Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7667/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ โจทก์ร่วมและจำเลยต่างทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน โดยจำเลยใช้มีดของกลางแทงทำร้ายโจทก์ร่วม ส่วนโจทก์ร่วมใช้ไม่ตีจำเลยจนได้รับบาดเจ็บแต่เมื่อปรากฏว่าขณะเกิดเหตุจำเลยดื่มสุราจนมึนเมา กลับมายังที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านของมารดาโจทก์ร่วมที่จำเลยเช่าอยู่ และได้ขึ้นไปนอนขวางประตูหน้าห้องเช่าของบุคคลอื่นโจทก์ร่วมและเพื่อนของจำเลยช่วยกันพยุงจำเลยลงมาที่ห้องพักของจำเลยบริเวณชั้นล่าง ในช่วงเวลาดังกล่าวจำเลยถูกบุคคลอื่นพูดจาถากถาง เกิดความไม่พอใจ จึงใช้มีดของกลางทุบตีรั้วสังกะสีและส่งเสียงดัง โจทก์ร่วมซึ่งเป็นบุตรเจ้าของบ้านย่อมมีความชอบธรรมที่จะเข้าทำการห้ามปรามจำเลยแต่จำเลยกลับใช้มีดของกลางแทงโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมจึงใช้ไม้ตีต่อสู้เมื่อเหตุที่เกิดขึ้นจำเลยเป็นผู้ก่อขึ้นก่อนการที่จำเลยทำร้ายโจทก์ร่วมดังกล่าว จึงมิใช่การป้องกันตัว โจทก์ร่วมถูกจำเลยใช้มีดของกลางซึ่งมีขนาดความยาวถึง11 นิ้วแทงหลายทีในระยะกระชั้นชิดติดต่อกัน เกิดบาดแผล4 แห่ง ซึ่งล้วนอยู่ในตำแหน่งของอวัยวะสำคัญบาดแผลดังกล่าวบางแห่งเป็นบาดแผลฉกรรจ์ หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีมีโอกาสถึงแก่ชีวิตได้ แสดงว่าจำเลยแทงโจทก์ร่วมโดยมีเจตนาฆ่า แต่เนื่องจากแพทย์ทำการรักษาได้ทันโจทก์ร่วมจึงไม่ถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80, 33 และริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณานายสมบูรณ์ โฉมศรี ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 ลงโทษจำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุก 7 ปี 6 เดือนริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(8) ลงโทษจำคุก 3 ปี คำรับของจำเลยชั้นจับกุมจนถึงชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง โจทก์ร่วมและจำเลยต่างทำร้ายกัน โดยจำเลยใช้อาวุธมีดของกลางแทงโจทก์ร่วมได้รับบาดแผล ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้อง และโจทก์ร่วมใช้ไม้ตีจำเลยได้รับบาดแผล ตามใบความเห็นของแพทย์เอกสารหมาย ล.1

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามฟ้องหรือไม่ โจทก์และโจทก์ร่วมเป็นประจักษ์พยานเบิกความว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยมีอาการเมาสุราขึ้นไปนอนขวางประตูหน้าห้องเช่าของผู้หญิงซึ่งอยู่ชั้นบนผู้หญิงเจ้าของห้องนั้นเรียกพยานให้ช่วยนำจำเลยลงไปห้องของจำเลยชั้นล่าง พยานจึงเรียกเพื่อนของจำเลยมาช่วยพยุงจำเลยลงมาชั้นล่าง แต่ยังไม่ทันถึงห้องจำเลยก็ปล่อยจำเลย หลังจากนั้นพยานก็กลับไปนอนได้สักพักหนึ่ง มารดาพยานปลุกให้ไปดูว่าเสียเอะอะโวยวายที่ชั้นล่างเป็นเสียงอะไร พอพยานลงมาชั้นล่างก็เห็นจำเลยกำลังใช้อาวุธมีดของกลางแทงข้างฝาบ้านและพูดจับใจความไม่ได้ คล้าย ๆ จำเลยไม่พอใจอะไรสักอย่าง

พยานสอบถามจำเลยว่ามีอะไร จำเลยไม่พูดอะไรตรงเข้าแทงพยานทันทีถูกบริเวณหน้าแขนขวาทะลุเข้าทรวงอกไปถึงปอด 1 ครั้ง และแทงที่หน้าท้องอีก จำเลยแทงโจทก์ร่วมรวมทั้งหมด 6 ครั้ง เมื่อพยานถูกแทงครั้งแรกพยานถอยออกมาและล้มลงไป ขณะเดียวกันได้หยิบไม้ข้างห้องยาวประมาณ 6 นิ้ว กว้างประมาณ 3 นิ้ว จำนวน 1 ท่อน ตีสวนไปถูกจำเลยที่ต้นคอด้านหลัง จำเลยล้มลงไป และมีนางชอุ่มเจ้าบ้านและมารดาโจทก์ร่วมเป็นพยานเบิกความว่า ก่อนเกิดเหตุมีเสียงเอะอะไล่จำเลยจากชั้นบนลงมาข้างล่างพยานจึงให้โจทก์ร่วมไปดู พยานเดินตามลงมาด้วย พบจำเลยนั่งหลับอยู่กับเพื่อนชาย จำเลยมีอาการเมาสุรา ต่อมาพยานขึ้นไปนอนในห้องพักชั้นบนกำลังจะเคลิ้มหลับได้ยินจำเลยส่งเสียงโวยวาย จึงบอกให้โจทก์ร่วมลงไปดู

พยานมองจากหน้าต่างไปห้องจำเลย เห็นจำเลยกำลังกระทุ้งข้างฝาเสียงดังปึงปังและได้ยินเสียงโครมครามพยานจึงลงมาดูเห็นโจทก์ร่วมถูกแทงมีเลือดที่แขนที่ท้องเต็มไปหมดทั้งจำเลยและโจทก์ร่วมต่างหมดแรงนอนอยู่ พยานทั้งสองไม่เคยมีสาเหตุกับจำเลย โจทก์ร่วมเบิกความตอบคำถามค้านทนายจำเลยว่าจำเลยไม่เคยมีความประพฤติเสียหาย นางชอุ่มเบิกความตอบคำถามค้านทนายจำเลยว่า ก่อนเกิดเหตุเคยพูดกับจำเลย จำเลยเป็นคนประพฤติตัวดีจึงเชื่อได้ว่าพยานโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสองไม่ได้แกล้งเบิกความปรักปรำจำเลย ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวน ตามบันทึกคำให้การเอกสารหมาย จ.8 ว่าขณะที่โจทก์ร่วมและเพื่อนจำเลยช่วยกันพยุงจำเลยลงมาชั้นล่างผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นญาติกับเจ้าบ้านพูดถากถางจำเลยว่าไม่ต้องลากมันลงไปหรอก

ถีบมันลงไปเลย ทำให้จำเลยเกิดความไม่พอใจ เมื่อมาถึงห้องพัก จำเลยพูดเสียงดังว่ามึงจะเอาหรือเปล่าและใช้มีดของกลางทุบรั้วสังกะสีทำให้เกิดเสียงดังและปรากฏตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.7 ว่า จำเลยรับว่าวันเกิดเหตุจำเลยดื่มสุรา และได้มาอาละวาดและใช้มีดของกลางทุบตีรั้วสังกะสีจนโจทก์ร่วมบุตรชายเจ้าบ้านลงมาดูและห้ามปรามแต่จำเลยเมาสุรา จึงใช้มีดของกลางแทงโจทก์ร่วม สอดคล้องกับคำเบิกความของตัวโจทก์ร่วมและนางชอุ่ม ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าวันเกิดเหตุจำเลยดื่มสุรากลับมาที่เกิดเหตุด้วยความมึนเมาและได้ขึ้นไปนอนขวางประตูหน้าห้องเช่าคนอื่น ต่อมาโจทก์ร่วมและเพื่อนของจำเลยช่วยกันพยุงจำเลยลงมาที่ห้องพักของจำเลยชั้นล่าง แต่ในระหว่างที่พยุงจำเลยลงมาได้มีการพูดจาถากถางจำเลยและทำให้จำเลยเกิดความไม่พอใจ

จำเลยจึงใช้อาวุธมีดของกลางทุบตีรั้วสังกะสีและส่งเสียงดังในยามวิกาล โจทก์ร่วมซึ่งเป็นบุตรเจ้าของบ้านย่อมมีความชอบธรรมที่จะห้ามปรามจำเลยแต่จำเลยกลับใช้อาวุธมีดดังกล่าวแทงโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมจึงใช้ไม้ตีจำเลย ดังนี้เห็นได้ว่า จำเลยเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อนการที่จำเลยทำร้ายโจทก์ร่วมจึงไม่เป็นการป้องกันปัญหาต่อไปมีว่า การที่จำเลยแทงทำร้ายโจทก์ร่วมดังกล่าวจำเลยมีเจตนาฆ่าโจทก์ร่วมดังฟ้องหรือไม่ ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้อง ปรากฏว่าบาดแผลของโจทก์ร่วมที่ถูกจำเลยแทงทำร้ายมี 4 แผล บาดแผลที่ลุดทะลุภายใน 2 แผล คือ(1) บาดแผลฉีกขาดขอบเรียบ 5x0.5 เซนติเมตร บริเวณหน้าอกแถบขวาระดับราวนม (2) บาดแผลฉีกขาดบริเวณหน้าท้องแถบขวาระดับสะดือประมาณ 5x1 เซนติเมตร

พบลำไส้และอุจจาระออกมานอกบาดแผลเห็นได้ว่าบาดแผลเหล่านี้ล้วนอยู่ในตำแหน่งอวัยวะสำคัญ และเมื่อพิจารณาประกอบกับของกลางที่เป็นอาวุธมีดพกขนาดยาวประมาณ 11 นิ้ว และเป็นการแทงหลายทีในระยะกระชั้นชิดติดต่อกันส่อแสดงว่าจำเลยมีเจตนาแทงเพื่อฆ่าโจทก์ร่วมให้ถึงแก่ความตายหากแพทย์ได้ช่วยเหลือเยียวยารักษาไว้ทันท่วงทีจึงไม่ถึงแก่ชีวิตร้อยตำรวจเอกรุ่งเรือง กิจผาติ พยานโจทก์และโจทก์ร่วมอีกปากหนึ่งซึ่งเป็นแพทย์ผู้รักษาโจทก์ร่วมเบิกความว่าพยานได้ช่วยชีวิตโจทก์ร่วมเบื้องต้นและทำการผ่าตัดโดยใส่ท่อระบายเลือดที่ช่องอกด้านขวาผ่าตัดต่อลำไส้ส่วนที่ถูกทำลาย พยานได้ทำรายงานการตรวจและให้ความเห็นว่า บาดแผลที่ 1 และที่ 2เป็นบาดแผลฉกรรจ์ หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีมีโอกาสถึงแก่ชีวิตได้ โดยพฤติการณ์และบาดแผลประกอบด้วยอาวุธดังกล่าวมา ฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าโจทก์ร่วมดังฟ้องที่ศาลอุทธรณ์พิพากษา ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"พิพากษา ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ · ธวัชชัย พิทักษ์พล · อัครวิทย์ สุมาวงศ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้