Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 770/2485

พ.ศ. 2485 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เรียกเอาเงินจากผู้เสียหายว่าจะไปให้ตำรวจเพื่อช่วยระงับเรื่องให้ผู้ต้องหาในคดีหนึ่ง แต่แล้วไม่ช่วยเหลืออย่างไร เป็นเรื่องจะนำสินบนไปให้เจ้าพนักงาน ไม่ใช่เรื่องแสดงตนว่าสนิทชิดชอบกับเจ้าพนักงานไม่เข้า ม.123, หลอกลวงเอาเงินจากเขาโดยอ้างว่า จะเอาไปให้เจ้าพนักงานในการช่วยเหลือผู้ถูกจับกุมเป็นผิดฐานฉ้อโกง,ผู้เสียหายเล่าเรื่องที่ถูกหลอกลวงให้นายร้อยตำรวจผู้หนึ่งฟังจนถึงมีการสอบสวนความผิดกันขึ้นเรียกว่ามีการร้องทุกตามกฎหมายแล้ว, ในเรื่องฉ้อโกงซึ่งเจ้าทุกมอบเงินให้จำเลยไปเพื่อเอาไปให้สินบนแก่เจ้าพนักงานนั้นอัยการจะขอให้จำเลยคืนเงินที่ถูกฉ้อไปนั้น ไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

ได้ความว่าจำเลยเรียกเงินจากผู้เสียหาย ๒๐๐ บาท อ้างว่าเพื่อนำไปให้ตำรวจสันติบาล ๔ นายเพื่อให้ระงับคดีเรื่องหนึ่งและได้มาเรียกอีกครั้งหนึ่ง แต่ผู้เสียหายไม่มีเงินให้ ครั้นผู้ต้องหาคดีนั้นถูกปล่อยตัวมาจึงทราบขึ้นว่าจำเลยไม่ได้เอาเงินไปช่วยตามที่รับปากไป ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๒๓,๓๐๔ จำคุก ๓ ปี กับให้ใช้เงิน ๒๐๐ บาทแก่ผู้เสียหายด้วย ส่วนจำเลยที่ ๒ ไม่ได้ความว่าทำผิด ให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าความผิดของจำเลยไม่เข้ามาตรา ๑๒๓ ส่วนความผิดฐานฉ้อโกงไม่ได้ความว่ามีการร้องทุก จึงพิพากษาแก้ให้ ปล่อยจำเลยที่ ๑ ด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมิได้แสดงว่าสนิทชิดขอบกับเจ้าพนักงาน แต่เป็นเรื่องที่จำเลยจะนำสินบนไปให้เจ้าพนักงานเท่านั้นรูปคดีจึงไม่เข้ามาตรา ๑๒๓ ส่วนความผิดฐานฉ้อโกงนั้น ผู้เสียหายได้เล่าเรื่องนี้ให้นายร้อยตำรวจเอกแสวงฟัง จึงมีการสอบสวนกันขึ้นนับว่ามีการร้องทุกตามกฎหมายแล้ว

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาลชั้นต้น แต่แก้กำหนดโทษเป็นให้จำคุก ๖ เดือน ส่วนข้อที่โจทก์ขอให้คืนเงิน ๒๐๐ บาทด้วยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าตามมาตรา ๔๑๑ ป.พ.พ. ผู้เสียหายไม่มีสิทธิจะได้คืน เพราะเหตุว่าการที่จำเลยที่ ๑ จะนำเงิน ๒๐๐ บาทไปให้สินบนแก่เจ้าพนักงานนั้นเป็นการผิดกฎหมาย ให้ยกคำขอของโจทก์ในข้อนี้เสีย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
คง อิสรภักดี · อ.ช. เพ็นชาติ · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายไชยจเริน สันติสิริ
ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยการน์โกวิท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้