Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 86 วรรคท้ายประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรพ.ศ. 2518 มาตรา 17 ให้อำนาจศาลที่จะนำพยานหลักฐานอันเกี่ยวกับประเด็นในคดีมาสืบเองได้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม การที่ ศาลภาษีอากรกลางเรียกพยานอันเกี่ยวกับประเด็นในคดีมาสืบโดยพยานเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 193/3 ป.พ.พ. มาตรา 224 ป.วิ.พ. มาตรา 87 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 31 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 39 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 17

คำฟ้องและคำให้การ

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 86 วรรคท้ายประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรพ.ศ. 2518 มาตรา 17 ให้อำนาจศาลที่จะนำพยานหลักฐานอันเกี่ยวกับประเด็นในคดีมาสืบเองได้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม การที่ ศาลภาษีอากรกลางเรียกพยานอันเกี่ยวกับประเด็นในคดีมาสืบโดยพยานเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครจำเลยที่ 1ที่เกี่ยวข้องกับการประเมินภาษีโจทก์เพื่อให้การกำหนดค่ารายปีและค่าภาษีเป็นไปโดยถูกต้องเที่ยงธรรมจึงชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวแล้วแม้โจทก์จะมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานภายในกำหนดและไม่มีสิทธิ นำพยานเข้าสืบก็ตาม โจทก์ได้รับแจ้งคำชี้ขาดคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินใหม่จากกรุงเทพมหานครจำเลย

เมื่อวันที่ 7มิถุนายน 2542 และนำคดีมาฟ้องวันที่ 7 กรกฎาคม 2542 ซึ่งการนับ ระยะเวลานั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/3 วรรคสองบัญญัติว่า "ถ้ากำหนดระยะเวลาเป็นวันสัปดาห์ เดือนหรือปี มิให้นับ วันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วยกัน" ดังนั้นวันที่โจทก์นำคดีมาฟ้อง จึงเป็นวันครบสามสิบวันพอดี เป็นการฟ้องภายในกำหนดระยะเวลาตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 31 วรรคหนึ่ง หนี้ที่กรุงเทพมหานครจำเลยต้องชำระคืนแก่โจทก์เป็นหนี้เงิน ปกติโจทก์ย่อมมีสิทธิคิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 วรรคหนึ่งการที่พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน

พ.ศ. 2475 มาตรา 39วรรคสอง บัญญัติว่า "ถ้าศาลตัดสินให้ลดค่าภาษี ท่านให้คืนเงินส่วนที่ลดนั้นภายในสามเดือน โดยไม่คิดค่าอย่างใด" จึงเป็นบทยกเว้นความรับผิดเกี่ยวกับดอกเบี้ยที่จะต้องชำระแก่โจทก์แต่มีระยะเวลาเพียงสามเดือน เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้ว จำเลยยังไม่ชำระ โจทก์ย่อมมีสิทธิคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีได้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2541 พนักงานเก็บภาษีสำนักงานเขตคลองเตยของจำเลยที่ 1 ได้แจ้งรายการประเมินค่ารายปีและค่าภาษีของทรัพย์สินในอาคารชุดมโนรมย์ ตั้งอยู่เลขที่ 3354/4และ 3354/43 ถนนพระราม 4 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานครของโจทก์ที่ให้ผู้อื่นเช่าประจำปีภาษี 2541 โดยอาคารชุดเลขที่ 3354/4ประเมินค่ารายปีจำนวน 984,000 บาท

ค่าภาษีจำนวน 41,000 บาทอาคารชุดเลขที่ 3354/43 ประเมินค่ารายปีจำนวน 1,763,040 บาทค่าภาษี จำนวน 220,380 บาท พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1ประเมินค่ารายปีจากอัตราค่าเช่าเดิมของปีที่ล่วงมาแล้วเพียงอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงอัตราค่าเช่าทั้งปีที่โจทก์ได้รับจริง ซึ่งโจทก์ให้ผู้อื่นเช่าได้ค่าเช่าดังนี้ อาคารชุดเลขที่ 3354/4 โจทก์ได้รับค่าเช่าจำนวน328,000 บาท อาคารชุดเลขที่ 3354/43 โจทก์ได้รับค่าเช่าจำนวน531,600 บาท โจทก์เห็นว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ประเมินค่ารายปีและค่าภาษีไม่ถูกต้องโดยเรียกเก็บค่าภาษีจากโจทก์เกินไปจำนวน 172,130 บาท จึงได้ยื่นคำร้องต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจำเลยที่ 2 ขอให้พิจารณาการประเมินใหม่

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2541ต่อมาวันที่ 7 มิถุนายน 2542 โจทก์ได้รับแจ้งคำชี้ขาดจากจำเลยที่ 2 โดยชี้ขาดให้โจทก์ชำระค่าภาษีตามค่ารายปีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ประเมินโจทก์นำเงินไปชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินตามที่จำเลยที่ 1 ประเมินครบถ้วนแล้วขอให้พิพากษาเพิกถอนการประเมินของจำเลยที่ 1 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2541 และเพิกถอนคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนค่าภาษีที่เรียกเก็บเงินเกินไปจำนวน172,130 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่จำเลยไม่ยอมชำระคืนตามกฎหมายจำเลยทั้งสองให้การว่า การประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ชอบแล้วและโจทก์ฟ้องคดีเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้แก้การประเมินตามใบแจ้งการประเมินเล่มที่ 13 เล่มที่ 62 ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2541 และใบแจ้งคำชี้ขาดเล่มที่ 21 เลขที่ 29 ลงวันที่ 19 เมษายน 2542โดยให้กำหนดค่ารายปีของโรงเรือนเลขที่ 3354/4 เป็นเงิน 927,875.98บาท (ที่ถูกคือ 309,291.92 บาท)

ค่ารายปีของโรงเรือนเลขที่ 3354/43เป็นเงิน 927,875.98 บาท และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินค่าภาษีให้โจทก์จำนวน 106,734 บาท ภายในสามเดือนนับแต่คำพิพากษาถึงที่สุด หากไม่คืนภายในกำหนดให้จำเลยชำระดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันครบกำหนดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าโจทก์เป็นเจ้าของอาคารชุดเลขที่ 3354/4 และ 3354/43ถนนพระราม 4 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 13กรกฎาคม 2541 พนักงานเก็บภาษีของจำเลยที่ 1 แจ้งรายการประเมินค่ารายปีและค่าภาษีของอาคารชุดดังกล่าวประจำปีภาษี 2541 แก่โจทก์โดยอาคารชุดเลขที่ 3354/4 ประเมินค่ารายปีจำนวน 328,000 บาทค่าภาษีจำนวน 41,000 บาท อาคารชุดเลขที่ 3354/43 ประเมินค่ารายปีจำนวน 1,763,040 บาท ค่าภาษีจำนวน 220,380 บาท โจทก์ยื่นคำร้องต่อจำเลยที่ 2 ขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ จำเลยที่ 2 พิจารณาแล้วมีคำชี้ขาดให้โจทก์ชำระค่าภาษีตามค่ารายปีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ประเมิน ก่อนคดีนี้

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ต่อศาลภาษีอากรกลางขอให้เพิกถอนการประเมินของพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 2 ที่ประเมินค่ารายปีและค่าภาษีประจำปี 2540 ของอาคารชุดทั้งสองห้องดังกล่าวกับอาคารอื่นของโจทก์ตามคดีหมายเลขดำที่ 71/2541 คดีหมายเลขแดงที่ 52/2542 ของศาลภาษีอากรกลาง ซึ่งศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินและกำหนดค่ารายปีของอาคารชุดเลขที่ดังกล่าวหลังละ 927,875.98 บาท ศาลฎีกาพิพากษายืนปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อแรกมีว่าการที่ศาลภาษีอากรกลางเรียกพยานมาสืบเองเป็นการชอบหรือไม่ เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 86 วรรคท้าย ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากรพ.ศ. 2518 มาตรา 17 ให้อำนาจศาลที่จะนำพยานหลักฐานอันเกี่ยวกับประเด็นในคดีมาสืบเองได้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

ดังนั้นที่ศาลภาษีอากรกลางเรียกพยานอันเกี่ยวกับประเด็นในคดีมาสืบโดยพยานทั้งหมดเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 ที่เกี่ยวข้องกับการประเมินภาษีโจทก์ เพื่อให้การกำหนดค่ารายปีและค่าภาษีเป็นไปโดยถูกต้องเที่ยงธรรมจึงชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวแล้ว แม้โจทก์จะมิได้ยื่นบัญชีระบุพยานภายในกำหนดและไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบก็ตามกรณีหาอาจถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปดังจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ไม่ คำพิพากษาฎีกาที่จำเลยทั้งสองอ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อต่อไปมีว่าโจทก์ฟ้องคดีภายในกำหนดเวลาตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ปัญหาข้อนี้ว่า โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อพ้นสามสิบวันนับแต่วันรับแจ้งความให้ทราบคำชี้ขาดแล้ว

เห็นว่า โจทก์ได้รับแจ้งคำชี้ขาดเมื่อวันที่ 7มิถุนายน 2542 และนำคดีมาฟ้องวันที่ 7 กรกฎาคม 2542 ซึ่งการนับระยะเวลานั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/3 วรรคสองบัญญัติว่า "ถ้ากำหนดระยะเวลาเป็นวันสัปดาห์เดือนหรือปี มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วยกัน" ดังนั้นวันที่โจทก์นำคดีมาฟ้องจึงเป็นวันครบสามสิบวันพอดี เป็นการฟ้องภายในกำหนดระยะเวลาตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 31 วรรคหนึ่งปัญหาที่ต้องวินิจฉัยเป็นข้อสุดท้ายตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองมีว่า ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ด้วยเป็นการชอบหรือไม่ เห็นว่า หนี้ที่จำเลยทั้งสองต้องชำระแก่โจทก์เป็นหนี้เงิน

ปกติโจทก์ย่อมมีสิทธิคิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 วรรคหนึ่งการที่พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 39 วรรคสองบัญญัติว่า "ถ้าศาลตัดสินให้ลดค่าภาษี ท่านให้คืนเงินส่วนที่ลดนั้นภายในสามเดือน โดยไม่คิดค่าอย่างใด" จึงเป็นบทยกเว้นความรับผิดเกี่ยวกับดอกเบี้ยของจำเลยทั้งสองที่จะต้องชำระแก่โจทก์ แต่มีระยะเวลาเพียงสามเดือนเท่านั้น เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้ว จำเลยทั้งสองยังไม่ชำระ โจทก์ย่อมมีสิทธิคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี แก่จำเลยทั้งสองได้ ดังนั้นที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินค่าภาษีแก่โจทก์ภายในสามเดือนนับแต่คำพิพากษาถึงที่สุด หากไม่คืนภายในกำหนดให้ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จึงชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองหล่อ โฉมงาม · ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · ทวีวัฒน์ แดงทองดี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5449/2561

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 30 บัญญัติว่า การแจ้งคำชี้ขาดไปยังผู้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ ให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น ไม่ได้บัญญัติให้มีแบบพิมพ์หรือต้องทำในลักษณะใด เมื่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1925/2546

ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินฯ มาตรา 18 และ 19 กำหนดให้ผู้รับประเมินหรือบุคคลผู้พึงชำระค่าภาษีมีหน้าที่ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี โดยนำค่ารายปีของปีที่ล่วงมาแล้วเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3176/2545

พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินฯ มาตรา 39 วรรคสอง กำหนดว่า ถ้าศาลตัดสินให้ลดค่าภาษี ให้คืนเงินส่วนที่ลดนั้นภายในสามเดือนโดยไม่คิดค่าอย่างใด ดังนั้น เมื่อโจทก์ผู้เสียภาษีฟ้องขอคืนภาษีที่ต้องชำระเกิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 960/2544

ตามข้อกำหนดคดีภาษีอากรฯ การที่คู่ความไม่มาศาลในวันนัดชี้สองสถานไม่เป็นเหตุขัดข้องแก่การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาล ศาลย่อมทำการชี้สองสถานไปได้ตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเท่าที่ปรากฏอยู่แล้วในสำนวนความ กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7758/2543

ศาลภาษีอากรกลางอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2541 โจทก์ต้องยื่นอุทธรณ์ภายใน 1 เดือนนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 24 การนับเวลา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้