Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคารโจทก์ มิได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ แต่ให้สิทธิโจทก์ที่จะเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเมื่อใดก็ได้ดังนี้โจทก์อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้แต่แรกที่จำเลยเบิกเงินไปจากโจทก์ ส่วนการเบิกเงินเกินบัญชีและการผ่อนชำระเงินที่ทำโดยวิธีการของธนาคาร ซึ่งจะเรียกว่าบัญชีเดินสะพัดหรือบัญชีกระแสรายวันก็ตาม ก็ต้องอยู่ในบังคับแห่งสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีฉบับนี้ เมื่อปรากฏว่านับจากวันที่จำเลยนำเงินเข้าบัญชีครั้งสุดท้ายเป็นการชำระดอกเบี้ยอันเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลง จนถึงวันฟ้องเกินกว่าสิบปีแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและขอแก้ไขฟ้องว่า โจทก์เป็นธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยเป็นลูกค้าของธนาคารโจทก์ โดยเปิดบัญชีกระแสรายวันไว้ บัญชีเลขที่ 278 เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2503 จำเลยทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์ในวงเงินไม่เกิน 20,000 บาท โดยยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี คิดดอกเบี้ยเป็นรายเดือน โดยคิดทบต้นตามประเพณีของธนาคารพาณิชย์ ต่อมาจำเลยได้เบิกเงินไปจากโจทก์และนำเงินเข้าบัญชีเพื่อหักหนี้หลายครั้ง ครั้งสุดท้ายจำเลยนำเงินเข้าบัญชีเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน2514 จำนวน 50,050.48 บาท เมื่อหักกับหนี้เบิกเงินเกินบัญชีแล้ว จำเลยยังเป็นหนี้โจทก์อยู่อีก 31,849.12 บาท ตามสำเนาบัญชีกระแสรายวันท้ายฟ้องหมายเลข 3 โจทก์ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้จำนวนนี้หลายครั้งแล้ว

จำเลยเพิกเฉย จึงขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 31,849.12 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ 14 ต่อปี นับแต่วันฟ้องแก่โจทก์จำเลยให้การและขอเพิ่มเติมว่า จำเลยเคยเปิดบัญชีกระแสรายวันเลขที่ 278กับธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (สาขานครสวรรค์) เป็นเวลาสิบกว่าปี มาแล้วระหว่างนายตุ๊ จิตราทร เป็นผู้จัดการดำเนินการธนาคารนครหลวงไทย จำกัด(สาขานครสวรรค์) ในฐานะเป็นตัวแทน โดยเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2503 จำเลยได้ทำหนังสือสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีไว้กับธนาคารในวงเงิน 20,000 บาทสำเนาบัญชีกระแสรายวันท้ายฟ้องหมาย 3 เป็นเท็จ ตามบัญชีแผ่นที่ 11 ปรากฏว่าหนี้ของจำเลยซึ่งมีอยู่ต่อโจทก์ขาดอายุความ ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2513ต้องโอนหนี้ของจำเลยให้เอเย่นต์เป็นผู้รับผิดชอบ

ต่อมาโจทก์ได้ตั้งผู้จัดการขึ้นใหม่แทนนายตุ๊ จิตราทร โจทก์กับผู้จัดการคนใหม่สมคบกันทำหลักฐานเท็จปลอมเอกสารบัญชีเดินสะพัดเลขที่ 278 และฉ้อโกงจำเลย โดยนำเงินจำนวน 50,050.48บาท เข้าบัญชีใส่ชื่อจำเลยไว้ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลย เพื่อให้เห็นว่าจำเลยยอมรับสภาพหนี้ที่ขาดอายุความแล้วปรากฏตามสำเนาบัญชีหมายเลข 3แผ่นที่ 13 ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2514 สิทธิเรียกร้องของโจทก์ขาดอายุความตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2513 อย่างไรก็ตามโจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม2515 สิทธิเรียกร้องของโจทก์ขาดอายุความแล้ว ความผูกพันระหว่างโจทก์จำเลยไม่มีต่อกัน โดยการแปลงหนี้ใหม่ คือ นายตุ๊ จิตราทร เอเย่นต์ของโจทก์ยอมรับเข้ามาเป็นลูกหนี้แทนจำเลยแล้วศาลชั้นต้นชี้สองสถาน

กำหนดประเด็นไว้ 2 ข้อคือ 1 จำเลยเป็นหนี้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยเพียงใดหรือไม่ 2 อายุความเมื่อพิจารณาแล้ว เห็นว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีไม่ขาดอายุความ พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงิน 31,849 บาท 12 สตางค์ กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยฎีกาว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความแล้วข้อเท็จจริงได้ความว่า เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2503 จำเลยได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคารโจทก์ เป็นจำนวนไม่เกิน 20,000 บาท มิได้กำหนดเวลาชำระตามเอกสารหมาย จ.11 (ภาพถ่ายเอกสารหมาย จ.2) จำเลยได้เบิกเงินไปจากธนาคารโจทก์ และนำเงินเข้าบัญชีเป็นคราว ๆ ตามบัญชีเลขที่ 278ครั้งสุดท้ายจำเลยนำเงินจำนวน 300 บาทเข้าบัญชีเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2505เป็นการชำระดอกเบี้ย วันที่ 26 พฤศจิกายน 2514 นายแดง

จิตราทร ได้นำเงินเข้าบัญชี เป็นการชำระหนี้แทนจำเลย จำนวน 50,050 บาท 48 สตางค์ คงเหลือยอดเงินที่จำเลยคงเป็นลูกหนี้ธนาคารอยู่อีก 31,849 บาท 12 สตางค์ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีดังกล่าวข้างต้นความในข้อ 4 ไม่ได้กำหนดเวลาการชำระหนี้ไว้ แต่ให้สิทธิแก่ผู้ให้กู้ที่จะเรียกร้องให้ผู้กู้ชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนเมื่อใดก็ได้ ตามแต่ผู้ให้กู้จะเห็นสมควร และโดยมิพักต้องชี้แจงเหตุ ในกรณีที่ผู้ให้กู้เรียกร้องดังกล่าวมานี้ผู้กู้จะต้องชำระหนี้ตามคำเรียกร้องโดยมิอิดเอื้อน ฉะนั้น ธนาคารโจทก์ผู้ให้กู้อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้แต่แรกที่จำเลยเบิกเงินไปจากธนาคารโจทก์ ส่วนการเบิกเงินเกินบัญชีและการผ่อนชำระเงินจะทำโดยวิธีการของธนาคารซึ่งจะเรียกว่า

บัญชีเดินสะพัดหรือบัญชีกระแสรายวันอย่างใดก็แล้วแต่ ก็ต้องอยู่ในบังคับแห่งสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีฉบับนี้ จะนำบทบัญญัติเกี่ยวกับบัญชีเดินสะพัดมาปรับ โดยตรงดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยหาได้ไม่จำเลยชำระดอกเบี้ยเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2505 อันเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงแล้ว หลังจากนั้นจำเลยก็มิได้นำต้นเงินหรือดอกเบี้ยชำระให้อีกจนถึงวันฟ้อง คือ วันที่ 28 กรกฎาคม 2515 เกินสิบปีแล้วการชำระหนี้ของนายแดงแทนจำเลย ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้รับสภาพหนี้ คดีของโจทก์ขาดอายุความฟ้องร้องแล้วฎีกาของจำเลยฟังขึ้นพิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความสองศาลให้รวม 700 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สัญชัย สัจจวานิช · แผ้ว ศิวะบวร · สนิท บริรักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้