Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 770/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัปบุรุษของมัสยิดเป็นผู้ที่มีสิทธิและหน้าที่ที่จะต้องรักษาผลประโยชน์ของมัสยิดที่ตนสังกัดอยู่ จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ชอบที่จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายแก่มัสยิด ดังนั้นการที่จำเลยซึ่งเป็นสัปบุรุษของมัสยิดแสดงความคิดเห็นหรือร้องเรียนให้ข่าวต่อหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นการกระทำโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตน ย่อมได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(1) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 ถ้าผู้แสดงความคิดเห็นกระทำไปโดยสุจริต แม้จะเป็นการเข้าใจผิด แต่ก็เชื่อว่าความจริงเป็นดังที่ตนเข้าใจแล้ว ก็ได้รับความคุ้มครองตามมาตรานี้จำเลยหาจำต้องนำสืบว่าการกระทำของตนเข้าข้อยกเว้นไม่ต้องรับโทษ เพราะในการพิจารณาคดีอาญา โจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบให้ฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องจึงจะลงโทษจำเลยได้ ฉะนั้นข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยกระทำไปโดยสุจริตหรือไม่ ศาลย่อมวินิจฉัยได้จากพยานหลักฐานและพฤติการณ์แห่งคดีที่โจทก์นำสืบ เมื่อข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำโดยไม่สุจริตแล้ว ศาลก็ยกฟ้องโจทก์ได้โดยไม่จำต้องสืบพยานจำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ ๑ ดำรงตำแหน่งอิหม่ามและเป็นประธานกรรมการมัสยิด อาลียิดดารอยน์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๕ เป็นกรรมการมัสยิดดังกล่าว เมื่อระหว่างวันที่ ๗ ถึงวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๒๕ จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันใส่ความโจทก์ต่อนายศิโรจน์ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เสียงปวงชน โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์ทั้งห้าเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง กล่าวคือ จำเลยร่วมกันใส่ความโจทก์ที่ ๑ ว่า "อิหม่ามบุญญา ศรีสมาน อิหม่ามประจำมัสยิดอาลียิดดารอยน์ซึ่งตั้งอยู่หมู่ที่ ๒ ตำบลภูเขาทอง อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ใช้อำนาจโดยเผด็จการซื้อเอาที่ดินของมัสยิดมาเป็นของตนเอง" และใส่ความโจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๕ ว่า

"ครั้นต่อมาอิหม่ามบุญญากับคณะกรรมการมัสยิดอีก ๔ คนคือ นายวาฮับ จรรยา นายการีม รอดเปรม นายประมินทร์ มาทอง นายอุดม เย็นภูเขา ได้นำเจ้าหน้าที่มาสอบเขตที่ดิน แต่อิหม่ามบุญญาก็ไม่ได้ประกาศหรือประชุมให้สัปบุรุษทราบ ทำการไปโดยพลการ เมื่อทำการรังวัดเสร็จแล้วปรากฏว่าที่ดินเดิม ๓ ไร่ ๑๖ วา กลับวัดได้แค่ ๒ ไร่ ๑๔ วา หายไปราวครึ่งไร่หรือ ๒๐๒ วา ในเรื่องนี้แม้ตนจะคัดค้านไม่ให้เซ็นชื่อให้เจ้าหน้าที่รังวัด เพราะรังวัดขาดหายไป แต่อิหม่ามบุญญาก็ยอมเซ็นชื่อไป" ซึ่งไม่เป็นความจริง และหนังสือพิมพ์เสียงปวงชนได้ลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖, ๓๒๘, ๘๓, ๙๐

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีของโจทก์มีมูล ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งห้าอุทธรณ์ ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ ๓ ตาย

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๓

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งห้าฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

โจทก์ฎีกาข้อแรกว่า คณะกรรมการโจทก์ได้ปฏิบัติไปตามพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. ๒๔๙๐ จำเลยไม่มีส่วนได้เสียกับการกระทำของโจทก์ จึงอ้างเหตุป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙(๑) ไม่ได้ เห็นว่าพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๑๐ บัญญัติว่า "มัสยิดใดมีสัปบุรุษน้อยหรือมีพฤติการณ์อย่างอื่น อันไม่สามารถจะดำรงอยู่ได้หรือเลิกร้างไป ให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเป็นผู้รายงานไปยังคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยเพื่อขอคำสั่งให้เลิกมัสยิดนั้น ฯลฯ" และระเบียบการแต่งตั้งถอดถอนกรรมการอิสลามประจำมัสยิด (สุเหร่า) และวิธีดำเนินการอันเกี่ยวแก่ศาสนกิจของมัสยิด (สุเหร่า)

พ.ศ. ๒๔๙๒ หมวด ๔ ข้อ ๒๕ ระบุว่า "สัปบุรุษที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนสัปบุรุษของมัสยิดใด มีสิทธิคัดเลือกหรือได้รับคัดเลือกให้เป็นกรรมการอิสลามประจำมัสยิดนั้น" ดังนี้แสดงให้เห็นว่าสัปบุรุษของมัสยิดเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้มัสยิดดำรงอยู่ได้หรือไม่ ถ้าหากมัสยิดใดมีสัปบุรุษน้อย อาจเป็นเหตุให้เลิกมัสยิดนั้นเสียก็ได้ และผู้ที่จะเป็นกรรมการอิสลามประจำมัสยิดก็ต้องคัดเลือกมาจากสัปบุรุษของมัสยิดนั้นโดยสัปบุรุษของมัสยิดเป็นผู้คัดเลือก สัปบุรุษจึงเป็นผู้มีทั้งสิทธิและหน้าที่ที่จะต้องรักษาผลประโยชน์ของมัสยิดที่ตนสังกัดอยู่ ฉะนั้นเมื่อโจทก์ทั้งห้าซึ่งเป็นกรรมการของมัสยิดดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินของมัสยิดโดยนำเอาที่ดินที่ตั้งมัสยิดไปทำสัญญาซื้อขายและรังวัดเขตที่ดินขาดหายไป ๒๐๒ ตารางวา โดยมิได้ประชุมชี้แจงให้สัปบุรุษของมัสยิดทราบถึงเหตุผลของการดำเนินการดังกล่าว

พฤติการณ์ส่อไปในทางไม่สุจริต ย่อมทำให้จำเลยเข้าใจได้ว่า การกระทำของโจทก์ทั้งห้าอาจเกิดความเสียหายแก่มัสยิดได้ จำเลยที ๑ ที่ ๒ ซึ่งเป็นสัปบุรุษของมัสยิดจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสีย ชอบที่จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ การที่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ แสดงความคิดเห็นหรือร้องเรียนให้ข่าวต่อหนังสือพิมพ์เสียงปวงชนดังคำฟ้อง ถือได้ว่าเป็นการกระทำโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนผู้เป็นสัปบุรุษของมัสยิด ย่อมได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙(๑)จึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

โจทก์ฎีกาข้อต่อมาว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙(๑) เป็นการกระทำที่เป็นความผิดซึ่งได้รับยกเว้นโทษ จำเลยต้องนำสืบให้ได้ความว่าการกระทำของตนเข้าข้อยกเว้นจึงไม่ต้องรับโทษ เมื่อคดีนี้ยังไม่มีการสืบพยานจำเลยศาลจะทราบได้อย่างไรว่าการกระทำของจำเลยเข้าข้อยกเว้นของกฎหมาย เห็นว่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙ ถ้าผู้แสดงความคิดเห็นกระทำไปโดยสุจริตกล่าวคือกระทำไปโดยเชื่อว่าเป็นความจริง แม้จะเป็นการเข้าใจผิด แต่ก็เชื่อว่าความจริงเป็นดังที่ตนเข้าใจแล้ว ก็ได้รับความคุ้มครองตามมาตรานี้ จึงไม่มีความผิดกรณีหาใช่จำเลยจะต้องนำสืบว่าการกระทำของตนเข้าข้อยกเว้น จึงไม่ต้องรับโทษไม่เพราะในการพิจารณาคดีอาญาโจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบให้ฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องจริง จึงจะลงโทษจำเลยได้

ฉะนั้นข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยกระทำไปโดยสุจริตหรือไม่ ศาลย่อมวินิจฉัยได้จากพยานหลักฐานและพฤติการณ์แห่งคดีที่โจทก์นำสืบเมื่อข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำไปโดยไม่สุจริตแล้ว ศาลก็ยกฟ้องโจทก์ได้โดยไม่จำต้องสืบพยานจำเลยแต่อย่างใด โดยเฉพาะคดีนี้ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยกระทำไปโดยสุจริต ได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๙(๑) จึงไม่จำต้องสืบพยานจำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองสั่งงดสืบพยานจำเลยจึงชอบแล้ว

โจทก์ฎีกาข้อสุดท้ายว่า ศาลล่างทั้งสองงดสืบพยานโจทก์ ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๖ วรรคสองบัญญัติว่า "เมื่อศาลเห็นว่าพยานหลักฐานใดฟุ่มเฟือย เกินสมควร หรือประวิงให้ชักช้าหรือไม่เกี่ยวแก่ประเด็น ให้ศาลมีอำนาจงดการสืบพยานเช่นว่านั้น หรือพยานหลักฐานอื่นต่อไป" แสดงว่าในการพิจารณาคดี ศาลมีอำนาจพิจารณาว่าพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบเพียงพอแก่การวินิจฉัยคดีแล้วหรือไม่ หากเห็นว่าพยานหลักฐานที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะนำสืบต่อไปมิได้ทำให้ข้อเท็จจริงกระจ่างหรือมีน้ำหนักดีขึ้น กลับจะเป็นการถ่วงเวลาให้ชักช้าโดยใช่เหตุ ศาลย่อมมีอำนาจสั่งงดสืบพยานนั้นเสียได้ โดยเฉพาะคดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าหลังจากโจทก์ทั้งห้าเข้าเบิกความต่อศาลแล้ว

โจทก์แถลงขอสืบพยานอีก ๖ ปาก ศาลได้สอบถามทนายโจทก์ถึงความประสงค์ว่าจะสืบพยานที่เหลือคนไหนในข้อใดทุกคนแล้ว เห็นว่าแม้จะให้โจทก์นำพยานทั้งหกคนเข้าสืบก็ไม่ทำให้ข้อเท็จจริงที่ได้ความตามคำเบิกความของตัวโจทก์ทั้งหมดเปลี่ยนแปลงไป โดยข้อเท็จจริงที่ได้ความมาคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงสั่งงดสืบพยานโจทก์ที่เหลือเสีย การที่ศาลล่างทั้งสองสั่งงดสืบพยานโจทก์ที่เหลือดังกล่าว จึงชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย วุฒิจำนงค์ · สนิท อังศุสิงห์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายวีระศักดิ์ รุ่งรัตน์
ศาลอุทธรณ์ - นายวิบูลย์ สิริตระกูล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้