Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 766/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โดยปกติศาลเป็นผู้นำบทบัญญัติแห่งกฎหมายมาใช้บังคับแก่คดีจึงมีอำนาจหน้าที่พิจารณาว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดจะใช้บังคับแก่คดีได้หรือไม่เพียงใด เว้นแต่จะมีบทกฎหมายใดบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสถาบันอื่นโดยเฉพาะฉะนั้น เมื่อมีประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 3 ยกเลิกรัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดบทกฎหมายใดว่าจะแย้งหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่เสียแล้ว อำนาจหน้าที่ชี้ขาดนี้จึงตกอยู่ที่ศาลยุติธรรมดังเดิม ในการพิจารณาว่าบทกฎหมายใดมีผลบังคับใช้ได้หรือไม่เพียงใดนั้นเป็นการพิจารณาถึงบทกฎหมายนั้นเมื่อขณะประกาศออกใช้บังคับหาใช่เฉพาะแต่เวลาที่จะยกขึ้นใช้บังคับแก่คดีหนึ่งคดีใดไม่เพราะถ้าบทกฎหมายใดใช้บังคับมิได้แล้ว ก็ย่อมจะใช้บังคับมิได้มาแต่เริ่มแรกหาใช่เพิ่งจะมาใช้บังคับมิได้เอาเมื่อจะยกขึ้นบังคับแก่คดีใดโดยเฉพาะไม่ฉะนั้นการที่ศาลวินิจฉัยว่ามาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติเวนคืนฯ พ.ศ.2496 ชัดแจ้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 29. ไม่มีผลบังคับตามรัฐธรรมนูญมาตรา 113จึงกระทำได้โดยชอบหาใช้เป็นการที่ศาลเองจะมากำหนดให้รัฐธรรมนูญ มาตรา 29 ใช้บังคับได้อยู่อันเป็นการขัดแย้งกับประกาศคณะปฏิวัติไม่ข้อกฎหมายเกี่ยวกับบทกฎหมายใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่มีความสำคัญมากยิ่งนัก และเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนโดยตรง แม้คู่ความจะมิได้ยกขึ้นกล่าวอ้างก็สมควรที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัย(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 33-34/2504)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2495 มาตรา 29 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2495 มาตรา 113 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2495 มาตรา 114 พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 5 ป.วิ.พ. มาตรา 142 ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคีณอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มาตรา 5

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497 ได้มีพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลคลองตัน พ.ศ. 2496 เวนคืนที่ดินของโจทก์โฉนดที่ 5974 ไปส่วนหนึ่งเนื้อที่ 4 ไร่ 1 งาน 6 ตารางวา ให้แก่จำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนเสนอให้ราคาที่ดินแก่โจทก์ตารางวาละ 20 บาท ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติเวนคืนฯ ส่วนโจทก์เรียกร้องตารางวาละ450 บาท จึงไม่อาจตกลงกันได้ทั้งสองฝ่ายตกลงตั้งอนุญาโตตุลาการขึ้นชี้ขาดเงินค่าทดแทนตาม มาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติเวนคืนฯอนุญาโตตุลาการฝ่ายจำเลยกำหนดให้ตารางวาละ 20 บาท ฝ่ายโจทก์ให้390 บาท ไม่อาจปรองดองกันได้ จึงตั้งประธานอนุญาโตตุลาการขึ้นชี้ขาดอีก

ประธานอนุญาโตตุลาการชี้ขาดกำหนดค่าทดแทนในตารางวาละ 390 บาท โจทก์จำเลยทราบคำชี้ขาดแล้ว แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามจึงขอให้ศาลพิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ลงวันที่ 9 มกราคม 2501 ให้จำเลยทั้งสองใช้เงินค่าทดแทนและดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ตามพระราชบัญญัติเวนคืนฯ พ.ศ. 2497 มาตรา 30 ด้วยจำเลยให้การว่า คำชี้ขาดของประธานอนุญาโตตุลาการขัดต่อกฎหมายพระราชบัญญัติเวนคืนฉบับนี้ มาตรา 5 กำหนดค่าทำขวัญ คือค่าทดแทนไว้เป็นพิเศษเฉพาะแล้ว การที่จำเลยเสนอราคาให้ตารางวาละ 20 บาท จึงเป็นธรรมตามกฎหมายแล้ว จำเลยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยเพราะกรณีไม่เข้าลักษณะความในมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติเวนคืน ศาลชั้นต้นสอบโจทก์จำเลยแล้ว เห็นว่าคดีไม่จำต้องสืบพยาน ให้งดเสีย แล้วพิพากษายกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 แต่อย่างใดไม่ ส่วนจำเลยที่ 1 ให้รับผิดใช้เงินทดแทนแก่โจทก์ ตารางวาละ 390 บาท ตามคำชี้ขาดของประธานอนุญาโตตุลาการกับให้จำเลยที่ 1 เสียดอกเบี้ยแก่โจทก์ด้วยจำเลยที่ 1 อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาปรึกษาคดีนี้ในที่ประชุมใหญ่แล้ว เห็นว่าโดยหลักกฎหมายทั่วไปและหลักการพิจารณาพิพากษาคดี ศาลเป็นผู้นำบทบัญญัติแห่งกฎหมายมาใช้บังคับแก่คดี ศาลจึงเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่พิจารณาว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายฉบับหนึ่งฉบับใดหรือบทหนึ่งบทใดจะใช้บังคับแก่คดีได้หรือไม่เพียงใดเว้นแต่จะมีบทกฎหมายใดโดยเฉพาะบัญญัติให้อำนาจหน้าที่นี้ตกอยู่แก่สถาบันอื่นในเรื่องหนึ่งเรื่องใดโดยเฉพาะในระหว่างการใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2495 มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 ให้ศาลส่งความเห็นของศาลที่เห็นว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายมีข้อความแย้งหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญไปให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย

ต่อมาก่อนที่ศาลจะได้พิพากษาคดีนี้ ได้มีประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 3ยกเลิกรัฐธรรมนูญดังกล่าว ฉะนั้น ในขณะที่ศาลจะพิพากษาคดีนี้ จึงไม่มีบทบัญญัติของบทกฎหมายใดที่ให้อำนาจหน้าที่ตกอยู่แก่สถาบันอื่นอำนาจหน้าที่นี้จึงตกอยู่ที่ศาลยุติธรรมดังเดิม เหตุนี้ ศาลฎีกาจึงเห็นว่าในขณะนี้ ศาลยุติธรรมมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดบทกฎหมายใดมีข้อความแย้งหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และใช้บังคับได้หรือไม่เพียงใดส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่า รัฐธรรมนูญฯ มาตรา 29 (รัฐย่อมเคารพต่อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของเอกชนฯ) ก็ได้ถูกยกเลิกไปพร้อมกับมาตรา 114จึงต้องสิ้นผลบังคับไปดุจกันนั้น เห็นว่า การพิจารณาว่าบทกฎหมายใดมีผลบังคับใช้ได้หรือไม่เพียงใดนั้น เป็นการพิจารณาถึงบทกฎหมายนั้นเมื่อขณะประกาศออกใช้บังคับ

หาใช่เฉพาะแต่เวลาที่จะยกขึ้นใช้บังคับแก่คดีหนึ่งคดีใดไม่ เพราะถ้าบทกฎหมายใดใช้บังคับมิได้แล้ว ก็ย่อมจะใช้บังคับมิได้มาแต่เริ่มแรก หาใช่เพิ่งจะมาใช้บังคับมิได้เอาเมื่อจะยกขึ้นบังคับแก่คดีใดโดยเฉพาะไม่ คดีนี้ พระราชบัญญัติเวนคืนฯ พ.ศ. 2496 มาตรา 5 บัญญัติให้ค่าทดแทนที่ดินตารางวาละ 20 บาทนั้น ได้ประกาศใช้บังคับในขณะที่มาตรา 29 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2495 มีผลใช้บังคับอยู่ และในขณะเดียวกันนี้มาตรา 113 แห่งรัฐธรรมนูญซึ่งบัญญัติว่า"บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมีข้อความแย้งหรือขัดต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้" ก็มีผลใช้บังคับอยู่ ฉะนั้น การที่ศาลวินิจฉัยว่ามาตรา 5แห่งพระราชบัญญัติเวนคืนฯ พ.ศ. 2496 ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 29ไม่มีผลบังคับตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 113 จึงกระทำได้โดยชอบและหาใช่เป็นการที่ศาลเองจะมากำหนดให้รัฐธรรมนูญฯ มาตรา 29 ใช้บังคับได้อยู่ อันเป็นการขัดแย้งกับประกาศคณะปฏิวัติดังจำเลยฎีกาไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง การที่ศาลวินิจฉัยเช่นนี้ ก็หาใช่เป็นการที่ศาลไปยกเอากฎหมายที่ยกเลิกไปแล้วมาเป็นหลักในการพิจารณาพิพากษาคดีดังจำเลยฎีกาไม่ หากแต่ศาลวินิจฉัยว่า บทกฎหมายที่จำเลยขอให้ยกขึ้นปรับแก่คดีในเวลานี้นั้น เป็นบทกฎหมายที่ไม่มีผลบังคับมาตั้งแต่เริ่มประกาศใช้แล้ว จึงยกขึ้นปรับแก่คดีนี้มิได้เท่านั้นสำหรับข้อที่ว่า ศาลมีอำนาจวินิจฉัยประเด็นนี้หรือไม่ เพราะคู่ความมิได้ยกขึ้นกล่าวอ้างหรือโต้เถียงขึ้นมานั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อกฎหมายนี้มีความสำคัญมากยิ่งนัก และเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนโดยตรง แม้คู่ความจะมิได้ยกขึ้นกล่าวอ้างก็สมควรแล้วที่ศาลยกขึ้นวินิจฉัย ฯลฯพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สัญญา ธรรมศักดิ์ · โพยม เลขยานนท์ · สำราญ ศิริพันธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2506

เมื่อยังไม่มีรัฐธรรมนูญการปกครองประเทศเป็นการแน่นอนและไม่มีคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ การวินิจฉัยบทกฎหมายใด ตลอดทั้งการตีความตามรัฐธรรมนูญ อันมิใช่เป็นเรื่องในวงงานของสภา ศาลย่อมมีอำนาจกระทำได้พระราชบัญญัติ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 849/2500

การตีความรัฐธรรมนูญ มาตรา115 ศาลมีอำนาจตีความได้เพราะไม่ใช่ปัญหาอันอยู่ในวงงานของสภาฯ คำว่า'มิได้เป็นไปโดยชอบ' ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งฯ มาตรา 60นั้นจะเป็นด้วยเหตุประการใดๆก็ได้ เช่นมิชอบด้วยข้อเท็จจริง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2500 (เลขอ้างอิง 38034)

สมาชิกประเภท 1 ต้องมีจำนวนเท่ากับประเภท 2 เฉพาะในระยะเวลาเริ่มแรกเท่านั้น ไม่ใช่ต้องเท่ากันไปทั้งสิบปีสมาชิกประเภท 2 จะตั้งเพิ่มจากจำนวนเริ่มแรกก็ไม่ได้ลดก็ไม่ได้เว้นแต่จะเข้าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา116ส่ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4759/2568

เมื่อศาลพิพากษาให้ผู้ถูกกล่าวหาชำระเงิน 10,000,000 บาท แทนการให้ทรัพย์สินตามคำร้องตกเป็นของแผ่นดิน แม้จะถือว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่ตามคำร้องของผู้ร้องและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นการบั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4273/2568

แม้ ฮ. มีคำสั่งเสียก่อนถึงแก่ความตายยกทรัพย์มรดกที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของ ฮ. ให้แก่จำเลยที่ 1 แต่ ฮ.ถึงแก่ความตายโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใด ทรัพย์มรดกทั้งหมดย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้