Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 772/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่พิพาทเป็นที่ดินซึ่งได้มีพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามไว้เพื่อการสหกรณ์ จึงเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(3) ซึ่งต้องห้ามมิให้โอนแก่กัน เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมายเฉพาะหรือพระราชกฤษฎีกาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1305โจทก์ซึ่งรับโอนที่พิพาทมาจึงไม่มีสิทธิเหนือที่พิพาท และไม่มีสิทธิจะนำที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินไปให้ผู้ใดเช่าเมื่อโจทก์ไม่มีสิทธินำที่พิพาทไปให้จำเลยเช่า โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกไปจากที่พิพาท และเรียกค่าเช่ากับค่าเสียหายจากจำเลย(อ้างฎีกาที่ 622/2510)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญาเช่าที่นาอันเป็นทรัพย์สินของโจทก์มีกำหนด ๑๐ ปี จำเลยไม่ได้ชำระค่าเช่าให้โจทก์เลย โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยชำระค่าเช่าถ้าจำเลยไม่ชำระให้ถือว่าผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาแต่จำเลยก็ไม่ชำระและยังอยู่ในที่ดินโจทก์ตลอดมา ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างเป็นข้าว ๑๕๐ ถัง หรือเงิน ๑,๘๐๐ บาทและขับไล่จำเลยออกจากที่นาโจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๒๐๑.๒๕ บาทและดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้อง

จำเลยให้การและขอแก้ไขเพิ่มเติมว่า ที่ดินเป็นที่ดินมีพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามไว้เพื่อการสหกรณ์ ไม่ใช่ที่ของโจทก์ ที่ดินที่ตกลงเช่ากัน คือที่ดินตามแผนที่พิพาทสีเหลือง ส่วนที่ดินพิพาทตามแผนที่หมายสีแดงเป็นที่ของจำเลยที่ดินหมายสีเหลืองโจทก์ส่งมอบให้จำเลยไม่ได้ เพราะนายเผ่าครอบครองอยู่จำเลยได้บอกเลิกสัญญาเช่ากับโจทก์ด้วยวาจาแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเช่าจากจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า โจทก์ให้จำเลยเช่าที่พิพาทตามแผนที่หมายอักษร ก. โจทก์ควรได้ค่าเช่าเป็นเงิน ๑,๔๔๐ บาทและค่าเสียหายอีกเดือนละ ๔๐ บาท นับตั้งแต่วันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๑๑ จนกว่าจำเลยจะออกจากที่เช่ากับให้ขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทภายในเส้นสีแดง

โจทก์อุทธรณ์ว่า โจทก์ควรชนะคดีเต็มตามฟ้อง จำเลยเช่าที่ดินโจทก์ตามแผนที่พิพาทหมาย ข. ด้วย

จำเลยอุทธรณ์ว่าที่ดินที่จำเลยเช่าจากโจทก์ไม่ใช่ที่ดินตามแผนที่กลางหมายอักษร ก. แต่เป็นที่ดินซึ่งโจทก์แพ้คดีนายเผ่าและส่งมอบให้แก่จำเลยไม่ได้จำเลยจึงไม่ต้องใช้ค่าเช่าและค่าเสียหายให้โจทก์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับศาลชั้นต้น แต่ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดว่าให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ตั้งแต่เมื่อใดจึงพิพากษาแก้ให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จ โจทก์ฎีกาว่า ที่ดินที่โจทก์ฟ้องรวมทั้งที่ดินตามแผนที่พิพาทหมายอักษร ข. ด้วย จำเลยฎีกาว่า ที่ดินที่จำเลยเช่าจากโจทก์ไม่ใช่ที่ดินตามแผนที่พิพาทหมายอักษร ก. ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ถึงแก่กรรม นางสาวเพชรีร้องขอรับมรดกแทน ศาลฎีกาสั่งอนุญาต

ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินซึ่งได้มีพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามไว้เพื่อการสหกรณ์ จึงเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๔(๓) ซึ่งต้องห้ามมิให้โอนแก่กันเว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทกฎหมายของพระราชกฤษฎีกาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๐๕ ดังนั้น โจทก์ซึ่งรับโอนที่พิพาทมาจึงไม่มีสิทธิเหนือที่พิพาทและไม่มีสิทธิจะนำที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินไปให้ผู้ใดเช่า ดังนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๖๒๒/๒๕๑๐ เมื่อโจทก์ไม่มีสิทธินำที่พิพาทไปให้จำเลยเช่าโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้ขับไล่จำเลยออกไปจากที่พิพาท และเรียกค่าเช่ากับค่าเสียหายจากจำเลย และปัญหานี้เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกาจึงมีอำนาจหยิบยกขึ้นมาวินิจฉัยได้ ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์จำเลยต่อไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
รื่น วิไลชนม์ · เพรียบ หุตางกูร · สรรเสริญ ไกรจิตติ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายนิเวศน์ คำผอง
ศาลอุทธรณ์ - นายสมชัย ทรัพยวณิช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้