Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7737/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเช่าที่ดินเพื่อทำนาแล้วไม่ชำระค่าเช่านาในปี2527ถึงปี2530อ. ผู้รับมอบอำนาจผู้ให้เช่านาแจ้งบอกเลิกการเช่านาไปยังจำเลยและคชก.ตำบลแล้วตามสัญญาเช่านานั้นมีกำหนดเวลาเช่าถึงวันที่31มีนาคม2533จึงเป็นการบอกเลิกการเช่านาก่อนสิ้นกำหนดระยะเวลาการเช่านาคชก.ตำบลได้ประชุมและมีมติให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างและให้จำเลยเช่าที่ดินต่อไปอ. อุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อคชก.จังหวัดคชก.จังหวัดได้ประชุมและมีมติให้จำเลยเช่าทีนาถึงวันที่31มีนาคม2533ซึ่งสิ้นสุดตามกฎหมายโดยจำเลยต้องชำระค่าเช่าที่ค้างมติดังกล่าวเป็นมติที่ได้วินิจฉัยในเรื่องการบอกเลิกการเช่านาและเรื่องให้จำเลยออกจากที่นาที่เช่าด้วยมติของที่ประชุมเป็นการวินิจฉัยข้อพิพาทของคู่กรณีดังกล่าวจำเลยเข้าร่วมประชุมและลงชื่อในบันทึกท้ายมติที่ประชุมได้ทราบเรื่องที่ประชุมตลอดจนมติที่ประชุมโดยตลอดแล้วแต่จำเลยไม่อุทธรณ์คำวินิจฉัยของคชก.จังหวัดมติดังกล่าวย่อมถึงที่สุดจำเลยต้องปฏิบัติตามโดยผู้ให้เช่านาไม่จำต้องบอกเลิกการเช่านาอีกเมื่อครบกำหนดวันที่31มีนาคม2533จำเลยยังทำนาในที่นาที่เช่าอยู่ต่อมาเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคชก.จังหวัดที่ให้จำเลยออกจากนาโดยไม่มีเหตุอันสมควร

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 31 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 62

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัดนครนายก ได้พิจารณาอุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลบางลูกเสือที่วินิจฉัยให้จำเลยเป็นผู้เช่าทำนาในโฉนดที่ดินเลขที่ 1726 หมู่ที่ 6 ตำบลบางลูกเสืออำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก จากนางเชื่อม เจ้าของที่ดินดังกล่าวได้ต่อไป จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2533 หลังจากนั้นให้จำเลยออกไปจากนาที่เช่า จำเลยทราบคำสั่งแล้ว แต่ระหว่างวันที่ 1 เมษายน2533 ถึงวันที่ 12 เมษายน 2534 จำเลยยังคงทำนาต่อไปไม่ยอมออกจากที่ดิน อันเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัดนครนายกที่ให้จำเลยออกจากที่นาที่เช่าโดยไม่มีเหตุอันสมควร

เหตุเกิดที่ตำบลบางลูกเสืออำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 62จำเลย ให้การ ปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2528 มาตรา 62ลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 2,000 บาท พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่าจำเลยออกไปจากที่ดินของโจทก์ตามคำสั่งของคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแล้ว ประกอบกับไม่ปรากฎว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อนจึงเห็นสมควรให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30จำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์

ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยก ฟ้องโจทก์โจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 27กรกฎาคม 2527 จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินของนายปั่นเพื่อทำนามีกำหนดการเช่า 6 ปี ต่อมานายปั่น ถึงแก่ความตาย จำเลยไม่ชำระค่าเช่านางเชื่อมผู้จักการมรดกของนายปั่นมอบอำนาจให้นายอำนวยแจ้งบอกเลิกการเช่านาของจำเลยไปยังจำเลย และคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลบางลูกเสือ คณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบลบางลูกเสือ ได้ประชุมและมีมติให้จำเลยชำระค่าเช่านาที่ค้าง และให้จำเลยเช่าที่ดินต่อไปได้ นายอำเภอยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัดนครนายก คณะกรรมการได้เรียกประชุมเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2531 โดยนายอำนวยและจำเลยเข้าร่วมประชุมด้วย ที่ประชุมมีมติให้จำเลยชำระค่าเช่านาที่ค้างในปี 2527, 2528, 2530 และได้รับยกเว้นค่าเช่าปี 2529 และให้จำเลยทำนาจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2533 ซึ่งสิ้นสุดตามกฎหมาย

จำเลยเข้าทำนาต่อมาจนกระทั่งถูกจับเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2534มีปัญหาจะต้องวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่เห็นว่าคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำจังหวัดนครนายกหรือ คชก. จังหวัดนครนายกได้ประชุมและมีมติเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน2531 โดยจำเลยร่วมประชุมด้วย ปรากฎว่า จำเลยได้ลงชื่อในบันทึกท้ายมติที่ประชุมในฐานะผู้เช่านาไว้ ดังนั้น จำเลยเข้าร่วมประชุมและลงชื่อในบันทึกมติที่ประชุมย่อมจะทราบเรื่องที่ประชุมจนถึงมติของที่ประชุมโดยตลอด ข้ออ้างที่ว่าไม่ทราบเรื่องและมติของที่ประชุมเพราะไม่ได้อ่านให้ฟังนั้นไม่อาจรับฟังได้ สำหรับมติของ คชก.จังหวัดนครนายกนั้นสืบเนื่องมาจากจำเลยเช่าที่ดินเพื่อทำนา แล้วไม่ชำระค่าเช่านาในปี 2527 ถึงปี 2530 นายอำนวยผู้รับมอบอำนาจจากผู้ให้เช่านาแจ้งบอกเลิกการเช่านาไปยังจำเลยและ

คชก.ตำบลบางลูกเสือแล้ว ตามสัญญาเช่ากำหนดเวลาเช่าถึงวันที่ 31 มีนาคม2533 จึงเป็นการบอกเลิกการเช่านาก่อนสิ้นกำหนดระยะเวลาการเช่านาคชก.ตำบลบางลูกเสือได้ประชุมและมีมติให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างและให้จำเลยเช่าที่ดินต่อไป นายอำนวยได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อคชก.จังหวัดนครนายก คชก.จังหวัดนครนายกได้ประชุมและมีมติให้จำเลยผู้เช่านาจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2533 ซึ่งสิ้นสุดตามกฎหมายโดยที่จำเลยจะต้องชำระค่าเช่านาปี 2527, 2528 และปี 2530 ยกเว้นไม่ต้องชำระค่าเช่านาปี 2529 มติดังกล่าวจึงเป็นมติที่ได้วินิจฉัยในเรื่องการบอกเลิกการเช่านาของจำเลย ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 31 ซึ่งในการประชุมดังกล่าวที่นายสาลีจ่าจังหวัดเสนอว่าในปี 2533 ไม่ต้องตกลงในเรื่องเลิกการเช่านา

เนื่องจากได้เป็นไปตามกฎหมายที่จะต้องออกจากการทำนาเช่าผืนนี้ เพียงแต่ผู้ให้เช่าบอกเลิกการเช่าตามกฎหมายก็จะต้องจากการทำงาน ฉะนั้น จึงไม่เป็นปัญหา ไม่ต้องตกลงกันในเรื่องเลิกการเช่านาเมื่อหมดสัญญาเช่า ควรตกลงกันในเรื่องค่าเช่านาเท่านั้นก็เป็นข้อเสนอมาจากที่ประธานที่ประชุมเสนอในการไกล่เกลี่ยคู่กรณีให้ตกลงกันโดยผู้ให้เช่านาชี้แจงว่าไม่ประสงค์จะต่อรองราคา จะไม่เรียกเก็บค่าเช่านาจำนวน 5 ปี ก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าจำเลยต้องเลิกการเช่านาเนื่องจากไม่ยอมชำระค่าเช่าติดกันเป็นเวลา 3 ปี ประธานที่ประชุมจึงเสนอว่าหากจำเลยประสงค์จะชำระค่าเช่านาจะต้องการอย่างไรผู้ให้เช่านาเสนอว่าหากจะจ่ายค่าเช่าจะจ่ายเท่าไรก็ยินดีรับแต่มีข้อแม้ว่าจะทำต่อไปอีกกี่ปีหรือจะทำแค่หมดสัญญาปี 2533 แล้วเลิกการทำนานายสาลีจ่าจังหวัดจึงเสนอข้อพิจารณาว่า ในปี 2533 ไม่ต้องตกลงในเรื่องเลิกการเช่านาดังกล่าว ซึ่งต่อมาที่ประชุมจึงพิจารณาตกลงในเรื่องค่าเช่านา

จนเป็นที่ตกลงกันโดยจำเลยเสนอว่าจำเลยยินยอมจะชำระค่าเช่านาในปี 2527, 2528 ในปี 2529 ยกเว้นค่าเช่าตามมติของ คชก.ตำบลบางลูกเสือ ส่วนในปี 2530 จ่ายให้เต็มตามสัญญาเช่า ผู้ให้เช่าเสนอว่า ยินยอมและขอให้ที่ประชุมได้มีมติว่าในปี 2527, 2528 ชำระค่าเช่านาให้จำนวน 7,000 บาท ในปี 2529ยกเว้นค่าเช่านาตามมติ คชก.ตำบลบางลูกเสือ ส่วนในปี 2530จ่ายค่าเช่าให้ตามสัญญาจนถึงปี 2533 แล้วหมดสิทธิการเช่านาผืนนี้ตามกฎหมาย ประธานที่ประชุมเสนอว่า ได้ หากต้องการจะให้ที่ประชุมมีมติให้เช่าการทำนาจนถึงปี 2533 แล้วหมดสิทธิการเช่านาผืนนี้ตามกฎหมายและขอมีมติที่ประชุม ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้จำเลยทำนาจนถึงวันที่ 30 มีนาคม 2533 ซึ่งสิ้นสุดตามกฎหมายโดยจำเลยต้องชำระค่าเช่าปี 2527, 2528 และปี 2530 ส่วนในปี 2529 ยกเว้นไม่ต้องชำระค่าเช่านา

ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ที่ประชุมได้พิจารณาในเรื่องการบอกเลิกการเช่านาและเรื่องให้จำเลยออกจากที่นาที่เช่าด้วยมติของที่ประชุมจึงเป็นการวินิจฉัยข้อพิพาทของคู่กรณีดังกล่าว จำเลยมิได้อุทธรณ์คำวินิจฉัยของ คชก. จังหวัดนครนายกดังกล่าว มติดังกล่าวย่อมเป็นที่สุด จำเลยจึงต้องปฏิบัติตามมติดังกล่าว โดยผู้ให้เช่านาไม่จำต้องบอกเลิกการเช่านาอีก เมื่อครบกำหนดถึงวันที่ 31 มีนาคม2533 จำเลยยังทำนาในที่นาที่เช่าอยู่ต่อมา จึงเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ คชก.จังหวัดนครนายกที่ให้จำเลยออกจากนาโดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยกระทำผิดตามฟ้องพิพากษากลับ ให้ บังคับคดี ตาม คำพิพากษา ศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวิช กำเนิดเพ็ชร์ · ประสิทธิ์ แสนศิริ · ชลอ ทองแย้ม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3596/2540

คดีนี้โจทก์มีหนังสือบอกเลิกการเช่าที่ดินพิพาทและแจ้งให้จำเลยออกไปจากที่ดินพิพาท เมื่อจำเลยไม่ออกไป โจทก์ก็ฟ้องคดีทันที ส่วนจำเลยเมื่อถูกโจทก์ฟ้องขับไล่ก็ฟ้องแย้งขอซื้อที่ดินพิพาทจากโจทก์ทันทีเช่นกัน โ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3446/2540

ที่ดินส่วนที่ ช.ผู้เช่านาปลูกโรงเรือนมีเนื้อที่ประมาณ 40ตารางวา เป็นส่วนหนึ่งของที่ดินทั้งแปลงที่มีเนื้อที่ 19 ไร่ 25 ตารางวาที่ ช.เช่าทำนา แม้ ช.ถมดินในการปลูกโรงเรือนและปลูกต้นไม้บางต้น แต่ที่ดินที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7356/2538

ตามคำฟ้องโจทก์และคำให้การจำเลยเป็นเรื่องการเช่านาไม่ว่าโจทก์จำเลยจะมีเจตนาที่จะให้การเช่านาระหว่างตนอยู่ภายใต้บังคับแห่งพ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 หรือไม่ก็ตาม การเช่านาของโจทก์จำเลยก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3071/2538

จำเลยเป็นผู้เช่านาตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ.2524เมื่อโจทก์รับโอนที่ดินแปลงดังกล่าวจึงต้องรับโอนทั้งสิทธิและหน้าที่แม้คชก.จังหวัดจะวินิจฉัยว่าจำเลยไม่มีสิทธิซื้อที่ดินดังกล่าวจากโจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6942/2537

แม้ตามสัญญาเช่าที่ดินพิพาทที่โจทก์ทำกับจำเลยมีคำว่าเช่าเพื่อ "ทำการเกษตร" และโจทก์เองก็รับว่า ในตอนทำสัญญาตกลงว่าจำเลยเช่าเพื่อปลูกข้าวโพด ข้าวฟ่างทำการเกษตร แต่เมื่อจำเลยได้ใช้ที่ดินพิพาททำเป็นตลาดนั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้