Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7752/2561

พ.ศ. 2561 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีก่อนที่ ช. ยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองสืบเนื่องมาจากโรงงานน้ำมันพืชที่ ช. ซื้อมาปลูกสร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินพิพาทและขณะนั้น ช. เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการผู้ร้องด้วย แต่ศาลฎีกาพิพากษายกคำร้องขออันแสดงว่า การที่ปลูกสร้างโรงงานน้ำมันพืชดังกล่าวรุกล้ำเข้าไปในที่ดินพิพาทนั้นไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ ส่วนคดีนี้แม้ผู้ร้องจะเป็นบุคคลคนละคนกับ ช. ซึ่งเป็นผู้ร้องขอในคดีก่อน แต่โรงงานน้ำมันพืชที่ปลูกรุกล้ำเข้าไปในที่ดินพิพาทที่ผู้ร้องอ้างใช้สิทธิครอบครองปรปักษ์นั้น เป็นโรงงานเดียวกันกับคดีก่อนที่ ช. ยื่นคำร้องขอ และเป็นเหตุผลเดิม จึงถือได้ว่า ช. และผู้ร้องเป็นคู่ความเดียวกัน เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทของผู้คัดค้านทั้งสามอีก จึงเป็นการยื่นคำร้องขอในประเด็นที่ต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับคดีก่อนซึ่งถึงที่สุดไปแล้ว ผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสามต้องผูกพันตามคำพิพากษาในคดีก่อนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 อันต้องห้ามมิให้รื้อร้องฟ้องกันอีกตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอและแก้ไขคำร้องขอขอให้มีคำสั่งว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวโดยการครอบครอง ผู้คัดค้านทั้งสามยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องขอ ให้ผู้ร้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้คัดค้านทั้งสามโดยกำหนด ค่าทนายความ 50,000 บาท

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า เดิมบิดามารดานายชัยยุทธ ประกอบกิจการโรงงานน้ำมันพืช โดยปลูกสร้างโรงงานบางส่วนคร่อมอยู่บนที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 988 ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้คัดค้านทั้งสาม ต่อมานายธวัชชัย พี่ชายนายชัยยุทธดำเนินกิจการโรงงานน้ำมันพืชต่อจากบิดา และผู้ร้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2527 โดยมีนายชัยยุทธเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ต่อมาปี 2539 นายชัยยุทธยื่นคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองเนื้อที่ประมาณ 100 ตารางวา ซึ่งคดีดังกล่าวศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสองให้ยกคำร้องขอ ต่อมาผู้คัดค้านทั้งสามฟ้องขับไล่นายชัยยุทธและบริวารกับให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาท ซึ่งศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสองให้ขับไล่นายชัยยุทธและบริวารกับให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองหรือไม่

ที่ผู้ร้องฎีกาว่า นายชัยยุทธซื้อที่ดินจากนายธวัชชัยโดยไม่มีสิ่งปลูกสร้าง แต่ผู้ร้องกู้เงินจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จำนวน 4,000,000 บาท มาปลูกสร้างโรงงานขึ้นใหม่นั้น นายวีรวัฒน์ หุ้นส่วนผู้จัดการผู้ร้อง พยานผู้ร้องเบิกความตอบคำถามค้านทนายผู้คัดค้านทั้งสามว่า นายชัยยุทธบิดาพยานซื้อที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างจากนายธวัชชัย สำหรับเงินกู้จำนวน 4,000,000 บาท ที่กู้มาเมื่อปี 2527 นั้น ได้นำมาใช้ในการซ่อมแซมโรงงาน ซื้อเครื่องจักรและวัตถุดิบในการผลิตน้ำมันพืช และได้ความจากคำเบิกความของนายธวัชชัยตอบคำถามค้านทนายผู้คัดค้านทั้งสามว่า อาคารโรงงานน้ำมันพืชปลูกคร่อมอยู่บนที่ดินพิพาทและที่ดินโฉนดเลขที่ 4140 โดยบิดาซื้อที่ดินดังกล่าวมา แต่เนื่องจากบิดาเป็นคนต่างด้าวจึงให้พยานถือกรรมสิทธิ์แทน โดยบิดาเริ่มประกอบกิจการโรงงานน้ำมันพืชตั้งแต่ประมาณปี 2492 ต่อมาบิดาถึงแก่ความตาย

พยานจึงดูแลกิจการต่อเรื่อยมา ต่อมากิจการประสบปัญหาขาดทุน จึงขายกิจการโรงงานน้ำมันพืชให้แก่นายชัยยุทธ โดยไม่ได้ขายที่ดินและกิจการโรงงานให้แก่ผู้ร้อง ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า นายชัยยุทธซื้อที่ดินพร้อมโรงงานน้ำมันพืชจากนายธวัชชัย โดยมีการปรับปรุงซ่อมแซมเท่านั้น ข้ออ้างตามฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น ซึ่งในคดีก่อนที่นายชัยยุทธยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองก็สืบเนื่องมาจากโรงงานน้ำมันพืชดังกล่าวปลูกสร้างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินพิพาทและขณะนั้นนายชัยยุทธยังเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการผู้ร้องด้วย แต่ศาลฎีกาพิพากษายกคำร้องขออันแสดงว่า การที่ปลูกสร้างโรงงานน้ำมันพืชดังกล่าวรุกล้ำเข้าไปในที่ดินพิพาทนั้นไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์

ส่วนคดีนี้แม้ผู้ร้องจะเป็นบุคคลคนละคนกับนายชัยยุทธซึ่งเป็นผู้ร้องขอในคดีก่อน แต่โรงงานน้ำมันพืชดังกล่าวที่ปลูกรุกล้ำเข้าไปในที่ดินพิพาทที่ผู้ร้องอ้างใช้สิทธิครอบครองปรปักษ์นั้น ก็เป็นโรงงานเดียวกันกับคดีก่อนที่นายชัยยุทธยื่นคำร้องขอ และเป็นเหตุผลเดิม จึงถือได้ว่านายชัยยุทธและผู้ร้องเป็นคู่ความเดียวกัน เมื่อผู้ร้องยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทของผู้คัดค้านทั้งสามอีก จึงเป็นการยื่นคำร้องขอในประเด็นที่ต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันกับคดีก่อนซึ่งถึงที่สุดไปแล้ว ผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสามต้องผูกพันตามคำพิพากษาในคดีก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 อันต้องห้ามมิให้รื้อร้องฟ้องกันอีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมยศ เข็มทอง · ภานุวัฒน์ ศุภะพันธุ์ · ภาวนา สุคันธวณิช
ศาลล่าง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายประมวล นิลกลาง
ศาลอุทธรณ์ - นางสาวปชาบดี คำปาน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2595/2560
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ2144/2557
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ624/2559
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้