Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 764/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันพยายามฆ่าคนตายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83 ต่อศาลทหาร ศาลทหารพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มิได้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 2 แต่อย่างใด ส่วนจำเลยที่ 2 ฟังว่า ได้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายบาดเจ็บตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ซึ่งไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารพิจารณาพิพากษาได้ จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยทั้งสามพ้นข้อหาไป ดังนี้ คดีสำหรับตัวจำเลยที่ 1 และ 3 ถือว่าได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องไปแล้ว เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายมีบาดเจ็บตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ต่อศาลพลเรือนอีก คดีสำหรับตัวจำเลยที่ 1 และที่ 3 ่ย่อมต้องห้าม ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 22/2505)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

ข้อเท็จจริงได้ความว่า เดิมโจทก์ได้ฟ้องจำเลยทั้ง ๓ ในคดีนี้ต่อศาลทหารกรุงเทพฯ (ศาลจังหวัดชัยนาทฉ) หาว่าจำลยทั้ง ๓ ร่วมกันพยายามฆ่านายสอาดผู้เสียหาย ศาลทหารในคดีนั้นได้ดำเนินการสืบพยานทั้งสองฝ่ายแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ไม่ได้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ ๒ แต่อย่างใด ส่วนจำเลยที่ ๒ ฟังได้ว่าได้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายบาดเจ็บตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ซึ่งไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารพิจารณาพิพากษาได้ จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยทั้ง ๓ พ้นข้อหาไป โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องจำเลยทั้ง ๓ ต่อ ศาลจังหวัดชัยนาทว่า จำเลยทั้ง ๓ร่วมกันทำร้ายร่างกายนายสอาด ผู้เสียหายมีบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ปัญหาขึ้นมาสู่ศาลฎีกาว่า

โจทก์จะนำคดีมาฟ้องจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ต่อศาลพลเรือนได้อีกหรือไม่ ศาลชั้นต้นว่าเป็นฟ้องซ้ำศาลอุทธรณ์ว่าไม่เป็นฟ้องซ้ำ จำเลยที่ ๑ และ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ในตอนแรกที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ต่อศาลทหารกรุงเทพ ฯ (ศาลจังหวัดชัยนาท) หาว่าพยายาามฆ่าคนตายตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๘๓ นั้น คดีอยู่ในอำนาจที่ศาลทหารนั้นจะพิจารณาพิพากษาเมื่อศาลทหารนั้นสืบพยานเสร็จฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ไม่ได้กระทำผิดตามฟ้อง และพิพากษายกฟ้องของโจทก์ ก็ต้องถือว่าคดีสำหรับตัวจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาด ในความผิดซึ่งได้ฟ้องไปแล้ว สิทธิที่โจทก์จะนำคดีมาฟ้องย่อมระงับไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๔) ่พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยให้ยกฟ้องโจทก์ สำหรับจำเลยที่ ๑ และที่ ๓

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจน เวชศิลป์ · ไชยเจริญ สันติศิริ · โพยม เลขยานน์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดชัยนาท - นายสุธี ชอบธรรม
ศาลอุทธรณ์ - นายบรรจบ เสาวรรณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3681/2568

การยอมความกันตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) หมายถึง การยอมความในทางอาญาเท่านั้น มิได้หมายความว่า เมื่อมีการยอมความกันไม่ว่าจะในเรื่องใดแล้ว จะทำให้คดีอาญาต้องระงับไปด้วย เมื่อผู้เสียหายแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2952/2567

ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะ และฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว แม้จำเลยที่ 1 นำเงินมาชดใช้ให้แก่ผู้ร้องทั้งสองจนเป็นที่พอใจและ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2232/2567

เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายระหว่างขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) จึงให้จำหน่ายคดีในคดีส่วนอาญาออกจากสารบบความ สำหรับคดีส่วนแพ่ง การดำเนินกระบวนพิจารณาต้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้