Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7620/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จำเลยทั้งสองจะนำสืบให้เห็นได้ว่าโจทก์ยังเป็นหนี้กู้ยืมจำเลยทั้งสองจำนวน 50,000 บาทจริง แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคแรก กำหนดว่าการกู้ยืมเงินกว่าห้าสิบบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ดังนั้นหนี้เงินกู้ 50,000 บาท ดังกล่าว จึงเป็นหนี้ที่ไม่อาจฟ้องร้องให้บังคับคดีกันได้ เมื่อหนี้ที่จำเลยทั้งสองอาศัยเป็นมูลเหตุให้ยึดถือโฉนดที่ดินพิพาทไว้ไม่อาจฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ จำเลยทั้งสองจึงไม่มีสิทธิยึดถือโฉนดที่ดินพิพาทต่อไป จำเลยทั้งสองจะมีสิทธินำสืบถึงหนี้ จำนวนดังกล่าวหรือไม่ ไม่เป็นประโยชน์แก่คดีของจำเลยทั้งสอง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กู้ยืมเงินจำเลยที่ 1 จำนวน 5,000 บาทและมอบโฉนดที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 1 ยึดถือไว้เป็นประกันเงินกู้ต่อมาโจทก์นำเงินกู้ไปชำระคืนแก่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นภรรยาจำเลยที่ 1 และขอรับโฉนดที่ดินคืน แต่จำเลยที่ 2 ไม่ยอมรับชำระหนี้และไม่ยอมคืนโฉนดที่ดินทั้งที่ไม่มีสิทธิยึดถือไว้โจทก์นำความไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอมโนรมย์ พนักงานสอบสวนเรียกจำเลยที่ 2 มาพบ จำเลยที่ 2ยอมรับว่าได้ยึดถือโฉนดที่ดินไว้จริงขอให้บังคับจำเลยทั้งสองส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 544 ให้แก่โจทก์ ถ้าโฉนดที่ดินสูญหายหรือถูกทำลายขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินออกใบแทนโฉนดที่ดินใหม่ให้แก่โจทก์โดยจำเลยทั้งสองเสียค่าใช้จ่ายจำเลยทั้งสองให้การว่า

โจทก์กู้ยืมเงินจำเลยไป 5,000 บาทต่อมากู้ยืมเงินอีกหลายครั้ง รวมที่โจทก์กู้ยืมเงินไปทั้งสิ้นเป็นเงิน 5,000 บาท และยังไม่เคยชำระดอกเบี้ยในการกู้ยืมเงินดังกล่าวไม่ได้ทำสัญญากันไว้ เพราะจำเลยทั้งสองเชื่อใจโจทก์และโจทก์มอบโฉนดที่ดินพิพาทให้จำเลยยึดหน่วงไว้ โดยมีข้อตกลงว่าเมื่อโจทก์นำต้นเงินและดอกเบี้ยชำระแก่จำเลยครบถ้วนจำเลยต้องส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาทคืนแก่โจทก์ เมื่อโจทก์ไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้แก่จำเลยครบถ้วนจำเลยจึงมีสิทธิยึดหน่วงโฉนดที่ดินดังกล่าวไว้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 542(ที่ถูกคือ 544) เลขที่ดิน 107 ตำบลท่าฉนวน อำเภอมโนรมย์จังหวัดชัยนาท แก่โจทก์ คำขออื่นให้ยกจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองมีสิทธินำสืบถึงหนี้จำนวนอื่นนอกเหนือจากหนี้ตามหนังสือสัญญากู้เงินเอกสารหมาย จ.3 หรือไม่นั้น เห็นว่า จำเลยทั้งสองยอมรับว่าหนี้จำนวนอื่นอันหมายถึงหนี้กู้ยืมเงินจำนวน 50,000 บาท ที่ไม่มีหลักฐานการกู้ยืมเป็นหนังสือ แม้จำเลยทั้งสองจะนำสืบให้เห็นได้ว่าโจทก์ยังเป็นหนี้กู้ยืมจำเลยทั้งสองจำนวน 50,000 บาทจริง แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคแรกบัญญัติว่า "การกู้ยืมเงินกว่าห้าสิบบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่"

ดังนั้นหนี้เงินกู้จำนวน 50,000 บาท ดังกล่าว จึงเป็นหนี้ที่ไม่อาจฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ เมื่อหนี้ที่จำเลยทั้งสองอาศัยเป็นมูลเหตุให้ยึดถือโฉนดที่ดินพิพาทไว้ไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีได้จำเลยทั้งสองจึงไม่มีสิทธิยึดถือโฉนดที่ดินพิพาทต่อไปได้ ฉะนั้นจำเลยทั้งสองจะมีสิทธินำสืบถึงหนี้จำนวนอื่นดังกล่าวหรือไม่จึงไม่เป็นประโยชน์แก่คดีของจำเลยทั้งสองฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ · บุญธรรม อยู่พุก · บุรินทร์ โชคเกิด
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้