Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 756/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามสัญญาข้อ 8 วรรคแรก ให้สิทธิแก่ผู้ซื้อในกรณีผู้ขายไม่ส่งมอบสิ่งของที่ตกลงขายให้แก่ผู้ซื้อหรือส่งมอบไม่ถูกต้องหรือไม่ครบจำนวน โดยผู้ซื้อมีสิทธิ บอกเลิกสัญญาได้ และถ้าผู้ซื้อใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ผู้ซื้อก็มีสิทธิตามสัญญาข้อ 8 วรรคสองที่จะริบหลักประกันและมีสิทธิได้รับชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้น หากจัดซื้อสิ่งของจากบุคคลอื่นภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันบอกเลิกสัญญา ส่วนตามสัญญาข้อ 9 วรรคแรก เป็นกรณีที่ผู้ซื้อมิได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามข้อ 8 ผู้ซื้อมีสิทธิปรับผู้ขายเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.2 ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบจนกว่าจะส่งมอบครบถ้วน แต่ในระหว่างที่มีการปรับ ถ้าผู้ซื้อเห็นว่าผู้ขายไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ ตามสัญญาข้อ 9 วรรคสามให้สิทธิผู้ซื้อบอกเลิกสัญญา ริบหลักประกันและเรียกร้องให้ชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นตามสัญญาข้อ 8 วรรคสอง นอกเหนือจากการปรับเป็นรายวัน ดังนั้น การที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อจะเรียกค่าปรับเป็นรายวันได้ต้องเป็นกรณีที่จำเลยส่งมอบสิ่งของไม่ถูกต้องหรือไม่ครบจำนวนเท่านั้น แต่คดีนี้จำเลยไม่ส่งมอบสิ่งของที่ตกลงขายให้โจทก์เลย มิใช่ไม่ส่งมอบสิ่งของให้ถูกต้องครบถ้วน จึงไม่ต้องด้วยสัญญาข้อ 9 เมื่อโจทก์ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา แม้ระยะเวลาจะล่วงเลยมานานก็เป็นการบอกเลิกสัญญาตามข้อ 8 และโจทก์มีสิทธิตามสัญญาข้อ 8 วรรคสอง เมื่อไม่ใช่เป็นการบอกเลิกสัญญาตามสัญญาข้อ 9โจทก์จึงปรับจำเลยเป็นรายวันไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาซื้อขายเครื่องช่วยหายใจสำหรับเด็กเล็กจำนวน 1 เครื่อง ราคา 279,500 บาท กับจำเลย กำหนดส่งมอบในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2527 ถ้าผู้ขายไม่ส่งมอบในกำหนดยอมให้ผู้ซื้อปรับเป็นรายวันอัตราร้อยละ 0.2 ของราคาสิ่งของที่ยังส่งมอบไม่ครบหรือถ้าผู้ซื้อบอกเลิกสัญญาให้คิดค่าปรับได้จนถึงวันเลิกสัญญาและมีสิทธิริบหลักประกันกับเรียกให้ผู้ขายใช้ราคาสิ่งของที่เพิ่มขึ้น และเพื่อเป็นประกัน ผู้ขายนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารทหารไทย จำกัด จำนวน 27,950 บาท มอบให้ผู้ซื้อเป็นหลักประกัน ต่อมาจำเลยผิดสัญญาไม่ส่งมอบสิ่งของให้โจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยและธนาคารทหารไทย จำกัด ชำระเงินค่าค้ำประกันและมีสิทธิปรับตามสัญญาเป็นรายวันและมีสิทธิให้จำเลยชำระราคาสิ่งของในกรณีที่โจทก์ต้องซื้อจากบุคคลอื่นในราคาที่เพิ่มขึ้น

ต่อมาโจทก์บอกเลิกสัญญาและแจ้งให้จำเลยทราบว่าโจทก์จะริบหลักประกัน กับให้จำเลยชำระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ0.2 ของราคาสิ่งของ รวม 382 วัน เป็นเงิน 213,538 บาท แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์ได้ทวงถามให้ธนาคารทหารไทย จำกัด ชำระเงินตามจำนวนที่ค้ำประกัน ธนาคารได้ชำระเงินให้โจทก์แล้วจำนวน 27,950บาท โจทก์ซื้อสิ่งของชนิดเดียวกันนี้จากบริษัทเทคนิกัลอีควิ๊ปเม้นท์ จำกัด เป็นเงิน 295,000 บาท เพิ่มขึ้นจากที่ตกลงซื้อกับจำเลยจำนวน 15,500 บาท จำเลยจึงต้องชำระราคาที่เพิ่มขึ้นให้โจทก์ตามสัญญา เมื่อรวมกับค่าปรับรายวันจำนวน 213,538บาท แล้วเป็นเงินที่จำเลยต้องชำระแก่โจทก์ 229,038 บาท ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน 229,038 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ7.5 ต่อปี

นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า จำเลยทำสัญญาซื้อขายกับโจทก์ แต่ไม่ต้องรับผิดเพราะตามสัญญาข้อ 8 ข้อ 9 เมื่อผู้ขายผิดสัญญาไม่ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและริบหลักประกันตามข้อ 8 หรือผู้ซื้อปรับผู้ขายเป็นรายวันอัตราร้อยละ 0.2 ของราคาสินค้า และเมื่อเห็นว่าผู้ขายไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ก็บอกเลิกสัญญาริบหลักประกันเพิ่มได้ตามข้อ 9 ในคดีนี้โจทก์ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาและริบหลักประกัน จะใช้สิทธิเรียกร้องให้จำเลยเสียค่าปรับภายหลังไม่ได้ เพราะโจทก์มีสิทธิเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง และจำเลยไม่ต้องรับผิดชำระราคาสินค้าที่โจทก์ซื้อจากบุคคลอื่นเพิ่มขึ้นอีก 15,500 บาท เนื่องจากพ้นกำหนด 3 เดือน

นับแต่วันบอกเลิกสัญญา ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมคือโจทก์ฟ้องเรียกค่าปรับหรือค่าเสียหายซึ่งกำหนดไว้ล่วงหน้า แต่โจทก์ไม่ได้บรรยายว่าเสียหายอะไร และเสียหายอย่างไร การที่โจทก์ริบหลักประกันจำนวน 27,950 บาท ย่อมเป็นการเหมาะสมกับความเสียหายที่โจทก์ได้รับ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 15,500 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยจะต้องรับผิดชำระค่าปรับเป็นรายวันให้โจทก์ตามฟ้องหรือไม่

พิเคราะห์แล้ว ตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.3 ข้อ 8 ระบุว่า "เมื่อครบกำหนดส่งมอบสิ่งของตามสัญญานี้แล้ว ถ้าผู้ขายไม่ส่งมอบสิ่งของที่ตกลงขายให้แก่ผู้ซื้อ หรือส่งมอบสิ่งของทั้งหมดไม่ถูกต้อง หรือส่งมอบสิ่งของไม่ครบจำนวน ผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ในกรณีที่ผู้ซื้อใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อริบหลักประกันหรือเรียกร้องจากธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกันตามสัญญาข้อ 7 เป็นจำนวนเงินทั้งหมด หรือแต่บางส่วนก็ได้ แล้วแต่ผู้ซื้อจะเห็นสมควร และถ้าผู้ซื้อจัดซื้อสิ่งของจากบุคคลอื่นเต็มจำนวน หรือเฉพาะจำนวนที่ขาดส่งแล้วแต่กรณี ภายในกำหนด 3 เดือนนับแต่วันที่บอกเลิกสัญญา โดยให้นับวันที่บอกเลิกสัญญาเป็นวันเริ่มต้น

ผู้ขายยอมรับผิดชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นจากราคาที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ด้วย"และในข้อ 9 วรรคแรก ระบุว่า "ในกรณีที่ผู้ซื้อไม่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามสัญญาข้อ 8 ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.2 ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบ นับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดตามสัญญา จนถึงวันที่ผู้ขายได้นำสิ่งของมาส่งให้แก่ผู้ซื้อจนถูกต้องครบถ้วน" และวรรคสาม ระบุว่า "ในระหว่างที่มีการปรับนั้น ถ้าผู้ซื้อเห็นว่าผู้ขายไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ ผู้ซื้อจะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา และริบหลักประกันหรือเรียกร้องจากธนาคารผู้ออกหนังสือค้ำประกันตามสัญญาข้อ 7 กับเรียกร้องให้ชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นตามที่กำหนดไว้ในสัญญาข้อ 8 วรรคสอง

นอกเหนือจากการปรับจนถึงวันบอกเลิกสัญญาด้วยก็ได้" เห็นว่า ตามสัญญาข้อ 8วรรคแรก ให้สิทธิแก่ผู้ซื้อในกรณีที่ผู้ขายไม่ส่งมอบสิ่งของที่ตกลงขายให้แก่ผู้ซื้อหรือส่งมอบไม่ถูกต้องหรือไม่ครบจำนวน โดยผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ และถ้าผู้ซื้อใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาผู้ซื้อก็มีสิทธิตามสัญญาข้อ 8 วรรคสอง โดยผู้ซื้อมีสิทธิริบหลักประกันและมีสิทธิได้รับชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้น หากจัดซื้อสิ่งของจากบุคคลอื่นภายในกำหนด 3 เดือนนับแต่วันบอกเลิกสัญญาส่วนตามสัญญาข้อ 9 วรรคแรก เป็นกรณีที่ผู้ซื้อมิได้ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามข้อ 8 ผู้ซื้อมีสิทธิปรับผู้ขายเป็นรายวันในอัตราร้อยละ0.2 ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบนับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้ขายส่งมอบถูกต้องครบถ้วน แต่ในระหว่างที่มีการปรับนั้นถ้าผู้ซื้อเห็นว่าผู้ขายไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ ตามสัญญาข้อ 9 วรรคสามให้สิทธิแก่ผู้ซื้อบอกเลิกสัญญาริบหลักประกัน และเรียกร้องให้ชดใช้ราคาที่เพิ่มขึ้นตามสัญญาข้อ 8 วรรคสอง

นอกเหนือจากการปรับเป็นรายวัน ดังนี้จะเห็นได้ว่า การที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อจะเรียกค่าปรับเป็นรายวันได้ต้องเป็นกรณีที่จำเลยซึ่งเป็นผู้ขายส่งมอบสิ่งของไม่ถูกต้องหรือไม่ครบจำนวนเท่านั้น เพราะตอนท้ายของสัญญาตามข้อ 9 วรรคแรก ระบุว่า จนถึงวันที่ผู้ขายได้นำสิ่งของมาส่งให้แก่ผู้ซื้อจน "ถูกต้องครบถ้วน" แต่สำหรับคดีนี้เป็นกรณีที่จำเลยไม่ส่งมอบสิ่งของที่ตกลงขายให้แก่โจทก์เลย มิใช่ไม่ส่งมอบสิ่งของให้ถูกต้องครบถ้วนกรณีจึงไม่ต้องด้วยข้อสัญญาข้อ 9 เมื่อโจทก์ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญา แม้ระยะเวลาจะล่วงเลยมานานก็เป็นการบอกเลิกสัญญาตามสัญญาข้อ 8 โจทก์มีสิทธิตามสัญญาข้อ 8 วรรคสอง และเมื่อไม่ใช่เป็นการบอกเลิกสัญญาตามสัญญาข้อ 9 โจทก์จึงปรับจำเลยเป็นรายวันไม่ได้ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เธียรไท สุนทรนันท · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สุชาติ สุขสุมิตร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้