Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 755/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในกรณีฟ้องเรียกเงินตามเช็ค แม้ธนาคารจะได้เรียกเก็บเงินตามเช็คก่อนวันที่ลงในเช็ค หากบัญชีของผู้สั่งจ่ายได้ปิดไปก่อนที่ธนาคารเรียกเก็บเงินแล้ว ก็เป็นอันว่าเช็คนั้นไม่มีผลเป็นการชำระหนี้ได้ไม่จำต้องนำเช็คไปยื่นเพื่อให้ธนาคารเรียกเก็บเงินซ้ำอีกในกรณีเช่นนี้ผู้ทรงเช็คย่อมนำเช็คมาฟ้องร้องผู้สั่งจ่ายเช็คให้รับผิดในทางแพ่งได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 959 และ 989จำเลยต่อสู้คดีว่าเช็คตามฟ้อง 400,000 บาท มีมูลหนี้จากการกู้เงินเพียง 100,000 บาท เป็นการโต้เถียงเกี่ยวกับมูลหนี้ตามเช็คระหว่างจำเลยซึ่งเป็นผู้ออกเช็คกับโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรง ชอบที่จะให้จำเลยนำสืบตามข้อต่อสู้ได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 2589/2522)จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทจำนวนเงิน 400,000 บาท โดยมีมูลหนี้เพียง 100,000 บาท จำเลยย่อมต้องรับผิดต่อโจทก์เพียงจำนวนเงินตามมูลหนี้เท่านั้น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คธนาคารกสิกรไทยสาขาราชดำริลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2522 จำนวนเงิน 400,000 บาท ซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นผู้สั่งจ่ายและนำมาชำระหนี้เงินยืมแก่โจทก์ โดยมีจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นผู้สลักหลังรับอาวัล เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์ได้นำเช็คดังกล่าวไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินอ้างว่าบัญชีปิด ทวงถามแล้วจำเลยทั้งสามเพิกเฉยขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์นำเช็คตามฟ้องเรียกเก็บเงินจากธนาคารก่อนถึงกำหนดวันสั่งจ่ายหนึ่งวัน และธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินในวันเดียวกันนั้นเองโจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้อง ความจริงจำเลยที่ 1 ออกเช็คให้โจทก์เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้เงินยืมซึ่งจำเลยทั้งสามไม่มีเจตนาจะชำระเงินจำนวนตามเช็คให้โจทก์จำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์เพียงหนึ่งแสนบาท

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินหนึ่งแสนบาทพร้อมดอกเบี้ยโจทก์และจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในกรณีฟ้องเรียกเงินตามเช็ค แม้ว่าธนาคารจะได้เรียกเก็บเงินตามเช็คก่อนวันที่ลงในเช็ค หากบัญชีของผู้สั่งจ่ายได้ปิดไปก่อนที่ธนาคารเรียกเก็บเงินแล้ว ก็เป็นอันว่าเช็คนั้นไม่มีผลเป็นการชำระหนี้ได้ ไม่จำต้องนำเช็คไปยื่นเพื่อให้ธนาคารเรียกเก็บเงินซ้ำอีก ในกรณีเช่นนี้ผู้ทรงเช็คย่อมนำเช็คมาฟ้องร้องผู้สั่งจ่ายเช็คให้รับผิดในทางแพ่งได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 959 และมาตรา 989จำเลยต่อสู้คดีว่าเช็คตามฟ้อง 400,000 บาท มีมูลหนี้จากการกู้ยืมเงินเพียง100,000 บาท เป็นการโต้เถียงเกี่ยวกับมูลหนี้ตามเช็คระหว่างจำเลยซึ่งเป็นผู้ออกเช็คกับโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรง

ชอบที่จะให้จำเลยนำสืบตามข้อต่อสู้ได้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 2589/2522 ดังนั้นจำเลยมีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบประกอบข้ออ้างว่าเช็คพิพาทมีมูลหนี้มาจากการกู้ยืมเงินเพียง 100,000 บาท หาใช่มีมูลหนี้ 400,000 บาท ดังเนื้อความที่ปรากฏในเช็คพิพาทไม่ ไม่จำต้องวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่า

โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คจำนวน 400,000 บาทเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า เช็คพิพาทเป็นเช็คประกันการกู้ยืมเงินจำนวน 100,000 บาทเช็คพิพาทจึงปราศจากมูลหนี้ จำเลยที่ 1 ผู้สั่งจ่ายไม่ต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทให้แก่โจทก์เลย และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ย่อมหลุดพ้นไปจากความรับผิดด้วยนั้น เห็นว่าแม้คดีฟังได้ว่ามูลหนี้ตามเช็คพิพาทเป็นเรื่องกู้ยืมเงิน แต่ฟ้องโจทก์ประสงค์จะบังคับจำเลยทั้งสามให้รับผิดตามเนื้อความในเช็ค เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1สั่งจ่ายเช็คพิพาทโดยมีมูลหนี้เพียง 100,000 บาท โดยมีจำเลยที่ 2 และที่ 3 สลักหลังเช็คนั้น เช่นนี้จำเลยทั้งสามย่อมต้องรับผิดต่อโจทก์ในมูลหนี้ตามเช็คดังกล่าวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สหัส สิงหวิริยะ · อัมพล สุวรรณภักดี · เสนอ ศรนิยม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้