คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลาย ศาลชั้นต้นสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งว่าในกรณีที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด จำเลยจะขอทุเลาการบังคับไม่ได้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การทุเลาการบังคับนั้นกฎหมายกำหนดวิธีการให้อยู่ในอำนาจของศาลเป็นขั้น ๆ ไป ต่อเมื่อเป็นการขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกา จึงจะอยู่ในอำนาจศาลฎีกา ถ้าเป็นการขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ก็เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจศาลอุทธรณ์ กฎหมายไม่ประสงค์จะให้ศาลฎีกาปเกี่ยวข้องกับการขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ การขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๓๑ เป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดวิธีการไว้เป็นพิเศษ จึงไม่อยู่ในบังคับแห่งการอุทธรณ์และฎีกาอย่างเรื่องสั้น ๆ ทั้งนี้ ดังแบบอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๑/๒๔๙๑ ระหว่างนางไน้ฮวย แซ่เจ็ง โจทก์ นายเฮียบซ้ง แซ่ฉั่ว จำเลย ดังนั้น แม้จำเลยจะฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นปัญหาข้อกฎหมายฎีกาของจำเลยก็เป็นฎีกาทีต้องห้ามตามกฎหมายเช่นกัน
ผลคำพิพากษา
พิพากษายกฎีกาจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมชั้นฎีกาให้แก่จำเลยทั้งหมด