Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7560/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้โจทก์ทั้งหกจะนำส่งสำเนาฎีกาให้แก่จำเลยทั้งสองตามคำสั่งศาลชั้นต้นแล้วก็ตาม แต่เมื่อส่งไม่ได้ โจทก์ทั้งหกก็ยังมีหน้าที่ต้องแถลงต่อศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการต่อไปภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ส่งไม่ได้ การที่โจทก์ทั้งหกเพิกเฉยไม่แถลงต่อศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการส่งสำเนาฎีกาให้แก่จำเลยทั้งสองภายในกำหนดเวลาตามคำสั่งศาลชั้นต้น จึงเป็นการทิ้งฟ้องฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 247

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากห้องไม่มีเลขที่ ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 166 เลขที่ดิน 121 ตำบลบางขุนพรม อำเภอดุสิต กรุงเทพมหานคร ด้านทิศใต้และห้ามยุ่งเกี่ยวกับห้องและที่ดินดังกล่าวอีก ให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายจำนวน 140,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายอัตราเดือนละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะออกจากห้องไม่มีเลขที่ดังกล่าวและส่งมอบการครอบครองให้โจทก์ทั้งหก ให้จำเลยทั้งสองถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตของโจทก์ และลงนามรับรองแนวเขตที่โจทก์นำรังวัดสอบเขต หากไม่ยินยอมให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ทั้งหกไม่ได้เป็นเจ้าของห้องไม่มีเลขที่ตามฟ้อง ห้องดังกล่าวไม่ได้ตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 166 ของโจทก์แต่อย่างใด หากแต่ตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 164 ตำบลบางขุนพรม อำเภอดุสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งจำเลยทั้งสองได้ซื้อมาจากเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมซึ่งเจ้าของกรรมสิทธิ์เดิมได้ครอบครองตลอดมา โจทก์ทั้งหกไม่เคยโต้แย้งการครอบครองห้องดังกล่าว และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด จำเลยทั้งสองก็ได้เข้าครอบครองห้องดังกล่าวโดยสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของสืบต่อจากผู้ครอบครองเดิมติดต่อกันจนปัจจุบันเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้ว และห้องดังกล่าวอาจนำออกให้เช่าได้ค่าเช่าเพียงเดือนละ 3,000 บาท เท่านั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งหกอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งหกฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าโจทก์ทั้งหกยื่นฎีกาในวันที่ 25 พฤษภาคม 2543 ภายในกำหนดที่ได้รับอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นฎีกา โดยนายสนิทผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์ทั้งหกเป็นผู้ยื่นฎีกาและลงลายมือชื่อทราบนัดให้มาทราบคำสั่งในวันที่ 1 มิถุนายน 2543 ถ้าไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันที่ 29 พฤษภาคม 2543 ว่ารับฎีกา ให้ผู้ฎีกานำส่งสำเนาฎีกาให้อีกฝ่ายภายใน 15 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งฎีกา หากส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 15 วัน เพื่อดำเนินการต่อไป ดังนี้ ต้องถือว่าโจทก์ทั้งหกทราบคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวในวันที่ 1 มิถุนายน 2543 ต่อมาวันที่27 มิถุนายน 2543 นางวราภรณ์แทนหัวหน้าฝ่ายเดินหมายและประกาศ กรมบังคับคดี

กระทรวงยุติธรรม เสนอรายงานของพนักงานเดินหมายต่อศาลชั้นต้นว่า เมื่อวันที่ 26 เดือนเดียวกัน พนักงานเดินหมายได้นำหมายนัดและสำเนาฎีกาไปส่งให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 แล้ว แต่ส่งไม่ได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในรายงานของพนักงานเดินหมายดังกล่าวในวันที่ 30 มิถุนายน 2543 ว่ารอฟังโจทก์ทั้งหกแถลง หลังจากนั้นไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งหกได้ยื่นคำแถลงใด ๆ ต่อศาลชั้นต้น จนวันที่ 20 กรกฎาคม 2543 นายประวัติหัวหน้างานรับฟ้องอุทธรณ์ฎีกา เสนอรายงานเจ้าหน้าที่ต่อศาลชั้นต้นว่า ศาลมีคำสั่งเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2543 ให้รอฟังโจทก์ทั้งหกแถลง ระยะเวลาได้ผ่านมานานพอสมควรแล้ว โจทก์ทั้งหกยังไม่แถลงเข้ามา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งถ้อยคำสำนวนไปศาลฎีกาในวันเดียวกัน

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้โจทก์ทั้งหกจะนำส่งสำเนาฎีกาให้แก่จำเลยทั้งสองตามคำสั่งศาลชั้นต้นแล้วก็ตาม แต่เมื่อส่งไม่ได้ โจทก์ทั้งหกก็ยังมีหน้าที่ต้องแถลงต่อศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการต่อไปภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ส่งไม่ได้ การที่โจทก์ทั้งหกเพิกเฉยไม่แถลงต่อศาลชั้นต้นเพื่อดำเนินการส่งสำเนาฎีกาให้แก่จำเลยทั้งสองภายในกำหนดเวลาตามคำสั่งศาลชั้นต้นเช่นนี้ จึงเป็นการทิ้งฟ้องฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 247 ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกาค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · กำพล ภู่สุดแสวง · สุรชาติ บุญศิริพันธ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายอาทิตย์ ออกเวหา
ศาลอุทธรณ์ - นายพงษ์ศักดิ์ วีระเสถียร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 630926)

คดีนี้ศาลฎีกาสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 6 สิงหาคม 2561 ว่า ก่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ให้ศาลชั้นต้นเรียกคู่ความทั้งสองฝ่ายมาสอบถามราคาทรัพย์ทั้งหมดตามพินัยกรรมและให้จำเลยทั้งสามชำระค่าขึ้นศาลทั้ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2561

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า รับเป็นฎีกาของจำเลยที่ 1 สำเนาให้ผู้สวมสิทธิแทนโจทก์ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 แก้ฎีกา ให้ผู้ร้องนำส่งภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง มิฉะนั้นถือว่าทิ้งฎีกา ในวันที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2955/2554

ทนายผู้ร้องทำใบมอบฉันทะให้เสมียนทนายมายื่นฎีกา นำหมายและรับทราบคำสั่ง ปรากฏว่า เสมียนทนายผู้ร้องได้นำฎีกาของผู้ร้องมายื่นต่อศาลชั้นต้นในวันที่ 13 มิถุนายน 2551 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องนำส่งสำเนาฎี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4889/2549

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 1,042,857.79 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ต้องชำระดอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8143/2548

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์เป็นผู้จัดการนำส่งสำเนาอุทธรณ์โดยมีคำสั่งว่า "รับอุทธรณ์ของโจทก์สำเนาให้จำเลยแก้ภายใน 15 วัน ให้โจทก์นำส่งภายใน 5 วัน ไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิด หากส่งไม่ได้ให้โจทก์แถลงเพื่อดำเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้