวกับโจทก์ที่ 4

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อภิราช มณีภาค · มงคล สระฏัน · วุฒิ คราวุฒิ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2567

จำเลยรื้อรั้วกำแพงที่พิพาทซึ่งเป็นสาธารณูปโภคของโครงการจัดสรรที่ดินของโจทก์ จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ แม้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6170 ,6171 ซึ่งเป็นที่ตั้งของรั้วกำแพงที่พิพาทไปให้แก่ผู้อื่นก่อนท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2567

เหตุแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 2 เป็นผลโดยตรงทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้อาคารของโจทก์ในการประกอบกิจกรรมบริการเชิงเศรษฐกิจการพาณิชย์ได้ เนื่องเพราะสำนักงานเขตบางกะปิมีหนังสือถึงโจทก์แจ้งว่าอาคารมีสภาพที่อาจเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2562

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2562 ขัดแย้งกับคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ. 870/2565 คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า บริษัท ป. จำกัด เป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 997/2561

โจทก์ฟ้องให้จำเลยในฐานะผู้รับประกันภัยรถบรรทุกและรถพ่วงคันที่ ด. เป็นผู้ขับ รับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถกรณีที่ ช. เสียชีวิตทำให้โจทก์ขาดไร้อุปการะ ซึ่งข้อเท็จจร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้