Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 772/2503

พ.ศ. 2503 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะที่เป็นบุคคลธรรมดาโดยตำแหน่งหน้าที่ราชการในขอบเขตแห่งวงหน้าที่ราชการ ย่อมมีอำนาจเป็นคู่ความในศาลได้เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดว่าง ปลัดจังหวัดเป็นผู้รักษาการแทนปลัดจังหวัดก็ย่อมเป็นบุคคลที่จะเป็นโจทก์ฟ้องร้องได้ในฐานเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 47 ที่ว่าคำพิพากษาคดีส่วนแพ่งต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยความรับผิดของบุคคลในทางแพ่ง นั้นไม่ได้หมายถึงว่าจะไปกลับข้อเท็จจริงที่จะต้องรับฟังตามคำพิพากษาในคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 ได้ด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 55 ป.วิ.อ. มาตรา 46 ป.วิ.อ. มาตรา 47 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495 มาตรา 34 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495 มาตรา 37

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องอ้างเหตุจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นตัวแทนจำเลยที่ 2-3 ได้ร่วมกันผิดสัญญารับจ้างเก็บและจ่ายข้าวสารของโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์เสียหายขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชำระเงินค่าข้าวสาร 2,000 กระสอบ ซึ่งจำเลยนำไปจำหน่ายเป็นเงิน 292,400.00 บาท กับค่าข้าวสารขาด 35,914 กิโลกรัม เงิน 58,539.99 บาท และขาดอีก 5,180 กิโลกรัม เงิน 8,495.20 บาท รวมเป็นเงิน 359,435.19 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ต่อสู้ว่าไม่ได้เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2-3 และไม่ได้ผิดสัญญาจำเลยที่ 2-3 ต่อสู้ว่ามีโกดังเก็บสินค้าคนละแห่ง และได้ให้จำเลยที่ 1 เช่าไปเก็บข้าวสารโดยจำเลยที่ 2-3 ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการรับจ้างเก็บและจ่ายข้าวสารตามที่โจทก์ฟ้องศาลจังหวัดสงขลาพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ให้จำเลยรับผิดร่วมกันเฉพาะใช้ราคาข้าว 2,000 กระสอบ

คิดเป็นเงิน 292,400 บาท กับดอกเบี้ย คำขอนอกนั้นให้ยกโจทก์และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ศาลชั้นต้นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดใช้ราคาข้าวสารที่ขาดน้ำหนักให้แก่โจทก์ 67,035.19 บาท กับ ดอกเบี้ยโจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ในส่วนที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายซึ่งจำเลยฎีกาว่าผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ เพราะตำแหน่งหน้าที่ราชการไม่มีตัวตนที่แน่นอน นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะที่เป็นบุคคลธรรมดาโดยตำแหน่งหน้าที่ราชการในขอบเขตแห่งวงหน้าที่ราชการย่อมมีอำนาจเป็นคู่ความในคดีในโรงศาลได้ เพราะทางราชการฝ่ายบริหารย่อมทำการแต่งตั้งได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดว่าง ปลัดจังหวัดเป็นผู้รักษาการแทน ปลัดจังหวัดก็ย่อมเป็นบุคคลที่จะเป็นโจทก์ฟ้องร้องได้ในฐานะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ข้อเท็จจริงควรต้องฟังว่า จำเลยได้เอาข้าวที่โจทก์ฝากไว้ จำนวน 2,000 กระสอบ ไปโดยพลการและยังไม่ได้ชำระราคานั้น ในเรื่องนี้ความสำคัญอยู่ที่ว่า เอกสารใบสั่งให้จำเลยจ่ายข้าวหมาย 1, 2 และ 3 นั้น เป็นคำสั่งของฝ่ายโจทก์จริงหรือไม่ถ้าเป็นจริง ข้าวของโจทก์ที่ฝากไว้ก็ได้จ่ายไปหมดสิ้นแล้วจำเลยไม่มีทางที่จะเอาไปโดยพลการได้อีก 2,000 กระสอบ ในเรื่องนี้ได้มีการดำเนินคดีกับจำเลยทั้งสามในทางอาญา ฟ้องกล่าวโทษจำเลยว่าปลอมหนังสือและใช้หนังสือปลอม คือ เอกสารหมาย 1,2 และ 3 นั้นคดีถึงศาลฎีกาพิพากษาว่า"คดีไม่มีทางจะฟังว่าเอกสารนั้นปลอม"

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงในคดีส่วนอาญา ศาลได้ชี้ขาดแล้วว่าเอกสารนั้นไม่ปลอม ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามนั้นที่โจทก์ฎีกาว่า ความจริงเอกสารนั้นปลอมคำพิพากษาคดีส่วนแพ่งต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันว่าด้วยความรับผิดของบุคคลในทางแพ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 47 นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ความในมาตรา 47 ไม่ได้หมายถึงว่าจะไปกลับข้อเท็จจริงที่จำต้องรับฟังตาม มาตรา 46 ได้ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร · โพยม เลขยานนท์ · สนิท สุมาวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงและมีคำขอให้จำเลยคืนเงิน 135,000 บาท แก่โจทก์ร่วม แม้ในคดีอาญาข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงและคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่ง ป.วิ.อ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8722/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วและรื้อบ้านของโจทก์ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาท โจทก์ห้ามปรามแล้วแต่จำเลยทั้งสามไม่ฟัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6131/2558

คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญานั้น การนำข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาส่วนอาญามารับฟังในคดีส่วนแพ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 จะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ 3 ประการ คือ คำพิพากษาคดีอาญาต้องถึงที่สุด ข้อเท็จจริงนั้นเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10534/2558

ป.วิ.อ. มาตรา 46 บัญญัติไว้ว่า ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาส่วนอาญา คดีนี้ข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติในคดีส่วนอาญาคงมีเพียงว่า จำเลยกระทำโดยประมาท ส่วนข้อเท็จจริง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13675/2557

แม้ ป.วิ.อ. มาตรา 46 จะบัญญัติว่า ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา แต่ในกรณีนี้ข้อเท็จจริงที่ฟังในคดีอาญาคงมีแต่เพียงว่า ทั้งผู้ตายและจำเลยที่ 1 ต่างกระ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้