Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 753/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นผู้ออกเงินซื้อที่พิพาทและทำการก่อสร้างโกดังขึ้นบนที่แปลงนี้เพื่อใช้ในกิจการของบริษัทโจทก์ เหตุที่โจทก์ไม่ลงชื่อเป็นผู้ซื้อในโฉนดเป็นเพราะกรรมการคนหนึ่งในบริษัทโจทก์เป็นบุคคลต่างด้าว ซึ่งตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 97 บัญญัติให้โจทก์มีฐานะเสมือนคนต่างด้าวในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน กรรมการบริษัทโจทก์จึงตกลงให้โอนโฉนดจากผู้ขายมาเป็นชื่อ ส. ต้องถือว่า ส. ได้มาซึ่งที่ดินในฐานะเป็นเจ้าของแทนนิติบุคคลซึ่งกฎหมายให้ถือเสมือนคนต่างด้าว โจทก์จะเรียกร้องเอาที่ดินมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตนไม่ได้ ที่พิพาทรายนี้ตกอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 96 แม้ต่อมามีคำสั่งของคณะปฏิวัติฉบับที่ 49 ยกเลิกประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 97(5) เสียก็ตามคำสั่งของคณะปฏิวัติดังกล่าวก็หามีผลย้อนหลังไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเอาที่ดินได้แต่อย่างใด ผลต่อไปต้องบังคับตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 96 ซึ่งเป็นบทบัญญัติในเรื่องนี้โดยเฉพาะจะต้องให้อธิบดีกรมที่ดินจำหน่ายที่พิพาทเสีย (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 15/2513)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อกลางปี พ.ศ. 2496 โจทก์ตกลงรับซื้อที่ดินโฉนดที่ 492จากนางสุนีรัตน์ โจทก์ได้ปลูกสร้างโกดังขึ้นบนที่ดินแปลงนี้ เดือนสิงหาคม 2498โจทก์ได้แจ้งให้นางสุนีรัตน์ทราบว่าโจทก์จะขอใส่ชื่อพลโทสฤษดิ์ ธนะรัชต์ (ยศขณะนั้น) ถือกรรมสิทธิ์ไว้แทนโจทก์ชั่วคราวเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2498 ทั้งนี้พลโทสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มิได้มีส่วนออกเงินซื้อหรือก่อสร้างเดือนธันวาคม 2507จำเลยที่ 2 ได้มีหนังสือถึงโจทก์อ้างว่าโจทก์ครอบครองที่ดินหรืออาคารในโฉนดที่ 492 ซึ่งตกเป็นของรัฐโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี เรื่องให้ทรัพย์สินในกองมรดกของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และทรัพย์สินของท่านผู้หญิงวิจิตรา ธนะรัชต์ ตกเป็นของรัฐ ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2507 โจทก์ได้ส่งตัวแทนไปชี้แจงให้จำเลยที่ 2 ทราบว่ากรรมสิทธิ์อันแท้จริงในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทเป็นของโจทก์

ต่อมาเดือนเมษายน 2509 ดร.เสริม วินิจฉัยกุลผู้แทนจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ถือหุ้นของบริษัทโจทก์ได้ชี้แจ้งให้เอารายการที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทออกจากสินทรัพย์ในบัญชีงบดุลย์ของบริษัทโจทก์ขอให้สั่งแสดงว่าที่ดินโฉนดที่ 492 รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยทั้งสองเกี่ยวข้องจำเลยทั้งสองยื่นคำให้การร่วมกันว่า โจทก์ไม่ได้เป็นผู้ซื้อที่พิพาทหากโจทก์จะได้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับที่รายนี้ก็เป็นการทำแทนจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริษัทโจทก์ ความจริงจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นผู้ซื้อ โจทก์มีคนต่างด้าวเป็นกรรมการบริษัทอยู่ด้วยโจทก์จึงไม่อาจถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินได้ จำเลยที่ 2 มิได้ทำการอันใดเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์

โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องศาลแพ่งพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ที่ดินโฉนดที่ 492 รวมสิ่งปลูกสร้างเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ห้ามจำเลยทั้งสองเกี่ยวข้องจำเลยทั้งสองฎีกาข้อเท็จจริงแห่งคดีมีว่า ที่ดินที่พิพาทรายนี้เดิมเป็นของนางสุนีรัตน์ ได้ขายให้บริษัทโจทก์ โจทก์ได้ชำระเงินให้นางสุนีรัตน์ครบถ้วน แต่ยังไม่ได้โอนโฉนดให้กัน เพราะติดขัดที่นายสหัส มหาคุณ กรรมการคนหนึ่งของบริษัทโจทก์เป็นคนต่างด้าว ในที่สุดคณะกรรมการบริษัทโจทก์จึงตกลงกันให้โอนที่พิพาทใส่ชื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ทำการโอนโฉนดมาเป็นชื่อของจอมพลสฤษดิ์เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2498 บริษัทโจทก์ได้รื้อสิ่งปลูกสร้างเดิมออกและปลูกสร้างโกดังขึ้นใหม่

ครั้นวันที่ 13 มกราคม 2502 ได้มีประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 49 ให้ยกเลิกความในมาตรา 97(5)แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ก็มิได้มีการโอนโฉนดเป็นชื่อของบริษัทโจทก์ โฉนดยังคงเป็นชื่อจอมพลสฤษดิ์อยู่ตลอดมาจนจอมพลสฤษดิ์ ถึงอสัญกรรมจอมพลถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีอาศัยอำนาจตามธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร มาตรา 17 มีคำสั่งให้ทรัพย์สินในกองมรดกจอมพลสฤษดิ์ตกเป็นของรัฐ ดังนี้ โจทก์เป็นผู้ออกเงินซื้อที่พิพาทและทำการก่อสร้างโกดังขึ้นบนที่แปลงนี้เพื่อใช้ในกิจการของบริษัทโจทก์ เหตุที่โจทก์ไม่ลงชื่อเป็นผู้ซื้อในโฉนดเป็นเพราะกรรมการคนหนึ่งในบริษัทโจทก์เป็นบุคคลต่างด้าว ซึ่งตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 97 บัญญัติให้โจทก์มีฐานะเสมือนคนต่างด้าวในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน กรรมการบริษัทโจทก์จึงตกลงให้โอนโฉนดจากผู้ขายมาเป็นชื่อจอมพลสฤษดิ์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าตามรูปคดีต้องถือว่าจอมพลสฤษดิ์ได้มาซึ่งที่ดินในฐานะเป็นเจ้าของแทนนิติบุคคลซึ่งกฎหมายให้ถือเสมือนคนต่างด้าว ปัญหาจึงมีว่าโจทก์จะเรียกร้องเอาที่ดินมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตนได้หรือไม่ ปัญหาข้อนี้ได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่าโจทก์เรียกร้องเช่นนั้นมิได้ที่พิพาทรายนี้ตกอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 96ปัญหาต่อไปมีว่า หลังจากโจทก์ซื้อที่พิพาทใส่ชื่อจอมพลสฤษดิ์ในโฉนดแล้วต่อมาได้มีคำสั่งของคณะปฏิวัติฉบับที่ 49 ยกเลิกประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 97(5) เสียเช่นนี้ จะมีผลให้โจทก์กลับมีสิทธิเรียกร้องเอาที่พิพาทมาเป็นของตนได้หรือไม่ ปัญหานี้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำสั่งของคณะปฏิวัติฉบับที่ 49 ซึ่งยกเลิกประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 97 (5)

นั้น ไม่มีผลย้อนหลัง โจทก์จึงไม่มีสิทธิจะเรียกร้องเอาที่พิพาทมาเป็นของตนได้แต่อย่างใด ผลต่อไปก็จะต้องบังคับตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 96 ซึ่งเป็นบทบัญญัติในเรื่องนี้โดยเฉพาะ กล่าวคือ จะต้องให้อธิบดีกรมที่ดินจำหน่ายที่พิพาทนี้เสียพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองคำ จารุเหติ · วินัย ทองลงยา · ประพนธ์ ศาตะมาน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้