Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771/2508

พ.ศ. 2508 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หนี้ที่สามีก่อขึ้นด้วยการกู้เงินโจทก์มาลงทุนทำการประมงหาเลี้ยงครอบครัว ย่อมเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยา และแม้โจทก์จะมิได้ฟ้องภริยาเป็นจำเลยร่วมกับสามีด้วยก็ตาม โจทก์ก็ยึดสินเดิมของภริยาเอาออกชำระหนี้โจทก์ตามที่สามีเป็นหนี้อยู่ตามคำพิพากษาได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 9/2508)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์นำยึดที่ดิน อ้างว่าเป็นของจำเลย เพื่อขายทอดตลาดใช้หนี้โจทก์ตามคำพิพากษา ผู้ร้อง(ภริยาจำเลย) ยื่นคำร้องขอให้ถอนการยึด โจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องของผู้ร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินพิพาทเป็นสินเดิมของผู้ร้องและยังคงเป็นสินบริคณห์ระหว่างจำเลยกับผู้ร้องอยู่ ที่ผู้ร้องฎีกาวา หนี้จำเลยก่อขึ้นไม่ใช่หนี้ร่วม ศาลฎีาพิเคราะห์แล้วจำเลยกู้เงินโจทก์มาเพื่อลงทุนทำการประมงหาเลี้ยงครอบครัวย่อมเป็นหนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินบริคณห์ และเป็นหนี้ร่วมระหว่างจำเลยสามีและผู้ร้องภริยา ฎีกาข้อสุดท้าย ผู้ร้องว่า เมื่อเป็นหนี้ร่วม โจทก์ก็ต้องฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลยร่วมด้วย โจทก์จึงจะยึดได้

ศาลฎีกาเห็นว่า ที่ดินที่ดจทก์นำยึด แม้จะเป็นสินเดิมของผู้ร้อง ก็คงเป็นสินบริคณห์ระหว่างจำเลยกับผู้ร้องอยู่ และถ้าจำเลยกับผู้ร้องต้องรับผิดใช้หนี้ร่วมกัน ก็ให้ใช้จากสินบริคณห์ดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๔๖๒, ๑๔๘๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉะนั้นในการบังคับคดี ในคดีลูกหนี้มีภริยานั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๘๒ วรรคท้ายบัญญัติว่า " ฯลฯ ทรัพย์สินที่เป็นของภริยา ฯลฯ ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ซึ่งตามกฎหมายอาจถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือเป็นทรัพย์สินที่อาจบังคับเอาชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้นั้น เจ้าพนักงานบังคับคดีอาจยึดหรืออายัดและเอาออกขายได้ตามที่บัญญัติไว้ข้างบนนี้" สินบริคณห์จึงตกอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายวิธีสบัญญัติข้างต้น ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า แม้โจทก์จะมิได้ฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลยร่วม ก็ยึดที่พิพาทเอาออกขายชำระหนี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้องผู้ร้องนั้น ชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อินท์ อุดล · โพยม เลขยานนท์ · ห้วน ประชาบาล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดหลังสวน - ม.ร.ว.พูน ศรีธวัช
ศาลอุทธรณ์ - นายประสม เภกะสุต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้