Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7834/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 4 มีเมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 197 เม็ด ไว้ในครอบครองโดย ไม่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 4 ได้พร้อมจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 โดยจำเลยทั้งสี่นั่งมาด้วยกันในรถยนต์บรรทุกของกลางซึ่งมีจำเลยที่ 1 เป็นคนขับ และเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าวซ่อนอยู่ที่บริเวณหน้ารถด้านคนขับ เมทแอมเฟตามีนดังกล่าวจำเลยที่ 4 เพิ่งไปรับมาในวันนั้น จำเลยทั้งสี่ออกเดินทางไปพร้อมกัน กลับมาพร้อมกัน โดยรถยนต์บรรทุกคันเดียวกัน แสดงว่าขณะนำเมทแอมเฟตามีนมาไว้ในรถจำเลยทั้งสี่อยู่ด้วยกันตลอด การมี เมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1ไว้ในครอบครองเป็นความผิด จำเลยทั้งสี่ย่อมทราบดี หากจำเลยทั้งสี่ไม่มีเจตนาร่วมกันแล้ว จำเลยที่ 4 ย่อมไม่กล้ากระทำโดยเปิดเผยให้ผู้อื่นได้รู้ โดยเฉพาะจำเลยที่ 1 เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 4 ย่อมจะต้องปกปิดอย่างยิ่ง ชั้นจับกุมและสอบสวนจำเลยที่ 1 และที่ 4 รับสารภาพ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การว่าร่วมไปด้วยเพื่อนำเอามาเสพ พยานหลักฐานโจทก์ดังกล่าวฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 4 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำเลยทั้งสี่มีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต การที่จำเลยทั้งสี่เพียงแต่ซ่อนเมทแอมเฟตามีนไว้ที่บริเวณหน้ารถด้านคนขับ รถยนต์ของกลางจึงไม่ใช่ยานพาหนะซึ่งได้ใช้ในการกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยตรง จึงไม่อาจริบตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 102 ได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 7/2544)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 102 ป.อ. มาตรา 83 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 67

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๑๐๒ ป.อ. มาตรา ๓๒, ๓๓, ๘๓ และริบของกลางทั้งหมด จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ ๔ ให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.อ. มาตรา ๘๓ จำคุกคนละ ๑๔ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามสำหรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ และกึ่งหนึ่งสำหรับจำเลยที่ ๔ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ คนละ ๙ ปี ๔ เดือน จำเลยที่ ๔ มีกำหนด ๗ ปี ริบของกลาง

จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๗ ป.อ. มาตรา ๘๓ ลงโทษจำคุกคนละ ๖ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามสำหรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ และกึ่งหนึ่งสำหรับจำเลยที่ ๔ แล้ว สำหรับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ จำคุกคนละ ๔ ปี และจำเลยที่ ๔ จำคุก ๓ ปี ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสี่ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๔๑ เวลาประมาณ ๒ นาฬิกา จำเลยที่ ๔ มีเมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ จำนวน ๑๙๗ เม็ด ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จ่าสิบตำรวจสุทิน ภูครองนาและสิบตำรวจเอกลมบน วิเศษสมบัติ จับจำเลยที่ ๔ ได้พร้อมจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ โดยจำเลยทั้งสี่นั่งมาด้วยกันในรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ๘๑ - ๗๐๖๐ ขอนแก่น ซึ่งมีจำเลยที่ ๑ เป็นคนขับ และเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าวซ่อนอยู่ที่บริเวณหน้ารถด้านคนขับ มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ว่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ มีความผิดร่วมกับจำเลยที่ ๔ มีเมทแอมเฟตามีน ไว้ในครอบครองหรือไม่ โจทก์มีจ่าสิบตำรวจสุทินและสิบตำรวจเอกลมบนเบิกความเป็นพยานว่า

เหตุที่ไปซุ่มจับจำเลยทั้งสี่ก็เพราะได้รับแจ้งจากสถานตำรวนภูธรอำเภอมัญจาคีรีว่าจำเลยทั้งสี่ไปซื้อเมทแอมเฟตามีนที่อำเภอภูเขียว ผู้บังคับบัญชาจึงให้ไปดักจับ และเมื่อจับจำเลยทั้งสี่ได้ก็พบเมทแอมเฟตามีนอยู่ในรถที่จำเลยทั้งสี่นั่งมา ข้อเท็จจริง ฟังยุติว่า เมทแอมเฟตามีนดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ ๔ แสดงว่าจำเลยที่ ๔ เพิ่งไปรับเมทแอมเฟตามีนมาในวันนั้น เพราะหากนำมาซ่อนไว้ในรถก่อนนั้นแล้ว เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวนภูธรอำเภอมัญจาคีรีคงไม่ทราบและแจ้งมาในวันดังกล่าว จำเลยทั้งสี่ออกเดินทางไปพร้อมกัน กลับมาพร้อมกันโดยรถยนต์บรรทุกคันเดียวกัน ขณะจับกุมพบ เมทแอมเฟตามีนอยู่ในรถยนต์บรรทุกที่จำเลยทั้งสี่นั่งมา แสดงว่าขณะนำเมทแอมเฟตามีนมาไว้ในรถจำเลยทั้งสี่

อยู่ด้วยกันตลอด การมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ไว้ในครอบครองเป็นความผิด จำเลยทั้งสี่ย่อมทราบดี หากจำเลยทั้งสี่ไม่มีเจตนาร่วมกันแล้ว จำเลยที่ ๔ ย่อมไม่กล้ากระทำโดยเปิดเผยให้ผู้อื่นได้รู้โดยเฉพาะจำเลยที่ ๑ เป็นนายจ้าง จำเลยที่ ๔ ย่อมจะต้องปกปิดอย่างยิ่ง ชั้นจับกุมและสอบสวนได้รับแจ้งข้อหาว่ามียาเสพติด ให้โทษในประเภท ๑ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยที่ ๑ และที่ ๔ รับสารภาพ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้การว่า ร่วมไปด้วยเพื่อนำเอามาเสพพยานหลักฐานโจทก์ดังกล่าวฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ร่วมกับจำเลยที่ ๔ มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสี่ว่า

รถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน ๘๑ - ๗๐๖๐ ขอนแก่น ของกลาง เป็นยานพาหนะที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๒ หรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต การที่จำเลยทั้งสี่เพียงแต่ซ่อนเมทแอมเฟตามีนไว้ที่บริเวณหน้ารถด้านคนขับ รถยนต์ของกลางจึงไม่ใช่ยานพาหนะซึ่งได้ใช้ในการกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตโดยตรง จึงไม่อาจริบได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า รถยนต์บรรทุกของกลางไม่ริบ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓ .

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธาดา กษิตินนท์ · ชวลิต ศรีสง่า · วัฒนชัย โชติชูตระกูล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดภูเขียว - นายอดุล สังข์ทอง
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายเฉลียว พลวิเศษ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7107/2561

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีน 193 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและร่วมกันพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าว 191 เม็ด แต่ทางพิจารณากลับได้ความว่าจำเลยโทรศัพท์แจ้งให้ ว. ไปรับเมทแอมเฟตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13926/2556

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 40 1/2 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าว คดีของจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนยุติตามคำพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20050/2556

คดีก่อนจำเลยที่ 1 ต้องคำพิพากษาให้จำคุก 2 ปี 11 เดือน และปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 4 ปี และภายในระยะเวลาที่ศาลรอการลงโทษ จำเลยที่ 1 กลับมากระทำความผิดคดีนี้ แม้คดีก่อนจะอยู่ในระหว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8646/2554

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยจำหน่ายโดยการขายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 20 เม็ด อันเป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อไปในราคา 7,500 บาท จำเลยลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่กระทำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7554/2548

ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย บทความผิดกฎหมายเดิมและกฎหมายที่แก้ไขใหม่คงใช้ข้อความทำนองเดียวกัน จึงต้องใช้กฎหมายเดิมที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้