คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคสอง ขณะเกิดเหตุจำเลยอายุ 14 ปีเศษลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75จำคุก 4 ปี เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นการส่งตัวจำเลยไปควบคุมเพื่อฝึกและอบรมยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสงขลามีกำหนดขั้นต่ำ 2 ปี ขั้นสูง 4 ปี นับแต่วันพิพากษาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 มาตรา 104(2)
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษาให้ส่งตัวจำเลยไปควบคุมเพื่อฝึกและอบรมมีกำหนดขั้นต่ำ 2 ปี ขั้นสูง 4 ปีนับแต่วันพิพากษา ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 มาตรา 104(2) นั้น เห็นว่าการเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวไปควบคุมเพื่อฝึกและอบรมยังสถานพินิจตามเวลาที่ศาลกำหนดตามมาตรา 104(2) นั้นต้องไม่เกินกว่าที่เด็กหรือเยาวชนนั้นมีอายุครบยี่สิบสี่ปีบริบูรณ์เว้นแต่กรณีที่ศาลมีคำสั่งตามวรรคสุดท้ายของ มาตรา 104ซึ่งตามบทบัญญัติของกฎหมายจะต้องระบุให้ชัดเจนในคำพิพากษาด้วยว่าเมื่อจำเลยมีอายุครบยี่สิบสี่ปีบริบูรณ์แล้วให้ส่งตัวจำเลยไปจำคุกไว้ในเรือนจำตามเวลาที่ศาลกำหนดด้วย
คดีนี้จำเลยเกิดวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2519 และจะมีอายุครบยี่สิบสี่ปีบริบูรณ์วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2543 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคดีวันนี้วันที่ 29 ธันวาคม 2540 จึงครบกำหนดฝึกและอบรมขั้นต่ำกำหนด 2 ปี นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาวันที่ 29ธันวาคม 2542 และครบกำหนดฝึกและอบรมขั้นสูง 4 ปีนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาวันที่ 29 ธันวาคม 2544 เกินกว่าที่จำเลยมีอายุครบยี่สิบสี่ปีบริบูรณ์ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3จึงขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายข้างต้น ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ส่งตัวจำเลยไปรับการฝึกและอบรมมีกำหนดขั้นสูงจนกว่าจำเลยจะมีอายุครบยี่สิบสี่ปีบริบูรณ์ตามมาตรา 104(2) ประกอบด้วยมาตรา 105 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3