Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 764/2494

พ.ศ. 2494 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เช่าที่ดินเขาแล้วปลูกอู่ซ่อมรถยนต์ลงในที่เช่านั้นโดยข้อสัญญาว่า ผู้เช่าจะรักษาที่เช่าทุกส่วนให้เรียบร้อยจนกว่าค่าเช่าจะออกจากที่เช่าหรือหมดอายุสัญญาเช่าต้องเลิกกันเพราะผิดสัญญา ผู้เช่าจะรื้อถอนอู่ซ่อมรถยนต์ที่ปลูกไว้มิได้ ต้องปล่อยให้ตกเป็นของผู้ให้เช่าโดยไม่เรียกร้องเอาค่าอะไรจากผู้ให้เช่า และสัญญาเช่ารายนี้ก็เป็นสัญญาเฉพาะตัวผู้เช่ากับบริวารเท่านั้นมีสิทธิจะอยู่ได้ จะให้ผู้อื่นเช่าช่วงหรือให้ผู้อื่นเข้าอยู่แทนเช่นให้อาศัยก็ไม่ได้ ฉะนั้นเมื่ออู่รถยนต์นี้ทุกเจ้าหนี้ของผู้เช่ายึดทรัพย์บังคับคดีตามคำพิพากษา ก็เป็นอันว่าผู้เช่าต้องออกจากทรัพย์ที่เช่านี้โดยปริยายตามอำนาจของการยึดทรัพย์ ฉะนั้นอู่รถยนต์นี้ก็ต้องตกเป็นกรรมสิทธิของผู้ให้เช่าคือเจ้าของที่ดินตามข้อสัญญา คดีจึงตกอยู่ในบังคับตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 285(2) กล่าวคือเป็นทรัพย์สินที่โอนกันไม่ได้ หรือไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี ศาลต้องสั่งถอนการยึดอู่รถยนต์รายนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ เนื่องมาจากศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยไม่ชำระ โจทก์นำยึดอู่รถยนต์หรือโรงซ่อมรถยนต์ ๑ หลัง โดยประมาณราคไว้หนึ่งหมื่นบาท

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า อู่รถยนต์รายนี้ปลูกอยู่ในที่ดินของผู้ร้องถือกรรมสิทธิร่วมกับนางเสาวณี แขมมนีบุตร โดยจำเลยและนายประทีป ประดิษฐบาทุกา ร่วมกันเช่ามีกำหนด ๗ ปี ได้จดทะเบียนการเช่าไว้แล้ว ตามสัญญาเช่ามีข้อความสำคัญว่า ผู้เช่าจะก่อสร้างโรงเรือนลงในที่ดินนี้ ยอมให้ตกเป็นของผู้ให้เช่า โดยไม่เรียกร้องอะไรจากผู้ให้เช่า ฉะนั้นอู่รถยนต์ที่โจทก์นำยึดจึงตกเป็นของผู้ร้องและนางเสาวณี ขอให้ถอนการยึด ศาลแพ่งพิจารณาแล้วเห็นว่า ตามสัญญาเช่าข้อ ๒-๓ -๔ สิ่งปลูกสร้างในที่เช่าจะตกเป็นของผู้ให้เช่าในเมื่อผู้เช่าออกไปจากที่เช่า หรือสัญญาเช่าหมดอายุแล้ว เวลานี้สัญญาเช่ายังไม่หมดอายุ โรงซ่อมรถยนต์ที่ยึดปลูกลงโดยได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่า จึงไม่เป็นส่วนควบของที่ดิน จึงให้ยกคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องเสีย

คำพิพากษาศาลล่าง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามสัญญาเช่ามีข้อความแสดงว่าโรงซ่อมรถยนต์นี้ยังเป็นกรรมสิทธิของจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าอยู่ สัญญาเช่ายังไม่สิ้นอายุ จึงพิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า คดีนี้เป็นที่รับกันว่าจำเลยได้ปลูกอู่ซ่อมรถยนต์ลงในที่เช่าเสร็จแล้ว จำเลยมีหน้าที่ตามสัญญาข้อ ๒(ข) ที่จะรักษาที่เช่าทุกส่วนให้เรียบร้อยจนกว่าจำเลยจะออกจากที่เช่าหรือหมดอายุสัญญาเช่าหรือผิดสัญญาก่อนจำเลยออกจากที่เช่าหรือก่อนหมดอายุสัญญาเช่า หรือสัญญาเช่าต้องเลิกกันเพราะผิดสัญญา จำเลยจะรื้อถอนอู่ซ่อมรถยนต์นี้มิได้ต้องปล่อยให้ตกเป็นของผู้ให้เช่าโดยไม่เรียกร้องเอาค่าอะไรจากผู้ให้เช่า และสัญญาเช่ารายนี้ก็เป็นสัญญาเฉพาะตัว จำเลยกับบริวารเท่านั้นมีสิทธิจะอยู่ได้ จะให้ผู้อื่นเช่าช่วงหรือให้ผู้อื่นเข้าอยู่แทนเช่นให้อาศัยก็ไม่ได้ เช่นเดียวกัน อันการยึดทรัพย์บังคับคดีตามคำพิพากษานั้นตาม

ก.ม.ต้องถือว่าตัวทรัพย์อยู่ในพันธะที่จะต้องชำระหนี้ ซึ่งอย่างน้อยจำเลยก็ไม่มีสิทธิที่จะครอบครองทรัพย์ที่ถูกยึดต่อไป เป็นอันจำเลยต้องออกจากทรัพย์ที่เช่าโดยปริยายตามอำนาจของการยึดทรัพย์ ฉะนั้นอู่ซ่อมรถยนต์รายนี้ก็ต้องตกเป็นกรรมสิทธิของผู้ร้องตามข้อสัญญา คดีตกอยู่ในบังคับตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๒๘๕(๒) กล่าวคือเป็นทรัพย์สินที่โอนกันไม่ได้ หรือไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีของโจทก์

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษากลับ ให้ถอนการยึดอู่ซ่อมรถยนต์รายพิพาทเสีย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นนทปัญญา · ประมูล สุวรรณศร · นิติธรรมประกรณ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายโชค จารุจินดา
ศาลอุทธรณ์ - ม.จ.วุฒิภาคเกษมสันต์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้