Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7513/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินเฉพาะส่วนของโจทก์ทั้งสามแล้วให้ลงชื่อโจทก์ทั้งสามเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมให้จำเลยที่4และที่5ออกจากที่พิพาทและใช้ค่าเสียหายจึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกามีไม่เกิน200,000บาทจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา248วรรคหนึ่งจำเลยที่2ที่4และที่5ฎีกาว่าจำเลยที่2รับโอนที่พิพาทจากจำเลยที่1โดยสุจริตเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามกับจำเลยที่ 1 ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยที่ 1 ตกลงให้โจทก์ทั้งสามถือกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินโฉนดเลขที่ 3503 ตำบลหนองกระเจ็ดอำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี เนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 82 ตารางวาและจำเลยที่ 1 จะไปไถ่ถอนจำนองจากจำเลยที่ 2 ภายใน 3 เดือนแล้วจะนัดให้โจทก์ทั้งสามไปจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดิน โจทก์แจ้งให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นผู้จัดการของจำเลยที่ 2ทราบว่าโจทก์ทั้งสามมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าวเนื้อที่ 3 ไร่ 3 วา 82 ตารางวา ตามคำพิพากษาและขอรับโฉนดไปจดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์ทั้งสามเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 3 ไม่ส่งมอบให้ อ้างว่าต้องประชุมกรรมการบริหารของจำเลยที่ 2 ก่อนและแจ้งว่าจำเลยที่ 1 ยังไม่มาไถ่ถอนจำนอง วันที่ 12 มีนาคม 2530 จำเลยที่ 1 โอนที่ดินดังกล่าวทั้งแปลงให้จำเลยที่ 2 โจทก์ทั้งสามบอกกล่าวให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ระงับการจำหน่ายจ่ายโอนที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่นแต่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ได้สมคบกันขายที่ดินดังกล่าวให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ซึ่งเป็นพี่สาวและพี่เขยของจำเลยที่ 1โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ติดต่อให้จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้จัดการจำเลยที่ 2 เพื่อให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ซื้อคืนจากจำเลยที่ 2ในราคา88,285 บาท

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ทราบดีอยู่แล้วว่าโจทก์ทั้งสามมีกรรมสิทธิ์อยู่บางส่วน ราคาที่ซื้อขายก็ต่ำกว่าราคาในท้องตลาด จำเลยที่ 4 และที่ 5 ได้ห้ามโจทก์ทั้งสามเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว เป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสามขาดประโยชน์จากการทำมาหากินในที่ดินดังกล่าวปีละ 5,000 บาท ขอศาลพิพากษาให้สำนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรีเพิกถอนการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 3503 ตำบลหนองกระเจ็ด อำเภอบ้านลาดจังหวัดเพชรบุรี ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ซึ่งทำเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2530 เฉพาะส่วนของโจทก์ทั้งสาม เนื้อที่ 3 ไร่3 งาน 82 ตารางวา แล้วให้ลงชื่อโจทก์ทั้งสามเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมตามคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 724/2525 ของศาลชั้นต้นและให้เพิกถอนการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าวระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 4 และที่ 5 ที่ทำเมื่อวันที่15 พฤษภาคม 2530 เพราะเนื้อที่จำนวน 3 ไร่ 3 งาน 82 ตารางวาของโจทก์ทั้งสาม กับให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ออกจากที่ดินส่วนที่เป็นของโจทก์ทั้งสาม และให้ใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน5,000 บาท กับค่าเสียหายอีกปีละ 5,000 บาท

นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 4 และที่ 5 จะส่งมอบที่ดินคืนแก่โจทก์ทั้งสามจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมจำเลยที่ 1 เคยกู้เงินจำเลยที่ 2 โดยจำนองที่พิพาทเป็นประกันจำเลยที่ 2 ให้โอกาสจำเลยที่ 1 หลายปี ในที่สุดได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินชำระหนี้จำเลยที่ 2 ไม่ทราบเรื่องว่าโจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยที่ 1 และได้ทำยอมกันทั้งเป็นเรื่องระหว่างโจทก์ทั้งสามกับจำเลยที่ 1 ไม่เกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 2 การปฏิบัติการของจำเลยที่ 2 เป็นไปตามระเบียบและมีขั้นตอนโดยสุจริตและตามระเบียบของจำเลยที่ 2 เมื่อมีญาติลูกหนี้ซึ่งโอนที่ดินชำระหนี้มาขอซื้อที่ดินคืน จำเลยที่ 2 ก็ต้องขายคืนในราคาที่ใกล้เคียงกับราคาที่ได้กรรมสิทธิ์มาจำเลยที่ 3 มีฐานะเป็นเพียงผู้ประสานงานระหว่างกรรมการสหกรณ์กับลูกค้าไม่มีอำนาจโดยตรงที่จะระงับการโอนที่ดินแปลงดังกล่าว

ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้การว่า จำเลยที่ 4 และที่ 5ซื้อที่พิพาทจากจำเลยที่ 2 โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ภาระตามสัญญายอมในคดีแพ่งดังกล่าวเป็นเรื่องของจำเลยที่ 1 ไม่ใช่เรื่องทรัพย์พิพาท จำเลยที่ 4 และที่ 5 หาต้องรับผิดชอบไม่ ที่พิพาทมีสภาพเป็นไร่ร้างอยู่ห่างถนน ราคาประเมินไร่ละไม่เกิน 8,000 บาท จำเลยที่ 4 และที่ 5 ซื้อที่พิพาทในราคาปกติและซื้อในฐานะญาติของลูกหนี้จำเลยที่ 2 ที่ขอซื้อคืน จำเลยที่ 2 ได้ปฏิบัติไปตามระเบียบของจำเลยที่ 2 โจทก์เรียกค่าเสียหายปีละ 5,000 บาท นั้นเกินความจริง เพราะที่ดินเนื้อที่ 3 ไร่ ใช้ปลูกกล้วยจะมีรายได้ไม่เกินปีละ 1,000 บาท ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 3503 ตำบลหนองกระเจ็ดอำเภอบ้านลาด

จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2530ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม2530 ระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 4 และที่ 5 เฉพาะส่วนที่เป็นสิทธิของโจทก์ทั้งสาม เนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 82 ตารางวาตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดเพชรบุรี คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 724/2525ให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ออกไปจากที่พิพาทส่วนที่เป็นของโจทก์ทั้งสามและชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามเป็นเงิน 5,000 บาทกับค่าเสียหายอีกปีละ 5,000 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 4 และที่ 5 จะออกไปจากที่พิพาทจำเลย ที่ 2 ที่ 4 และ ที่ 5 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนจำเลย ที่ 2 ที่ 4 และ ที่ 5 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินเฉพาะส่วนของโจทก์ทั้งสามแล้วให้ลงชื่อโจทก์ทั้งสามเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วม ให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ออกจากที่พิพาทและใช้ค่าเสียหาย จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกามีไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคหนึ่ง ที่จำเลยที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 รับโอนที่พิพาทจากจำเลยที่ 1 โดยสุจริต เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ส่วนฎีกาข้ออื่น ๆ เป็นประเด็นข้อพิพาทที่ยุติตามคำสั่งศาลชั้นต้น และเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่งศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้พิพากษายก ฎีกา จำเลย ที่ 2 ที่ 4 และ ที่ 5

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ ไพเราะ · พรชัย สมรรถเวช · สมคิด ไตรโสรัส
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้