Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 753/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัด ย่อมต้องรับผิดเป็นส่วนตัวในหนี้ของห้างหุ้นส่วน เมื่อกรมสรรพากรเป็นเจ้าหนี้ของห้างหุ้นส่วนดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นเจ้าหนี้ของจำเลย อันอาจขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยได้มูลหนี้ค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีการค้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. เกิดขึ้นก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยการที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เพิ่งมีคำวินิจฉัยภายหลังที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลย ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ชำระค่าภาษีอากรตามที่เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมิน เป็นเรื่องให้ห้างหุ้นส่วนดังกล่าวชำระค่าภาษีอากรที่เกิดขึ้นแล้วให้ถูกต้องครบถ้วน หาใช่มูลหนี้ค่าภาษีเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยไม่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ต้องยื่นแบบแสดงรายการพร้อมกับชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลต่ออำเภอภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีแต่ละปี ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 68 ต้องนำภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ตนมีหน้าที่ต้องหักไปส่งณ ที่ว่าการอำเภอภายใน 7 วันนับแต่วันที่จ่ายเงินตามมาตรา 52และต้องยื่นแบบแสดงรายการพร้อมกับชำระภาษีการค้าแต่ละเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ตามมาตรา 85 ทวิ และมาตรา 86รอบระยะเวลาบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. คือตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึงวันที่ 31 ธันวาคม ดังนั้น หนี้ค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลของห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ปี 2518 ถึง 2520 จึงถึงกำหนดชำระภายใน 150 วันนับแต่วันที่ 31 ธันวาคม ของปีนั้นๆ หนี้ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายในการจ่ายค่าแรงงานแต่ละคราวในปี 2517 ถึงปี 2519 ถึงกำหนดชำระภายใน 7 วันนับแต่วันจ่ายเงินแต่ละคราวและหนี้ค่าภาษีการค้าในเดือนมีนาคม พฤษภาคม กรกฎาคมและสิงหาคม 2520 ถึงกำหนดชำระภายในวันที่ 15 ของเดือนเมษายนมิถุนายน สิงหาคมและกันยายน 2520 ตามลำดับศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม2522 กำหนด 6 เดือนก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์คือวันที่21 พฤศจิกายน 2521หนี้ค่าภาษีดังกล่าวจึงถึงกำหนดก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เกินกว่า 6 เดือนเงินเพิ่มภาษีการค้าตามมาตรา 89 ทวิ เป็นเงินเพิ่มเนื่องจากห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ไม่ชำระหนี้ค่าภาษีการค้าที่จะต้องชำระแต่ละเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ต้องเสียเพิ่มอีกร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีการค้าที่ต้องชำระเงินเพิ่มภาษีการค้าจึงถึงกำหนดชำระเป็นเดือนๆ ไปนับแต่วันที่ 15 ของเดือนที่ต้องชำระภาษีการค้า เงินเพิ่มภาษีการค้าที่ถึงกำหนดชำระตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2521 เป็นต้นมาย่อมเป็นหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 130(6)ภาษีเทศบาลหรือภาษีท้องถิ่นเป็นภาษีที่คำนวณมาจากภาษีการค้าอัตราร้อยละ 10 ของภาษีการค้า เมื่อเงินเพิ่มภาษีการค้าส่วนหนึ่งเป็นหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช2483 มาตรา 130(6)ภาษีเทศบาลจำนวนเท่ากับร้อยละ 10ของเงินเพิ่มภาษีการค้าส่วนนั้นก็เป็นหนี้ตามมาตรา 130(6) เช่นเดียวกัน

คำฟ้องและคำให้การ

คดีเดิมโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย ศาลชั้นต้นสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2522 ต่อมากรมสรรพากรเจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ค่าภาษีอากรจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาแล้วเห็นว่าหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. มิใช่หนี้ส่วนตัวของจำเลยควรยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้กรมสรรพากรเจ้าหนี้อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 130(6)เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาประการแรกว่ากรมสรรพากรเจ้าหนี้มีสิทธิขอรับชำระหนี้ค่าภาษีอากรจากกองทรัพย์สินของจำเลยหรือไม่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อ้างว่าหนี้ค่าภาษีอากรเป็นหนี้ที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้างต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้แต่จำเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์ในฐานะส่วนตัว จึงไม่ต้องรับผิดในหนี้รายนี้ เห็นว่าจำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้าง

ย่อมต้องรับผิดเป็นส่วนตัวในหนี้ของห้างหุ้นส่วนดังกล่าวโดยไม่จำกัดจำนวนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1077(2) เมื่อกรมสรรพากรเป็นเจ้าหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้าง จึงถือได้ว่าเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยอันอาจขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 มาตรา 94 ส่วนที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อ้างว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้างได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เพิ่งมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2524 ภายหลังที่จำเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2522 ถือว่ามูลแห่งหนี้เกิดขึ้นภายหลังวันศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์

เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 94 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 นั้น ปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้างคงอุทธรณ์การประเมินเฉพาะภาษีเงินได้นิติบุคคลปี 2520 และภาษีการค้าเดือนมีนาคม พฤษภาคม กรกฎาคมและสิงหาคม 2520 เห็นว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้างมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิซึ่งได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีปีหนึ่ง ๆ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 มูลหนี้ค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลในปี 2520 จึงเกิดขึ้นตั้งแต่ในปีนั้นเอง และห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้างมีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าจากรายรับของทุกเดือนภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 มูลหนี้ค่าภาษีการค้าเดือนมีนาคม

พฤษภาคม กรกฎาคมและสิงหาคม 2520 จึงเกิดขึ้นในแต่ละเดือนนั้น ๆ เช่นเดียวกัน มูลหนี้ค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลปี 2520 และภาษีการค้าดังกล่าวจึงเกิดขึ้นก่อนศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสิ้น การที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เพิ่งมีคำวินิจฉัยภายหลังที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลย ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้างชำระค่าภาษีอากรตามที่เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมิน เป็นเรื่องให้ห้างหุ้นส่วนดังกล่าวชำระค่าภาษีอากรที่เกิดขึ้นแล้วให้ถูกต้องครบถ้วน หาใช่มูลหนี้ค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีการค้าดังกล่าวเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยไม่

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่ากรมสรรพากรเจ้าหนี้มีสิทธิขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาต่อไปมีว่า หนี้ที่กรมสรรพากรเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เป็นหนี้ค่าภาษีอากรที่ถึงกำหนดชำระภายใน 6 เดือนก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์อันเป็นหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 130(6) หรือไม่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกาอ้างว่า หนี้ภาษีอากรที่เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้เป็นหนี้ที่ค้างชำระในปี 2517 ถึงปี 2520 จึงมิใช่หนี้บุริมสิทธิตามพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 มาตรา 130(6) ส่วนกรมสรรพากรเจ้าหนี้แก้ฎีกาว่า เงินเพิ่มภาษีการค้าที่ถึงกำหนดภายใน 6 เดือนก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ พร้อมด้วยภาษีท้องถิ่นร้อยละ 10 ของเงินเพิ่มจำนวนนั้น เจ้าหนี้ขอรับชำระหนี้ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 130(6)

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้างต้องยื่นแบบแสดงรายการพร้อมกับชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลต่ออำเภอภายใน150 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีแต่ละปีตามประมวลรัษฎากรมาตรา 68 ต้องนำภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ตนมีหน้าที่ต้องหักไปส่ง ณ ที่ว่าการอำเภอภายใน 7 วันนับแต่วันที่จ่ายเงินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 52และต้องยื่นแบบแสดงรายการการค้าพร้อมกับชำระภาษีการค้าแต่ละเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 85 ทวิ และมาตรา 86 รอบระยะเวลาบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้างคือตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม ดังนั้น หนี้ค่าภาษีเงินได้นิติบุคคลของห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้างปี 2518 ถึงปี 2520 จึงถึงกำหนดชำระภายใน 150 วันนับแต่วันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น

ๆ หนี้ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายในการจ่ายค่าแรงงานแต่ละคราวในปี 2517 ถึงปี 2519 ถึงกำหนดชำระภายใน 7 วันนับแต่วันจ่ายเงินแต่ละคราว และหนี้ค่าภาษีการค้าในเดือนมีนาคม พฤษภาคม กรกฎาคมและสิงหาคม2520 ถึงกำหนดชำระภายในวันที่ 15 ของเดือนเมษายน มิถุนายน สิงหาคมและกันยายน 2520 ตามลำดับ ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2522 กำหนด 6 เดือนก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์คือวันที่ 21 พฤศจิกายน 2521 หนี้ค่าภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย และภาษีการค้าจึงถึงกำหนดก่อนมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เกินกว่า 6 เดือน อย่างไรก็ดีสำหรับเงินเพิ่มภาษีการค้าตามมาตรา 89 ทวิ

แห่งประมวลรัษฎากร เป็นเงินเพิ่มเนื่องจากห้างหุ้นส่วนจำกัดชลบุรีวิชิตก่อสร้างไม่ชำระหนี้ภาษีการค้าเดือนมีนาคม พฤษภาคม กรกฎาคมและสิงหาคม 2520 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีการค้าที่ต้องชำระเงินเพิ่มภาษีการค้าจึงถึงกำหนดชำระเป็นเดือน ๆ ไปนับแต่วันที่ 15 ของเดือนที่ต้องชำระภาษีการค้าเงินเพิ่มภาษีการค้าที่ถึงกำหนดชำระตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2521 เป็นต้นมาย่อมเป็นหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483มาตรา 130(6) นอกจากนั้นภาษีเทศบาลหรือภาษีท้องถิ่นเป็นภาษีที่คำนวณมาจากภาษีการค้าอัตราร้อยละ 10 ของภาษีการค้า เมื่อเงินเพิ่มภาษีการค้าส่วนหนึ่งเป็นหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 มาตรา 130(6)

ภาษีเทศบาลจำนวนเท่ากับร้อยละ 10 ของเงินเพิ่มภาษีการค้าส่วนนั้นก็เป็นหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483มาตรา 130(6) เช่นเดียวกัน ที่ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้กรมสรรพากรเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 130(6) ทั้งสิ้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วนพิพากษาแก้เป็นว่า อนุญาตให้กรมสรรพากรเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 130(6) เฉพาะหนี้เงินเพิ่มภาษีการค้าที่ถึงกำหนดชำระตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2521 เป็นต้นมา กับหนี้ภาษีเทศบาลจำนวนเท่ากับร้อยละ 10 ของหนี้เงินเพิ่มภาษีการค้าที่กล่าวนั้น หนี้นอกจากที่กล่าวแล้วให้กรมสรรพากรได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยตามพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 มาตรา 130(8) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบูรณ์ บุญภินนท์ · ประสาท บุณยรังษี · ชูเชิด รักตะบุตร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้