Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 779/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการแรงงานสัมพันธ์ ประกาศโดยอาศัยอำนาจตามความในข้อ 4 และข้อ 14 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 นั้น มีผลบังคับอย่างกฎหมาย และประกาศดังกล่าวก็รับกันโดยปริยายว่าได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จึงไม่จำต้องสืบพยานถึงประกาศนั้นอีก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่ ๒/๒๕๑๖ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ ให้การว่า การพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์และคำชี้ขาดที่ ๒/๒๕๑๖ ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ ๘ ที่ ๙ ให้การว่า

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ ๒/๒๕๑๖ ของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ แต่จำเลยที่ ๘ ที่ ๙ มิได้มีส่วนในการออกคำสั่ง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นสอบถามคู่ความแล้วเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้ว ให้งดสืบพยาน และวินิจฉัยว่า การพิจารณาชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ในเรื่องนี้ได้กระทำไปโดยฝ่าฝืนบทกฎหมาย คำชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์คือจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการแรงงานสัมพันธ์ ข้อ ๗๕ โจทก์ไม่จำต้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดนี้ คำชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์นั้น กฎหมายบัญญัติให้ถึงที่สุดเฉพาะแต่ในกรณีที่ทำการชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการแรงงานสัมพันธ์ ข้อ ๑๔ (๒) และข้อ ๒๒ (๔)

เท่านั้น ส่วนการวินิจฉัยชี้ขาดในกรณีที่เกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามข้อ ๗๕ นั้น กฎหมายหาได้บัญญัติให้เป็นที่สุดแต่อย่างใดไม่ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ ได้ ส่วนคำฟ้องที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๘ ที่ ๙ นั้น คำขอบังคับของโจทก์มีแต่เฉพาะขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ เท่านั้น ไม่มีคำขอบังคับถึงจำเลยที่ ๘ ที่ ๙ ด้วย คำฟ้องของโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๘ ที่ ๙ จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๒ พิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ ในฐานะคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ตามคำชี้ขาดที่ ๒/๒๕๑๖ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ นั้นเสีย ให้ยกฟ้องโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๘ ที่ ๙ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องแรงงานสัมพันธ์ มิใช่เป็นกฎหมายอันจะถือว่าทุกคนจำต้องทราบ หากเป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องนำสืบ แต่คดีนี้ตามคำฟ้อง คำให้การจำเลยและข้อที่คู่ความแถลง ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าประกาศของกระทรวงมหาดไทยเรื่องการแรงงานสัมพันธ์ที่จะใช้เป็นหลักในการวินิจฉัยมีว่าอย่างไร เห็นสมควรดำเนินการสืบพยานฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประกาศดังกล่าวเสียก่อน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ ที่ให้เพิกถอนคำชี้ขาดที่ ๒/๒๕๑๖ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ นั้นเสีย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานตามนัยที่กล่าวข้างต้นแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการแรงงานสัมพันธ์ ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ประกาศโดยอาศัยอำนาจตามความในข้อ ๔ และข้อ ๑๔ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๐๓ ซึ่งข้อ ๔ บัญญัติว่า "ให้กระทรวงมหาดไทยมีอำนาจกำหนดการแรงงานสัมพันธ์ดังต่อไปนี้ ฯลฯ " และข้อ ๑๔ บัญญัติว่า ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้จะไม่ใช้บังคับทั้งหมดหรือบางส่วนแก่ส่วนราชการหรือกิจการใดให้เป็นไปตามที่กระทรวงมหาดไทยประกาศกำหนด" ดังนี้ เห็นได้ว่าตามข้อบัญญัติของประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้อำนาจแก่กระทรวงมหาดไทยที่จะออกประกาศตามที่กำหนดไว้ในข้อดังกล่าวให้มีผลบังคับอย่างกฎหมาย และประกาศกระทรวงมหาดไทยที่เป็นปัญหาข้างต้นก็ได้เป็นที่รับกันโดยปริยายว่ามีอยู่และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ถือได้ว่าเป็นที่ทราบกันทั่วไป ไม่จำต้องสืบพยานถึงประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการแรงงานสัมพันธ์อีก

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาตามประเด็นที่จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ อุทธรณ์แล้วพิพากษาใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ผสม จิตรชุ่ม · ยงยุทธ เลอลภ · มงคล วัลยะเพ็ชร์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายกิตติ บูรพรรณ์
ศาลอุทธรณ์ - นายแต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5052/2539

กรมธรรม์ประกันภัยระหว่างโจทก์กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยระบุไว้ชัดแจ้งว่าเป็นกรมธรรม์ประกันภัยทางทะเลของบริษัทโจทก์ชื่อผู้เอาประกันภัยคือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยชื่อเรือที่ขนส่งสินค้าที่เอาป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2929/2537

จำเลยผู้ขนส่งสินค้าทางทะเลบรรทุกสินค้าไม่รัดกุมพอ ใช้อุปกรณ์ผูกรัดตลอดจนวิธีการผูกรัดตู้คอนเทนเนอร์ไม่มั่นคงพอที่จะป้องกันความเสียหายอันเกิดจากคลื่นลมแรงได้ ทั้งไม่ปรากฏว่าไม่อาจหาวิธีการอื่นใดในการผู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 675/2517

โจทก์ฟ้องว่า ผู้ตายซึ่งเป็นพนักงานขับรถบรรทุกน้ำมันลูกจ้างของโจทก์ ขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด จนรถคว่ำถึงแก่ความตาย เป็นการจงใจฝ่าฝืนกฎหมาย โจทก์จึงไม่ต้องรับผิดจ่ายค่าทดแทนให้แก่ทายาทของผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 813/2498

ทำสัญญาค้ำประกันลูกจ้างซึ่งทำหน้าที่เป็นช่างทองของโจทก์โดยยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่ลูกจ้างทำขึ้นนั้น ย่อมหมายความว่าผู้ค้ำประกันยอมใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ซึ่งเกิดจากการกระทำของลูกจ้างในหน้าที่การงานที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1385/2568

การส่งหนังสือนัดประชุมใหญ่ที่ พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 42/3 และข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ระบุไว้ทำนองเดียวกันว่า ให้ส่งให้เจ้าของร่วมไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนการประชุมเพื่อให้มีการแจ้งให้เจ้าของร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้