Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ซึ่งเป็นสถาปนิกรับจ้างออกแบบบ้านให้จำเลยที่ 1ก็มีหน้าที่โดยอัตโนมัติที่จะต้องตรวจสอบการดำเนินการก่อสร้างและให้คำแนะนำแก่ผู้ดำเนินการหรือผู้ควบคุมงาน รวมทั้งผู้รับเหมาก่อสร้างทั้งนี้เพื่อให้รูปแบบที่ก่อสร้างออกมาตรงตามสถาปัตยกรรมที่โจทก์เป็นผู้ออกแบบไว้ เมื่อบ้านชำรุดเพราะมีการทรุดตัวของฐานรากไม่เท่ากัน การที่จำเลยที่ 1 ร้องเรียนกล่าวหาโจทก์ จึงเป็นสิทธิตามกฎหมายไม่มีข้อเท็จจริงที่จะส่อว่าจำเลยมีเจตนากลั่นแกล้งให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ส่วนผลของการร้องเรียนคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม (ก.ส.) จำเลยจะมีมติลงโทษโจทก์หรือไม่ จำเลยที่ 1 ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยจึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ ก.ส. จำเลยมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาและให้โจทก์ไปให้ถ้อยคำต่อคณะอนุกรรมการตามรายชื่อที่แนบไป เมื่อโจทก์ไม่ไปแก้ข้อกล่าวหาจึงเป็นสิทธิของคณะอนุกรรมการที่จะดำเนินการไต่สวนไปได้ตามข้อบังคับ ก.ส. ว่าด้วยการไต่สวนผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมในกรณีถูกกล่าวหาหรือสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาต และการที่ก.ส. สั่งพักใบอนุญาตโจทก์ จึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ว่าจ้างโจทก์ซึ่งเป็นสถาปนิกออกแบบสร้างบ้านให้แก่จำเลยที่ 1 และต่อมาบ้านที่ก่อสร้างขึ้นมีรอยแตกร้าวหลายแห่ง ซึ่งจะต้องมีการซ่อมแซม ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยก็คือ โจทก์อ้างว่าไม่มีหน้าที่ควบคุมการก่อสร้าง แต่จำเลยที่ 1 ไปร้องเรียนกล่าวโทษว่าโจทก์ละเลยไม่ควบคุมการก่อสร้าง สำหรับปัญหาที่ว่าโจทก์มีหน้าที่ควบคุมการก่อสร้างหรือไม่นั้นพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า โจทก์ยอมรับในฎีกาว่า เมื่อโจทก์รับจ้างออกแบบบ้านแล้วโจทก์มีหน้าที่โดยอัตโนมัติที่จะต้องตรวจสอบการดำเนินงานก่อสร้างและให้คำแนะนำแก่ผู้ดำเนินการหรือผู้ควบคุมงาน รวมทั้งผู้รับเหมาก่อสร้างทั้งนี้เพื่อให้รูปแบบที่ก่อสร้างออกมาตรงตามสถาปัตยกรรมที่โจทก์เป็นผู้ออกแบบไว้

ไม่ใช่ว่าออกแบบแล้วผู้ก่อสร้างไปสร้างตามใจชอบ ฉะนั้นที่โจทก์ฎีกาโต้เถียงว่าจำเลยที่ 1 ร้องเรียนไม่เป็นความจริงเพราะโจทก์ไม่มีหน้าที่ควบคุมงานก่อสร้างหรือเป็นความรับผิดชอบของวิศวกรจึงฟังไม่ขึ้นและถ้าจะพิจารณาในด้านความเสียหายของจำเลยที่ 1 แล้วจำเลยที่ 1 นำสืบว่า เมื่อบ้านเสียหายได้เรียกให้โจทก์มาพบ โจทก์ประเมินราคา 8,000 บาท และจะให้ผู้รับเหมามาซ่อม แต่ผู้รับเหมาไม่มาซ่อม ต่อมาจำเลยที่ 1 ติดต่อกับโจทก์ไม่ได้เพราะโจทก์ย้ายบ้าน จำเลยที่ 1 เห็นว่าบ้านชำรุดมากขึ้น จึงติดต่อกับนายธารา โรจน์ชนะ ซึ่งเป็นวิศวกรให้มาตรวจจึงพบว่ามีการทรุดตัวของฐานรากไม่เท่ากัน นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ยังได้เชิญนายอรุณ ไชยเสวี ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ประจำของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาตรวจอีก ซึ่งก็ได้ผลทำนองเดียวกันและยังประเมินค่าเสียหายถึง 500,000 บาท

ฉะนั้นการที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างร้องเรียนกล่าวหาโจทก์ซึ่งเป็นสถาปนิกผู้รับจ้างว่าไม่ควบคุมการก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบแปลนและหลักวิชา จึงเป็นการใช้สิทธิของตนตามกฎหมาย ไม่มีข้อเท็จจริงที่จะส่อว่าจำเลยที่ 1 มีเจตนาที่จะกลั่นแกล้งให้โจทก์ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ส่วนผลของการร้องเรียนคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมจะมีมติลงโทษโจทก์หรือไม่ จำเลยที่ 1 ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย ฉะนั้นการกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์สำหรับในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 19

ที่โจทก์ฎีกาว่า ในการไต่สวนเกี่ยวกับเรื่องนี้โจทก์ไม่ได้รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งรายชื่อคณะอนุกรรมการให้โจทก์ทราบ เพราะจำเลยส่งหนังสือดังกล่าวให้โจทก์ ณ บ้านเลขที่ 114/2 ถนนสุขุมวิทซอย 23 ซึ่งไม่ใช่ภูมิลำเนาของโจทก์หากแต่เป็นบ้านของบิดาโจทก์ และในบ้านโจทก์ไม่มีบุคคลชื่อนางสาวโชติรสมีแก้ว ซึ่งเป็นผู้รับหนังสือดังกล่าวไว้

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ในการไต่สวนหาข้อเท็จจริงครั้งแรก โจทก์ได้ไปให้การต่อคณะอนุกรรมการเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2520 โจทก์ก็กล่าวอ้างว่า โจทก์อยู่ที่บ้านเลขที่ 114/2 สุขุมวิท 23 ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.1 ทะเบียนบ้านของโจทก์ตามเอกสาร จ.7 ก็มีชื่อโจทก์อยู่ในบ้านเลขที่ดังกล่าว แม้กระทั่งเมื่อโจทก์มาเบิกความต่อศาลเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2522 โจทก์ก็ยอมรับว่าขณะเบิกความโจทก์ยังมีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 114/2 สุขุมวิท 23 ฉะนั้นโจทก์จะเถียงได้อย่างไรว่าไม่ใช่ภูมิลำเนาของโจทก์ ฉะนั้นการที่จำเลยส่งหนังสือถึงโจทก์เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2520 ขอให้ไปชี้แจงข้อกล่าวหาและไปให้ถ้อยคำในวันที่ 5 ตุลาคม 2520 ตามเอกสารหมาย

ล.6 โดยแนบรายชื่อคณะอนุกรรมการไปให้ทราบด้วย และส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปที่บ้านเลขที่ 114/2 สุขุมวิท 23 จึงเป็นการแจ้งให้โจทก์ทราบโดยชอบแล้ว แม้นางสาวโชติรส มีแก้ว ผู้รับหนังสือจะไม่ใช่คนในบ้านของโจทก์ แต่นางสาวโชติรสก็เป็นลูกจ้างประจำของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งบ้านของโจทก์อยู่ในบริเวณมหาวิทยาลัย ฯ และนางสาวโชติรสมีหน้าที่รับส่งหนังสือให้แก่บุคคลซึ่งอยู่ในมหาวิทยาลัยฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 ตลอดมาจนบัดนี้โดยไม่ปรากฏความเสียหาย ทั้งโจทก์และบิดาโจทก์ก็เคยได้รับจดหมายที่มีมาถึงตนทุกครั้งรวมทั้งครั้งที่ ก.ส. แจ้งมติพักใบอนุญาตโจทก์ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2520 ตามเอกสารหมาย จ.6 โจทก์เองก็ได้รับ

ฉะนั้นที่โจทก์อ้างว่าไม่ได้รับหนังสือดังกล่าวจึงไม่มีน้ำหนักพอที่จะหักล้างพยานหลักฐานของฝ่ายจำเลยได้ การที่โจทก์ไม่ไปแก้ข้อกล่าวหาจึงเป็นสิทธิของคณะอนุกรรมการที่จะดำเนินการไต่สวนไปได้ตามข้อบังคับ ก.ส. ว่าด้วยการไต่สวนผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมในกรณีถูกกล่าวหา เพื่อการสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาต พ.ศ. 2512 ข้อ 13 ตามเอกสารหมาย จ.11 และไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระ ทรัพยไพศาล · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 700072)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 703998)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้