Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7788/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

มูลคดี หมายถึงต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้โจทก์เกิดอำนาจฟ้อง แต่ตามคำฟ้องของธนาคารโจทก์ที่ว่า ในทางบัญชีหลังจากจำเลยได้ทำสัญญาและรับบัตรเครดิตไปจากโจทก์จำเลยใช้บัตรเครดิตชำระค่าสินค้าและบริการหลายครั้งหลายหนประกอบกับสถานที่รับบัตรเครดิตคือธนาคารโจทก์สาขาหนองคาย ดังนั้น การอนุมัติและการออกบัตรเครดิตจึงเป็นเพียงขั้นตอนปฏิบัติระหว่างสำนักงานใหญ่กับสาขาหนองคาย เมื่อจำเลยทำสัญญาและรับบัตรเครดิตจากโจทก์สาขาหนองคายอันเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จำเลยจะสามารถนำบัตรเครดิตไปชำระหนี้ค่าสินค้าและบริการจนเป็นเหตุพิพาทซึ่งเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิและมูลหนี้ตามฟ้องมูลคดีจึงมิได้เกิดในเขตศาลชั้นต้นที่สำนักงานใหญ่ของโจทก์ตั้งอยู่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2542 จำเลยยื่นใบสมัครสมาชิกบัตรเครดิตกรุงไทย อันเป็นสินเชื่อประเภทหนึ่งที่โจทก์ให้บริการแก่ลูกค้า โดยขอให้โจทก์สาขาหนองคายเป็นผู้จัดส่งเอกสารดังกล่าวมายังสำนักงานใหญ่ของโจทก์ในกรุงเทพมหานคร ซึ่งโจทก์สำนักงานใหญ่อนุมัติให้จำเลยเป็นสมาชิกผู้ถือบัตรเครดิตเลขที่ 456-2350-2344-5009วงเงินสินเชื่อ 100,000 บาท โดยจำเลยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและวิธีการต่าง ๆ เช่นลูกค้าของโจทก์ประเภทนี้ทั่วไป ในทางบัญชีหลังจากจำเลยทำสัญญาและรับบัตรเครดิตไปจากโจทก์ จำเลยใช้บัตรเครดิตชำระค่าสินค้าและบริการหลายครั้งหลายหน โจทก์จ่ายเงินให้แก่ร้านค้าตามจำนวนเงินที่จำเลยใช้ไปทุกรอบบัญชี

เมื่อตัดยอดการใช้บัตรเครดิตแต่ละรอบการตัดบัญชีโจทก์ส่งรายการใบแจ้งยอดหนี้ให้จำเลยทราบทุกครั้ง จำเลยนำเงินเข้าบัญชีเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์เป็นครั้งคราวแล้วไม่นำเงินเข้าบัญชีเพื่อชำระหนี้ ทำให้ยอดเงินตามบัญชีจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ตลอดมา โจทก์คิดดอกเบี้ยตามสัญญา แต่จำเลยยังคงใช้บัตรเครดิตชำระค่าสินค้าและบริการเต็มวงเงินที่โจทก์อนุมัติ ก่อนฟ้องโจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงมีหนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญา ซึ่งจำเลยได้รับแล้วเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2544 โจทก์สำนักงานใหญ่เป็นผู้อนุมัติสินเชื่อบัตรเครดิตแก่จำเลยถือว่ามูลคดีเกิด ณ สำนักงานใหญ่ของโจทก์ที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้น จึงขออนุญาตฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้นและขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 97,681.88 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17.75 ของต้นเงิน 83,016.48 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องและคำแถลงของโจทก์แล้วสั่งว่าตามคำแถลงของโจทก์ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2544 ว่า สำนักงานใหญ่ของโจทก์จะส่งผลการอนุมัติให้จำเลยตามที่อยู่ของจำเลยในใบสมัคร ซึ่งก็คือจังหวัดหนองคาย ดังนี้ถือว่ามูลคดีเกิดที่จังหวัดหนองคาย เมื่อจำเลยมิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจของศาลนี้คดีจึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลนี้ ไม่รับฟ้อง คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดให้โจทก์โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า

มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลชั้นต้นหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า คำว่า มูลคดี หมายถึงต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้โจทก์เกิดอำนาจฟ้อง แต่ตามคำฟ้องของโจทก์ที่ว่า ในทางบัญชีหลังจากจำเลยได้ทำสัญญาและรับบัตรเครดิตไปจากโจทก์จำเลยใช้บัตรเครดิตชำระค่าสินค้าและบริการหลายครั้งหลายหน ประกอบสำเนาใบสมัครสมาชิกบัตรเครดิตกรุงไทยเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 4 ที่ระบุว่า สถานที่รับบัตรเครดิตคือธนาคารกรุงไทย สาขาหนองคาย มิใช่ที่สำนักงานใหญ่ของโจทก์ ดังนั้นการอนุมัติและการออกบัตรเครดิตจึงเป็นเพียงขั้นตอนปฏิบัติระหว่างโจทก์สำนักงานใหญ่กับสาขาหนองคาย เมื่อจำเลยทำสัญญาและรับบัตรเครดิตจากโจทก์สาขาหนองคายอันเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จำเลยจะสามารถนำบัตรเครดิตของโจทก์ไปชำระหนี้ค่าสินค้าและบริการจนเป็นเหตุพิพาทซึ่งเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิและมูลหนี้ตามฟ้อง

หากปราศจากเหตุและขั้นตอนสุดท้ายดังกล่าวเสียแล้วโจทก์จำเลยย่อมไม่มีนิติสัมพันธ์เกี่ยวกับบัตรเครดิตหรือสินเชื่อต่อกัน เช่นนี้ มูลคดีนี้มิได้เกิดในเขตศาลชั้นต้น ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องโจทก์จึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุเทพ เจตนาการณ์กุล · ปัญญา ถนอมรอด · วรนาถ ภูมิถาวร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1824/2567

ในการเสนอคำฟ้องนั้น ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) บัญญัติว่า "คำฟ้อง ให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่" คำว่า "มูลค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3412/2565

คำว่า มูลคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) หมายถึงต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้เกิดอำนาจฟ้องแก่โจทก์ โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาประกันภัยต่อโจทก์โดยไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 527/2561

แม้จำเลยที่ 2 มีบ้านพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีและได้แจ้งย้ายออกจากบ้านหลังดังกล่าวแล้วโดยไม่ปรากฏว่าได้แจ้งย้ายเข้าที่ใด แสดงว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีเจตนาย้ายถิ่นที่อยู่และจงใจจะเปลี่ยนภูมิลำเนาตาม ป.พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1475/2559

โจทก์บรรยายฟ้องกล่าวอ้างว่า จำเลยทำละเมิดต่อโจทก์โดยการนำที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ออกขายทอดตลาดให้แก่บุคคลภายนอกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจำเลยมิได้มีคำขอให้มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1193/2559

แม้ตามคำฟ้องโจทก์จะระบุภูมิลำเนาของจำเลยอยู่ที่จังหวัดนครปฐม แต่โจทก์บรรยายคำฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยทำสัญญาซื้อขายกันที่อำเภอหาดใหญ่ และโจทก์ได้แนบสำเนาหนังสือสัญญาซื้อขายซึ่งระบุว่ามีการทำสัญญาที่โรงแร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้