Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 776/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำว่า "ทายาท" ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 77 หมายถึง ทายาทที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น มิได้หมายความรวมถึงทายาทตามความเป็นจริงด้วย เมื่อโจทก์เป็นบิดาตามความเป็นจริง แต่มิใช่เป็นบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตน และมิใช่เป็นทายาทที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตน จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 77 จัตวา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์อยู่กินฉันสามีภริยาอย่างเปิดเผยกับนางประกอบ มีบุตรคืนนางสาวทัศนีย์ซึ่งโจทก์เป็นผู้แจ้งหรือรู้เห็นยินยอมในการแจ้งการเกิดของนางสาวทัศนีย์ โจทก์อุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่นางสาวทัศนีย์ยอมให้นางสาวทัศนีย์ใช้ชื่อสกุลของโจทก์ นางประกอบถึงแก่ความตายไปแล้ว นางสาวทัศนีย์เป็นลูกจ้างของบริษัทซาฟารีเวิลด์ (มหาชน) จำกัด ระหว่างวันที่ 16 ธันวาคม 2534 ถึงวันที่ 29 สิงหาคม 2548 และเป็นผู้ประกันตนตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 วันที่ 29 สิงหาคม 2548 นางสาวทัศนีย์ถึงแก่ความตายด้วยโรคมะเร็ง โจทก์ติดต่อขอรับเงินสงเคราะห์กรณีตายและเงินบำเหน็จชราภาพ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดเพชรบุรีแจ้งว่าโจทก์ไม่ใช่บิดาชอบด้วยกฎหมายของนางสาวทัศนีย์ไม่มีสิทธิได้รับเงินทั้งสองจำนวนนั้น

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์คณะกรรมการอุทธรณ์มีมติยกอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์เห็นว่าคำว่าบิดาตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 หมายถึงบิดาตามความเป็นจริงทั้งที่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์กรณีตายและเงินบำเหน็จชราภาพของนางสาวทัศนีย์ โจทก์ประสงค์ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการอุทธรณ์ ขอให้บังคับ่จำเลยจ่ายเงินสงเคราะห์กรณีตาย 75,000 บาท และเงินบำเหน็จชราภาพ 50,344.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ถัดจากวันที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดเพชรบุรีแจ้งว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว (วันที่ 25 พฤศจิกายน 2548) จนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า

บิดาผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตายตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 73 (2) และบิดาผู้เป็นทายาทมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามมาตรา 77 จัตวา วรรคสอง (3) ต้องเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตน โจทก์ไม่ใช่บิดาชอบด้วยกฎหมายของนางสาวทัศนีย์ ผู้ประกันตน จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์กรณีตายและเงินบำเหน็จชราภาพ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานภาค 7 ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์อยู่กินฉันสามีภริยากับนางประกอบ โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีบุตรด้วยกันคือนางสาวทัศนีย์ นางประกอบถึงแก่ความตายแล้ว นางสาวทัศนีย์เป็นลูกจ้างของบริษัทซาฟารีเวิลด์ (มหาชน) จำกัด ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2534 ถึงวันที่ 29 สิงหาคม 2547 จึงเป็นผู้ประกันตน

นางสาวทัศนย์ถึงแก่ความตายด้วยโรคมะเร็ง เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2548 นางสาวทัศนีย์ไม่มีสามีและบุตร โจทก์ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีตายและกรณีชราภาพ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดเพชรบุรีแจ้งว่าโจทก์ไม่ใช่บิดาชอบด้วยกฎหมายของนางสาวทัศนีย์ ไม่มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์กรณีตาย และเงินบำเหน็จชราภาพกรณีตาย

โจทก์อุทธรณ์ คณะกรรมการอุทธรณ์มีมติยกอุทธรณ์แล้ววินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ไม่ได้ให้คำจำกัดความคำว่า "บิดา" ตามมาตรา 77 ทวิ และ 77 จัตวา ไม่ได้จำกัดว่าเฉพาะบิดาชอบด้วยกฎหมายเท่านั้นที่มีสิทธิรับเงินทดแทนกรณีตายและเงินบำเหน็จชราภาพกรณีตาย เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ก็เพื่อสร้างหลักประกันให้แก่ลูกจ้างและบุคคลอื่นโดยจัดตั้งกองทุนประกันสังคมขึ้นมาให้การสงเคราะห์แก่ลูกจ้างและบุคคลอื่นที่ประสบอันตราย เจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือตายอันไม่ใช่เนื่องมาจากการทำงาน ดังนั้น ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายคำว่า "บิดา" จึงหมายถึงบิดาชอบด้วยกฎหมายและบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตน

โจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์กรณีตายและเงินบำเหน็จชราภาพกรณีตายของนาวสาวทัศนีย์ตามมาตรา 73, 77 ทวิ และ 77 จัตวา พิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งสำนักงานประกันสังคมจังหวัดเพชรบุรีที่สั่งว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินดสงเคราะห์กรณีตายและเงินบำเหน็จชราภาพกรณีตาย และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ 156-157/2549 ลงวันที่ 31 มกราคม 2549 ให้จำเลยจ่ายเงินสงเคราะห์กรณีตายและเงินบำเหน็จชราภาพกรณีตายแก่โจทก์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 73, 77 ทวิ และ 77 จัตวา คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ระหว่างพิจารณาโจทก์ถึงแก่กรรม นายบรรเจิดทายาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาอนุญาต

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยประการเดียวว่า โจทก์ซึ่งเป็นบิดาของนางสาวทัศนีย์ ตามความเป็นจริงแต่ไม่ใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมายเป็น "ทายาท" ผู้มีสิทธิได้รับบำเหน็จชราภาพตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 77 จัตวา วรรคสอง (3) หรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ไม่ได้ให้คำจำกัดความคำว่า "บิดา" และคำว่า "ทายาท" ว่ามีความหมายอย่างใด เมื่อพิจารณาบทบัญญัติตามมาตราต่างๆ ในพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 จะเห็นได้ว่า มีการบัญญัติแตกต่างกันชัดเจน กล่าวคือ ในมาตรา 73 (1) การจ่ายเงินค่าทำศพให้จ่ายแก่ "บุคคล" ตามลำดับ ดังนี้ --- มาตรา 73 (2) การจ่ายเงินสงเคราะห์กรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายให้จ่ายแก่ "บุคคล" --- มาตรา 75 จัตวา การจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรแก่ "บุคคล" --- ตามลำดับ ดังนี้ แต่ในมาตรา 77 จัตวา บัญญัติไว้ชัดเจนแตกต่างจากมาตราดังกล่าวข้างต้น โดยบัญญัติว่า "ทายาท" ของผู้นั้นมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ

"ทายาท" ผู้มีสิทธิตามวรรคหนึ่ง ได้แก่ (1) (2) (3) --- เมื่อบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวใช้คำว่า "บุคคล" กับ "ทายาท" แสดงว่ากฎหมายมีเจตนารมณ์ที่จะให้มีความหมายแตกต่างกัน และคำว่า "ทายาท" ซึ่งเป็นถ้อยคำในบทบัญญัติของกฎหมายจึงต้องแปลงความหมายโดยเทียบเคียงกับคำว่า "ทายาท" ในกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง ตามบทบัญญัติมาตรา 4 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งในกรณีนี้ก็คือบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ว่าด้วยมรดก ซึ่งมีบทบัญญัติถึงคำว่า "ทายาท" อยู่ในมาตรา 1559, 1603 และ 1629 โดยคำว่า "ทายาท" ในบทบัญญัติดังกล่าวนี้ หมายถึงเฉพาะทายาทที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ดังนั้นคำว่า

"ทายาท" ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 77 จัตวา จึงต้องหมายถึง ทายาทที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น มิได้หมายความรวมถึงทายาทตามความเป็นจริงด้วยแต่ประการใดและเมื่อโจทก์เป็นบิดาตามความเป็นจริง แต่มิใช่เป็นบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตน และมิใช่เป็นทายาทที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตน จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 77 จัตวา แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ที่ศาลแรงงานภาค 7 วินิจฉัยให้พิกถอนคำสั่งของจำเลยในส่วนนี้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนเงินบำเหน็จชราภาพพร้อมดอกเบี้ย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานภาค 7

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิยุต สุภัทรพาหิรผล · ดิเรก อิงคนินันท์ · วิรุฬห์ แสงเทียน
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3656/2557

เงินสงเคราะห์กรณีผู้ประกันตนถึงแก่ความตายและเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตนที่ถึงแก่ความตายนั้น พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 ได้บัญญัติให้จ่ายแก่บุคคลตามมาตรา 73 (2) และทายาทผู้มีสิทธิตามมาตรา 77 จัตวา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 774/2553

พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 73 (1) บัญญัติว่า การจ่ายเงินค่าทำศพให้จ่ายแก่ "บุคคล" ตามลำดับดังนี้... มาตรา 73 (2) การจ่ายเงินสงเคราะห์กรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายให้จ่ายแก่ "บุคคล"... มาตรา 75…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2567

พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 76 บัญญัติว่า "ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพต่อเมื่อผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเดือน ไม่ว่าระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4105/2554

แม้ในขณะที่โจทก์ยื่นแบบขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพต่อสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 5 โจทก์ยังไม่มีฐานะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของ ส. ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 77 จัตวา วรรคสอง (1) แต่ต่อมาศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4800/2549

แม้ พ.ร.บ. ประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 56 วรรคหนึ่ง จะบัญญัติให้ผู้ประกันตนหรือผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนและประสงค์จะขอรับประโยชน์ทดแทนให้ยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทนภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่มีสิทธิขอรั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้