Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 778/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกที่ดินต่อเติมชายคารุกล้ำที่ดินขอให้ ศาลพิพากษาให้จำเลยรื้อถอน จำเลยฟ้องแย้งขอให้โจทก์รื้อกันสาด ที่สร้างใหม่รื้อชายคาส่วนที่สร้างรุกล้ำรื้อท่อน้ำประปากับเครื่องสูบน้ำ ออกไปจากที่พิพาทฟ้องแย้งส่วนนี้เกี่ยวกับฟ้องเดิมแต่ที่ขอให้โจทก์ใช้ ค่าเสียหายเพราะโจทก์ก่อสร้างทำให้กำแพงตึกของจำเลยแตกร้าวกระเบื้อง หน้าตึกแถว เสียหายลูกจ้างของโจทก์ตัดโครงเหล็กเครื่องปรับอากาศของ จำเลยนั้นไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมจึงฟ้องแย้งไม่ได้ ต้องฟ้องเป็นคดีใหม่ ตึกแถวปลูกสร้างตั้งแต่เจ้าของเดิมคนเดียวกันยังไม่แยกโฉนดเมื่อ แยกโฉนดปั้นลมและชายคาจึงรุกล้ำในที่ดินของโจทก์ตั้งแต่เจ้าของเดิม จำเลยรับโอนตึกแถวมากว่า 10 ปี ต้องใช้บทใกล้เคียงตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4 คือใช้ มาตรา 1312 จำเลย มีสิทธิใช้ที่ดินของโจทก์เฉพาะส่วนที่รุกล้ำโจทก์บังคับให้รื้อถอนไม่ได้ แต่จำเลยต้องเสียค่าใช้ที่ดินส่วนนั้นโดยจดทะเบียนเป็นภารจำยอมส่วน ท่อน้ำทิ้งและเครื่องปรับอากาศซึ่งจำเลยติดตั้งไม่เกิน 10 ปีไม่มีภารจำยอมและไม่อยู่ใน มาตรา 1312 วรรคแรก จำเลยต้องรื้อไป

คำฟ้องและคำให้การ

เจ้าของที่ดินปลูกตึกแถวแล้วจึงแบ่งแยกโฉนดมีเขตเพียงแนวกำแพงตึกแถวด้านหลัง โจทก์จำเลยต่างซื้อตึกแถว โจทก์ซื้อที่ดินหลังตึกแถวด้วย มีส่วนของอาคารรุกล้ำกัน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลย1,000 บาท

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยรื้อท่อระบายน้ำทิ้งกับเครื่องปรับอากาศที่รุกล้ำ คำขออื่นให้ยก โจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ประเด็นข้อแรกมีว่า ฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวกับฟ้องเดิมหรือไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำละเมิดบุกรุกที่ดินโจทก์และต่อเติมชายคารุกล้ำเข้ามาในที่ดินโจทก์ ขอให้พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งที่รุกล้ำที่ดินโจทก์ออกไปจำเลยฟ้องแย้งขอให้โจทก์รื้อกันสาดคอนกรีตที่สร้างใหม่ รื้อชายคาหลังตึกแถว 4 ชั้นส่วนที่รุกล้ำ รื้อท่อน้ำประปากับเครื่องสูบน้ำออกไปให้พ้นเขตที่ดินพิพาทซึ่งจำเลยอ้างว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ฟ้องแย้งส่วนนี้เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม จำเลยจึงฟ้องแย้งได้ แต่ที่ขอให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายเนื่องจากโจทก์ตอกเสาเข็มในการก่อสร้างทำให้กำแพงตึกของจำเลยแตกร้าว ตบแต่งหน้าร้านตึกแถวของโจทก์ทำให้แผ่นกระเบื้องโมเสคหน้าตึกแถวของจำเลยเสียหาย และลูกจ้างของโจทก์ตัดโครงเหล็กกั้นเครื่องปรับอากาศของจำเลยเสียหายนั้น

ฟ้องแย้งของจำเลยส่วนนี้แม้จะเกิดจากมูลละเมิดก็ตาม แต่ก็เป็นคนละเรื่องไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม จำเลยฟ้องแย้งไม่ได้ ต้องไปฟ้องเป็นคดีต่างหาก ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสาม" ฯลฯข้อเท็จจริงฟังได้ว่า แนวเขตที่ดินของจำเลยมีเพียงแค่แนวกำแพงด้านหลังตึกแถวของจำเลยเท่านั้น หาใช่เลยกำแพงตึกแถวออกไป 50 เซ็นติเมตรดังที่จำเลยอ้างไม่ เกี่ยวกับเรื่องบั้นลมและชายคาอาคารของจำเลยรุกล้ำเข้ามาในที่ดินโจทก์ จำเลยจะได้สิทธิภารจำยอมหรือไม่นั้นได้ความว่าหลังจากได้แบ่งแยกโฉนดแล้ว บั้นลมและชายคาดังกล่าวจึงรุกล้ำเข้ามาในที่ดินโจทก์ตั้งแต่เจ้าของเดิม และจำเลยรับโอนตึกแถวมาในสภาพเดิมเกินกว่า 10 ปีแล้ว กรณีดังกล่าวไม่มีบทกฎหมายที่จะยกมาปรับคดีได้จึงต้องนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4 มาใช้ โดยอาศัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312 ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งมาปรับคดีนี้

คือจำเลยมีสิทธิใช่ส่วนแห่งแดนกรรมสิทธิ์ที่ดินของโจทก์ เฉพาะที่บั้นลมและชายคารุกล้ำเข้าไปนั้นได้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรื้อถอน แต่มีสิทธิที่เรียกเงินเป็นค่าที่จำเลยใช้ส่วนแห่งแดนกรรมสิทธิ์ที่ดินของโจทก์ต่อไป ตลอดจนที่จะดำเนินการจดทะเบียนสิทธิเป็นภารจำยอม ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1848/2512 ระหว่างนายอมฤทธิ์ จิรา โจทก์ คุณหญิงอรุณ เมธาธิบดี จำเลย ส่วนท่อทิ้งน้ำและเครื่องปรับอากาศ จำเลยเพิ่งติดตั้งรุกล้ำเข้ามาในที่ดินโจทก์ยังไม่ถึง 10 ปี จึงไม่ได้สิทธิภารจำยอม และกรณีไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1312 วรรคแรก จำเลยต้องรื้อถอนออกไป"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัญ สำเร็จประสงค์ · ขจร หะวานนท์ · แถมชัย สิทธิไตรย์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้