Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7780/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้หนังสือสัญญาจะซื้อจะขายกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทตอนท้ายระบุว่า ผู้จะขายจะไปยื่นคำขอแบ่งขายให้แก่ผู้จะซื้อที่สำนักงานที่ดินภายในกำหนดสองปีนับแต่วันทำหนังสือก็ตาม แต่โจทก์ที่ 2 และ บ. กับจำเลยทั้งห้าปล่อยเวลาล่วงเลยไปนานโดยมิได้ดำเนินการเพื่อแบ่งแยกโฉนด แสดงว่าคู่กรณีไม่ได้คำนึงถึงการที่จะทำการแบ่งแยกโฉนดที่ดินให้ถูกต้องตามกฎหมายกันต่อไป ก่อนทำหนังสือสัญญาดังกล่าวจำเลยทั้งห้านำศพมารดาและบิดาไปฝังไว้ในบริเวณที่ดินพิพาท ต่อมาโจทก์ที่ 2 และ บ. นำศพญาติของโจทก์ทั้งสองจำนวน 15 ศพ ไปฝังไว้เป็นแนวเดียวกัน ตามหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทข้อ 1 ระบุไว้ชัดว่าจำเลยทั้งห้าแบ่งขายที่ดินทางด้านทิศใต้ตามที่ทำฮวงซุ้ยไว้แล้วอยู่ตรงกลางใกล้กับทางด้านทิศตะวันตก (ไม่สุดแนวเขต) จำนวน 2 ไร่ถ้วน แสดงว่าก่อนหน้านี้จำเลยทั้งห้าใช้บริเวณที่ดินพิพาทเป็นสุสานฝังศพบิดามารดาจำเลยทั้งห้าอยู่แล้ว ทั้งตามลักษณะบริเวณที่ดินพิพาทซึ่งทำฮวงซุ้ยไว้แล้วนั้นเป็นที่ฝังศพเฉพาะคนตระกูลของโจทก์ทั้งสองและจำเลยทั้งห้า โดยฝังศพไว้ในลักษณะถาวร บนหลุมฝังศพมีการก่อปูนซีเมนต์ไว้อย่างมั่นคงแข็งแรง เมื่อถึงวันเช็งเม้งอันเป็นวันเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ญาติผู้ตายคือฝ่ายโจทก์ทั้งสองและจำเลยทั้งห้าต่างไปเคารพศพทุกปี อันเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีที่ชาวจีนทั่วไปต้องปฏิบัติตลอดไป โดยสภาพย่อมไม่มีการขุดศพออกจากที่ดินพิพาทแต่อย่างใด จึงไม่อาจให้ความยินยอมหรืออนุญาตกันได้ เพราะหากเจ้าของที่ดินไม่ยินยอมหรือไม่อนุญาตเมื่อใดก็จะต้องขุดศพออกจากที่ดินเมื่อนั้น ซึ่งจำเลยทั้งห้ารู้ข้อเท็จจริงดังกล่าวอยู่แล้ว การที่จำเลยทั้งห้ารับเงินค่าซื้อที่ดินพิพาทจากโจทก์ที่ 2 และ บ. ครบถ้วนแล้วในวันทำสัญญา และยินยอมให้โจทก์ที่ 2 และ บ. นำศพญาติของโจทก์ที่ 2 และ บ. ฝังไว้ในที่ดินพิพาทตั้งแต่ปี 2506 ตามพฤติการณ์ถือได้ว่าจำเลยทั้งห้าสละการครอบครองที่ดินพิพาทแก่โจทก์ที่ 2 และ บ. โดยเด็ดขาด โจทก์ที่ 2 และ บ. ครอบครองที่ดินพิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ เมื่อ บ. ถึงแก่ความตาย โจทก์ที่ 1 ร่วมกับโจทก์ที่ 2 ครอบครองที่ดินพิพาทโดยใช้เป็นสุสานฝังศพหรือฮวงซุ้ยติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปีแล้ว โจทก์ทั้งสองจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาท เนื้อที่ 2 ไร่ เป็นของโจทก์ทั้งสองโดยสัญญาซื้อขายและครอบครองปรปักษ์ ให้จำเลยทั้งห้าไปจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินร่วมกับจำเลยทั้งห้าในที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 864 เลขที่ดิน 99 ตำบลนครปฐม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม แล้วให้จำเลยทั้งห้ารังวัดและแบ่งแยกโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ หากจำเลยทั้งห้าไม่ดำเนินการ ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา และให้จำเลยทั้งห้าส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 864 ให้แก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งห้ายื่นคำให้การและแก้ไขคำให้การในทำนองเดียวกันขอให้ยกฟ้อง โดยจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ฟ้องแย้งในทำนองเดียวกันขอให้โจทก์ทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 เป็นเงิน 175,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้โจทก์ทั้งสองขุดศพบิดามารดาและญาติของโจทก์ทั้งสองออกจากที่ดินพิพาทแล้วส่งมอบที่ดินคืน คิดเป็นเนื้อที่สำหรับโจทก์ที่ 1 จำนวน 45 ตารางเมตร หรือประมาณ 12 ตารางวา สำหรับโจทก์ที่ 2 จำนวน 30 ตารางเมตร หรือประมาณ 8 ตารางวา พร้อมกับปรับปรุงที่ดินให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย หากโจทก์ทั้งสองไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทน

โจทก์ทั้งสองให้การแก้ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ขอให้ยกฟ้องแย้ง โจทก์ที่ 1 ไม่ให้การแก้ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 3 โดยจำเลยที่ 3 ไม่ยื่นคำขอให้ศาลสั่งว่าโจทก์ที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งจำหน่ายคดีในส่วนฟ้องแย้งของจำเลยที่ 3 ออกจากสารบบความ โจทก์ที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 3

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทตามกรอบเส้นสีเขียวในแผนที่วิวาท ในโฉนดเลขที่ 864 ตำบลบ่อพลับ (พระปฐมเจดีย์) อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม เนื้อที่ 2 ไร่ ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ทั้งสองโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 คำขออื่นให้ยก ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งห้าฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า... โจทก์ทั้งสองได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 หรือไม่ โจทก์ทั้งสองนำสืบว่า เมื่อปี 2506 โจทก์ที่ 2 และนายบุญชัยบิดาโจทก์ที่ 1ซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยทั้งห้าตามหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งจำเลยทั้งห้าให้การยอมรับว่าจำเลยทั้งห้าทำหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทกับโจทก์ที่ 2 และนายบุญชัยจริงแต่นำสืบบ่ายเบี่ยงว่าจำเลยทั้งห้าไม่ได้รับเงินตามสัญญาดังกล่าว เห็นว่า หนังสือสัญญาจะซื้อจะขายกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทเป็นพยานเอกสาร โดยเฉพาะสัญญาข้อ 3 ระบุไว้ชัดว่าผู้จะซื้อได้ชำระและผู้จะขายได้รับเงินไปแล้วในวันทำหนังสือสัญญานี้เป็นเงิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) และในตอนท้ายของสัญญาก็ระบุว่าทั้งสองฝ่ายต่างทราบข้อความตามหนังสือสัญญานี้ดีตลอดแล้ว

มิได้บังคับขู่เข็ญหรือสำคัญผิดแต่อย่างใด หากจำเลยทั้งห้าไม่ได้รับเงิน 10,000 บาท ตามสัญญาแล้ว จำเลยทั้งห้าคงไม่ยอมลงลายมือชื่อเป็นผู้ขายเป็นแน่เพราะเป็นการกระทำให้ตนต้องเสียผลประโยชน์ และเป็นการนำสืบขัดกับพยานเอกสารจึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง เชื่อได้ว่าโจทก์ที่ 2 และนายบุญชัยชำระราคาค่าซื้อที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยทั้งห้าครบถ้วนแล้วในวันทำสัญญา แม้หนังสือสัญญาจะซื้อจะขายกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท ข้อ 1 ตอนท้ายระบุว่าผู้จะขายจะไปยื่นคำขอแบ่งขายให้แก่ผู้ซื้อที่สำนักงานที่ดินภายในกำหนดสองปีนับแต่วันทำหนังสือสัญญานี้ก็ตาม แต่โจทก์ที่ 2 และนายบุญชัยกับจำเลยทั้งห้าปล่อยเวลาล่วงเลยไปนานโดยมิได้ดำเนินการเพื่อแบ่งแยกโฉนดที่ดินแต่อย่างใด

แสดงว่าคู่กรณีไม่ได้คำนึงถึงการที่จะทำการแบ่งแยกโฉนดที่ดินให้ถูกต้องตามกฎหมายกันต่อไป ข้อเท็จจริงได้ความจากข้อนำสืบของจำเลยทั้งห้าว่า ก่อนทำหนังสือสัญญาดังกล่าว จำเลยทั้งห้านำศพมารดาและบิดาไปฝังไว้ในบริเวณที่ดินพิพาท ต่อมาโจทก์ที่ 2 และนายบุญชัยนำศพญาติของโจทก์ทั้งสองจำนวน 15 ศพ ไปฝังไว้เป็นแนวเดียวกัน เห็นว่า ตามหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท ข้อ 1 ระบุไว้ชัดว่า จำเลยทั้งห้าแบ่งขายที่ดินทางด้านทิศใต้เฉพาะตามที่ทำฮวงซุ้ยไว้แล้วอยู่ตรงกลางใกล้กับทางด้านทิศตะวันตก (ไม่สุดแนวเขต) จำนวน 2 ไร่ถ้วน แสดงว่าก่อนหน้านี้จำเลยทั้งห้าใช้บริเวณที่ดินพิพาทเป็นสุสานฝังศพบิดามารดาจำเลยทั้งห้าหรือฮวงซุ้ยอยู่แล้ว

หนังสือสัญญาจะซื้อขายกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท จึงได้ระบุว่าจำเลยทั้งห้าแบ่งขายเฉพาะตรงที่ทำฮวงซุ้ยไว้แล้ว ทั้งตามลักษณะบริเวณที่ดินพิพาทซึ่งทำฮวงซุ้ยไว้แล้วนั้นเป็นที่ฝังศพเฉพาะคนในตระกูลของโจทก์ทั้งสองและจำเลยทั้งห้า โดยฝังศพไว้ในลักษณะถาวร ส่วนบนหลุมฝังศพมีการก่อปูนซีเมนต์ไว้อย่างมั่นคงแข็งแรง เมื่อถึงวันเช็งเม้งอันเป็นวันเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ญาติผู้ตายคือฝ่ายโจทก์ทั้งสองและจำเลยทั้งห้าต่างไปเคารพศพทุกปี อันเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีที่ชาวจีนทั่วไปต้องปฏิบัติตลอดไป โดยสภาพย่อมไม่มีการขุดศพออกจากที่ดินพิพาทแต่อย่างใด จึงไม่อาจให้ความยินยอมหรืออนุญาตกันได้เพราะหากเจ้าของที่ดินไม่ยินยอมหรือไม่อนุญาตเมื่อใดก็จะต้องมีการขุดศพออกจากที่ดินเมื่อนั้น ซึ่งจำเลยทั้งห้ารู้ข้อเท็จจริงดังกล่าวอยู่แล้ว

การที่จำเลยทั้งห้ารับเงินค่าซื้อที่ดินพิพาทจากโจทก์ที่ 2 และนายบุญชัยครบถ้วนแล้วในวันทำสัญญา และยินยอมให้โจทก์ที่ 2 และนายบุญชัยนำศพญาติของโจทก์ที่ 2 และนายบุญชัยฝังไว้ในที่ดินพิพาทตั้งแต่ปี 2506 ตามพฤติการณ์ของจำเลยทั้งห้าดังกล่าว ถือได้ว่าจำเลยทั้งห้าสละการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ที่ 2 และนายบุญชัยโดยเด็ดขาด การครอบครองของโจทก์ที่ 2 และนายบุญชัยเป็นการครอบครองที่ดินพิพาทโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ หาใช่เป็นการครอบครองตามสัญญาจะซื้อจะขายดังที่จำเลยทั้งห้าฎีกาไม่ เมื่อนายบุญชัยถึงแก่ความตาย โจทก์ที่ 1 ร่วมกับโจทก์ที่ 2 ครอบครองที่ดินพิพาทโดยใช้เป็นสุสานฝังศพหรือฮวงซุ้ยติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปีแล้ว โจทก์ทั้งสองจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ส่วนคำพิพาษาศาลฎีกาที่มีจำเลยทั้งห้าอ้างมาในฎีกานั้นข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งห้าในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เรวัตร อิศราภรณ์ · ประทีป เฉลิมภัทรกุล · วีระชาติ เอี่ยมประไพ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครปฐม - นายนุกูลกิจ เศรษฐกิจนุกูล
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.3325/2547
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ570/2536
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ381/2545
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้