Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 775/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อข้อความตามบันทึกการตกลงเอกสารหมาย จ.8 ปรากฏชัดว่าจำเลยยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์ตามเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.1, จ.3 และจ.5 และยอมชำระเงินให้โจทก์ตามที่ระบุไว้ในเช็ค แม้ทางพิจารณาของศาลฎีกาข้อเท็จจริงจะยุติตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองว่า จำเลยไม่ต้องชำระเงินตามเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.1 บันทึกการตกลงดังกล่าวก็ยังมีผลบังคับให้จำเลยต้องชำระหนี้ตามเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.3และ จ.5 ที่ยังเหลืออยู่ได้ จำเลยจะให้การต่อสู้ในประเด็นที่ว่า โจทก์นำคดีมาฟ้องโดยไม่สุจริตและคดีโจทก์ขาดอายุความแล้วไว้ก็ตาม แต่ในชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นมิได้กำหนดประเด็นดังกล่าวไว้เป็นประเด็นพิพาทในคดี และคู่ความก็มิได้โต้แย้งคัดค้านไว้ย่อมถือได้ว่าคู่ความได้สละประเด็นดังกล่าวแล้ว.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2524 จำเลยออกเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด สาขาพุนพิน จำนวน 3 ฉบับ รวมเป็นเงิน54,955 บาท ให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ เมื่อเช็คถึงกำหนดชำระโจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็ค ปรากฏว่าธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ต่อมาวันที่ 24 มิถุนายน 2524 โจทก์ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอพุนพินเรียกจำเลยไป จำเลยยอมรับสภาพหนี้ว่าเป็นหนี้โจทก์ตามเช็คทั้งสามฉบับจริงขอผัดนำเงินมาชำระให้โจทก์ภายในวันที่ 10 กรกฎาคม 2524 ได้ทำบันทึกการตกลงไว้ครั้นถึงกำหนดจำเลยยังคงเพิกเฉยไม่ชำระ ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระต้นเงิน 54,955 บาท กับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดจำเลยให้การว่า

ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ เพราะโจทก์ไม่ได้นำเช็คไปฟ้องเรียกเงินภายในกำหนด โจทก์นำบันทึกท้ายฟ้องมาฟ้องโดยไม่สุจริตเพราะเป็นบันทึกเพื่อยกเลิกคดีอาญา บันทึกท้ายฟ้องไม่ใช่หนังสือรับสภาพหนี้ โจทก์จำเลยไม่มีมูลหนี้ต่อกัน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 31,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2524เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คเอกสารหมาย จ.1 จ.3 และ จ.5 ในสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1309/2526 ของศาลแขวงสุราษฎร์ธานี เมื่อเช็คพิพาททั้ง 3 ฉบับถึงกำหนด

โจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คไม่ได้เพราะธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ต่อมาวันที่26 มิถุนายน 2524 โจทก์จำเลยได้เจรจากันต่อหน้าพนักงานสอบสวนในที่สุดได้มีการทำบันทึกการตกลงไว้ว่าจำเลยยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์จริง และจะยอมชำระเงินให้โจทก์ตามที่ระบุไว้ในเช็คนั้นตามบันทึกการตกลงคดีอาญาที่ 230/2524 เอกสารหมาย จ.8ในสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1309/2526 ของศาลแขวงสุราษฎร์ธานีศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามจำนวนเงินในเช็คเอกสารหมาย จ.3 และ จ.5 ดังกล่าวเป็นเงิน 31,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย โดยมิได้วินิจฉัยถึงเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.1 ในสำนวนคดีอาญาดังกล่าวแต่อย่างใด และโจทก์ก็มิได้อุทธรณ์

คดีจึงยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าจำเลยไม่ต้องชำระหนี้ตามเช็คพิพาทเอกสารหมายจ.1 ดังกล่าวให้แก่โจทก์... ประเด็นแรกจำเลยฎีกาว่า บันทึกการตกลงเอกสารหมาย จ.8 ในสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1309/2526ของศาลแขวงสุราษฎร์ธานีไม่มีผลบังคับเพราะโจทก์ฟ้องตั้งข้อหาว่าจำเลยผิดสัญญารับสภาพหนี้ โดยอ้างว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามเช็คเอกสารหมาย จ.1 จ.3 และ จ.5 ในสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่1309/2526 ของศาลแขวงสุราษฎร์ธานี รวม 3 ฉบับ เป็นเงิน 54,955บาท แต่ทางพิจารณาข้อเท็จจริงยุติตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.3 และ จ.5ในคดีดังกล่าวเพียง 2 ฉบับ เป็นเงิน 31,000 บาท เท่านั้น จึงไม่ตรงตามบันทึกการตกลงเอกสารหมาย

จ.8 ในคดีดังกล่าว และเป็นหนี้ที่มีจำนวนไม่แน่นอน บันทึกการตกลงตามเอกสารหมาย จ.8 ดังกล่าวจึงมิใช่หนังสือรับสภาพหนี้อันจะมีผลบังคับได้นั้น เห็นว่า เมื่อข้อความตามบันทึกการตกลงเอกสารหมาย จ.8 ในคดีดังกล่าวและรายงานประจำวันธุรการของสถานีตำรวจภูธรอำเภอพุนพิน ลงวันที่ 24 มิถุนายน2524 ปรากฏชัดว่า จำเลยยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์ตามเช็คพิพาททั้ง 3 ฉบับ ดังกล่าว และยอมชำระเงินให้โจทก์ตามที่ระบุไว้ในเช็คเช่นนี้ แม้ว่าทางพิจารณาข้อเท็จจริงจะยุติตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองว่า จำเลยไม่ต้องชำระเงินตามเช็คพิพาทเอกสารหมายจ.1 ดังกล่าวให้แก่โจทก์ก็ตาม แต่บันทึกการตกลงเอกสารหมาย จ.8ดังกล่าว ก็ยังมีผลบังคับให้จำเลยต้องชำระหนี้ตามเช็คพิพาทเอกสารหมาย

จ.3 และ จ.5 ที่ยังเหลืออยู่ได้ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น...ประเด็นตามฎีกาจำเลยประการสุดท้ายว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่รับวินิจฉัยประเด็นที่ว่า โจทก์นำคดีมาฟ้องโดยไม่สุจริต และคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะประเด็นดังกล่าวจำเลยได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในคำให้การจำเลยแล้ว นั้น เห็นว่าแม้จำเลยจะให้การต่อสู้ในประเด็นดังกล่าวไว้ก็ตาม แต่ในชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นมิได้กำหนดประเด็นดังกล่าวไว้เป็นประเด็นพิพาทในคดีและคู่ความก็มิได้โต้แย้งคัดค้านไว้ ย่อมถือได้ว่าคู่ความได้สละประเด็นดังกล่าวแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ไม่รับวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน แต่ที่จำเลยเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามาในทุนทรัพย์ 49,650 บาทนั้น ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้เพราะในชั้นนี้มีทุนทรัพย์เพียง 37,393.75บาท สมควรคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินให้แก่จำเลย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ · ชลิต ประไพศาล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้